Game Review: BoardKings (2)

Standard

BoardKings

By Jelly Button Games Ltd.

BoardKing

กลับมาอีกครั้งกับเกม BoardKings ครับ รอบนี้เราจะใช้เวลาไม่นานเท่ากับตอนแรก วันนี้มาพูดถึงระบบกับธีมของบอร์ดกันต่อครับ

IMG_7562

(BoardKings ภาพที่ 1)

My Quests

ส่วนของเควสนั้นเราสามารถกดได้ที่ลูกศรสีขาวทางขวาล่างของจอเมื่อกดขึ้นมาจะมีหน้า My Quests แสดงให้เห็น เราสามารถทราบได้ว่าจำนวนเหรียญทองที่เก็บสะสมมีเท่าไหร่สามารถอัพเกรดได้ไหม บางคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! ทำไมถึงมีจำนวนเพชรม่วงด้วย อันนั้นจะขึ้นในกรณีที่เรายังเก็บเหรียญทองไม่ครบแต่ต้องการอัพเกรด เขาจะหักจำนวนเหรียญรวมกับเพชรม่วงครับ

แถบเลเวล: คุณจะเห็นแถบที่ขึ้นเป็นสีเหลืองด้านบนของจอตลอดเวลาแต่ถ้ากดเข้ามาในส่วนของ My Quests จะบอกรายละเอียดว่าอีกเท่าไหร่จึงจะเลเวลอัพและถ้าจำนวนประชากรถึงจำนวนที่กำหนกเราจะได้อะไรพิเศษบ้าง

IMG_7861ประชากร ที่มาในรูปของกระต่ายทอง เป็น Extra
เมื่อเราขยายเมืองได้มากจนถึงจุดหนึ่งเหล่าประชากรกระต่ายจะย้ายเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้นครับ

IMG_7861
กระดาน เมื่อเราอัพเกรดจนถึงระดับหนึ่งแล้วระบบจะมีการขยายกระดานอัตโนมัติ
โดยจะเพิ่มจำนวนช่องเท่าไหร่นั้นขึ้นกับเลเวลที่เราอัพถึงครับ

img_7860.pngธีม กรณีที่เราไม่ต้องการเก็บเพชรม่วงให้ครบ 500 เพื่อซื้อธีมใหม่
เราสามารถรอเลเวลอัพเพื่อเลือกธีมที่เราชอบได้จากระบบอัตโนมัติ
โดยระบบจะมีธีม 3 แบบให้เราได้เลือก

Tips: ส่วนตัวเราจะเลือกธีมจากตัวละครครับเพราะตัวละครของบางธีมเท่มากๆ

 

Town Themes

IMG_7856

(ฺBoardKings ภาพที่ 2)

เริ่มต้นเกมเราจะได้ธีมบอร์ดที่เหมือนกันคือ MAIN ROAD โดยตัวละครในแถวของ Common และลูกเต๋าจะมีมาครบทุกตัว แต่หากใครที่อยากจะได้ธีมอื่นๆ เราสามารถใช้เพชรม่วง 500 อันในการซื้อหรือจะเล่นให้เลเวลอัพเพื่อเปิดธีมใหม่ก็ได้

ธีมที่จะยกมาพูดอาจไม่ได้ครบถ้วนนะครับแต่อยากจะให้เห็นโดยคร่าวๆ ว่ามีลักษณะแบบไหนและมีตัวละครแบบไหนอยู่บ้าง ถ้าหากสนใจอาจต้องทักมาถามแล้วล่ะครับ เราจะไปเล่นมาเปิดให้เอง (?)

1. Carrots of the Carribean

IMG_7561

(BoardKings ภาพที่ 3)

โดยส่วนตัวแล้วเล่นธีมนี้อยู่ครับเพราะสว่างตาและเหมือนได้ไปเที่ยวทะเล แถมบรรดากระต่ายที่เป็นประชากรในเมืองยังแต่งตัวคอสเพลย์ให้เข้ากับธีมของเมืองอีกด้วย

Tips: เมื่อเราเก็บตัวละคร (Common) ในธีมนั้นๆ ครบแล้วเราจะได้ลูกเต๋าของธีมนั้นด้วย

IMG_7560

(BoardKings ภาพที่ 4)

 

2. Dice Age

IMG_7858

(BoardKings ภาพที่ 5)

มาในธีมของยุคน้ำแข็งที่ดูเหงาๆ ไปหน่อยแต่บรรยากาศใช้ได้เลยครับ ธีมนี้ยังไม่มีโอกาสได้ใช้เท่ากับอันที่เหลือเพราะว่าตัวละครยังมีน้อยอยู่ ฮา

 

3. Bunnslinger

img_7922.png

(BoardKings ภาพที่ 6)

ธีมคาวบอยที่แห้งแร้งสมกับเป็นคาวบอยทะเลทรายจริงๆ เป็นธีมที่สองที่เรากดรับมาครับแต่ตัวละครไม่ค่อยได้เลยไม่ได้ใช้ธีมนี้เท่าไหร่

IMG_7571

(BoardKings ภาพที่ 7)

 

4. Swaga

Swaga เป็นธีมยอดนิยมในเกมนี้ครับเพราะไม่ว่าจะไปเยี่ยมเยียนใครทุกคนต่างใช้ธีมนี้กันหมดคงเป็นเพราะสีและบรรยากาศที่เหมือนกับไนท์คลับแต่ความจริงแล้วเป็นธีมของคนดังมากกว่า มีปูพรมแดงและลิมูซีนคันยาว ถือว่าเป็นธีมที่สวยและนิยมเป็นอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้

 

5. Lost on Space

IMG_7859

(BoardKings ภาพที่ 8)

อีกหรึ่งธีมที่คิดว่าค่อนข้างเรียบสบายตาแต่ตัวละครดูไฮเทคและน่ารักมากๆ เลยเป็นอีกหนึ่งธีมที่อยู่ในใจครับ ครั้งหน้าอาจจะเลือกขึ้นมาก็ได้

 

6. Bunny’s Inferno

IMG_7857

(BoardKings ภาพที่ 9)

Bunny’s Inferno เป็นธีมที่เราต้องการมากที่สุดในตอนนี้ครับ ตัวละครที่เป็นมอสเตอร์ดูเท่อย่างอกไม่ถูกส่วนธีมนั้นไม่ต้องพูดอธิบายมากมายเพราะเจอแต่ความร้อน ร้อนระอุไปด้วยลาวา ถึงตอนนี้จะไม่มีเป็นของตัวเองแต่ก็ได้เห็นของบอร์ดคนอื่นมาบ้างแล้ว

นอกจากธีมที่กล่าวมาข้างต้นยังมีธีมอื่นๆ อีกมากมายได้แก่

7. Sugar Carrot: ธีมขนมหวาน
8. Mega bunny1: ธีมเทคโนโลยีเสมือนโลกอนาคต
9. ฺBoat Camp: ธีมทหาร
10. Carrolot: ธีมย้อนยุค Camelot ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นธีมที่สวยมากอันหนึ่งเลยก็ว่าได้

 

Characters (Idols)

มาถึงส่วนที่ใครหลายคนคงต้องการทราบว่าตัวละครมากหน้าหลายตานั้นเราจะได้มาอย่างไร แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้นขออธิบายเรื่องลักษณะของตัวละครก่อนครับ โดยตัวละครนั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ

  1. Common
  2. Rare
  3. Legendary
IMG_7857

(BoardKings ภาพที่ 9)

Common: ตัวละครทั่วไปที่เราสามารถได้มาจากการกดกล่องสะสมธรรมดา

Rare: ตัวละครหายากที่เราต้องกดจากกล่องพิเศษ จำเป็นต้องใช้เพชรม่วงครั้งละ 30

Legendary: (ต้องขออภัยด้วยเพราะตอนนี้ยังเปิดไม่ได้สักอันเลยไม่ทราบว่าได้รับจากอะไรครับ)

 

Tips: การที่เราจะได้รับตัวละครนั้นคือการกด Bundle โดยการกดกล่องแต่ละครั้งจะได้ฟรี 1 กล่องภายใน 24 ชั่วโมงแต่ถ้าหากผู้เล่นต้องการเสี่ยงกดต่อสามารถกดด้วยการใช้เพชรม่วงครั้งละ 30

IMG_7565

(BoardKings ภาพที่ 11)

ภาพที่ 11 เป็นหน้าตาของตู้ Bundle ที่ไว้ให้เราสุ่มกล่องตัวละครครับ โดยเมื่อตัวละครไปหยุดที่ตรงนั้นแล้วเราจะพบหน้าตาตู้แบบภาพด้านล่างนี้ (ภาพที่ 12) ทุกวันกล่องบนตู้จะมีการแรนด้อมไปเรื่อยๆ ขึ้นกับว่าเขาอยากเอากล่องของธีมไหนขึ้นมา

IMG_7599

(BoardKings ภาพที่ 12)

 

ประเภทของกล่อง: กล่องแแบ่งออกเป็นด้วยกัน 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่

img_75991.png

กล่องธีมธรรมดา เราจะได้รับตัวละคร Common จากกล่องเหล่านี้

 

IMG_7917 img_7918.png

กล่องแรร์ เป็นกล่องสีทองที่เมื่อเปิดแล้วจะได้รับตัวละครหายาก

 

img_7919.pngกล่องโบนัส ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราจะได้อะไรเป็นพิเศษครับเพราะเราสามารถได้ตั้งแต่
การ์ด Extra เหรียญทองหรือได้ลูกเต๋าเพิ่ม

 

Systems

ในส่วนของระบบอื่นๆ ที่น่าสนใจบางคนอาจไม่ทราบว่าถ้าเราอยู่ตรงหน้าจอเกมนานๆ ประชากรกระต่ายจะให้ของพิเศษกับเรา ระบบจะมีการสุ่มตั้งแต่เหรียญทอง เพชรม่วงและลูกเต๋า ต้องคอยสังเกตกันดีๆ นะครับ

img_7844.png

 

เรื่องการซูมเราใช้สองนิ้วขยายเข้าออกได้ตามปกติ สามารถหมุนจอแบบใดก็ได้ จัดหน้าจอได้ไม่ยากครับ ถ้าอยากเห็นบรรดากระต่ายว่าทำอะไรอยู่แนะนำให้ซูมเข้าไปดูใกล้ๆ กระต่ายทั้งหลายมักจะบอกให้เรา Keep Rolling อยู่ตลอดเลย

IMG_7580

 

ขอบคุณครับ

 

 

Advertisements

Game Reviews: BoardKings

Standard

 

BoardKings

By Jelly Button Games Ltd.

BoardKing

กลับมาครั้งนี้พร้อมกับเกมบนโทรศัพท์มือถือครับ วันนี้จะมาแนะนำเกม BoardKings ที่เป็นเกมเล่นแสนง่ายและไม่เปลืองเวลาผู้เล่นเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากถามว่าเล่นแล้วติดหรือไม่นั่นต้องยอมรับเลยว่าตื่นมาก็เข้าไปกดทุกเช้าครับ ฮา

IMG_7578

ส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบเล่นเกมง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากแล้ววันหนึ่งดันเข้าไปเจอเกม BoardKings เสียได้ ไม่ได้หลงความน่ารักของน้องกระต่วยเลยแม้แต่น้อย (?) ภาพของเกมเป็นอะไรที่มองแล้วสบายตา ต้องบอกตามตรงว่ากระต่ายในเกมน่ารักจริงๆ ครับ น่ารักจนอยากจะกินเลย #เดี๋ยว

เนื้อเรื่องหรือธีม: เกมนี้ไม่ได้มีเนื้อเรื่องเกมหลักๆ เรียกว่าเป็นธีมสร้างเมืองเหมือน เกมเศรษฐี คงจะถูกกว่า เพียงแต่ผู้เล่นจะได้พบกับแนวเกมเศรษฐีที่ต่างออกไปคือเราไม่ได้เล่นกับผู้เล่นอื่นโดยตรง เราสามารถได้เงินบนกระดานของเราโดยการทอยลูกเต๋า 2 ลูกไปเรื่อยๆ และเงินเหล่านั้นก็จะนำไปสร้างตึก ขยายอาคารต่อไป

เพชรม่วง: เพชรม่วงเราสามารถหาได้จากการเดินลงที่ Town Hall (พื้นสีม่วง) โดยเมื่อเราเดินผ่านในแต่ละครั้งจะได้เพชรม่วงมาครั้งละ 1 แต่หากเลเวลในการสร้างเมืองเพิ่มขึ้นคุณสามารถอัพเกรดให้เราได้เพชรม่วงมากขึ้นได้ ซึ่งเมื่อตัวละครของเราเดินไปตกตรงนั้นเราก็จะได้เพชรม่วงมากขึ้นอีก

แถบเลเวล: แถบเลเวลที่เป็นกระต่ายความจริงคือจำนวนประชากรกระต่ายที่อาศัยอยู่ในเมืองของเรา เมื่อเลเวลของเราเพิ่มขึ้นเราจะมีสิทธิ์ในการอัพเกรดเมืองและขยายเมืองเพิ่มได้อีก

IMG_7563

(Boardkings ภาพที่ 2)

ในส่วนของแถบข้อมูลผู้เล่นจะสามารถกดได้ที่มุมซ้ายล่าง คุณจะเห็นแถบปรากฏเหมือนภาพที่ 2 จะเห็นว่าตรงกล่องข้างตัวละครของเรานั้นมี Cops, Bunnies และ Tiles Board

Bunnies: จำนวนประชากรกระต่ายที่อาศัยอยู่ในเมืองของคุณ

Tiles Board: ขนาดกระดานบนบอร์ดซึ่งสามารถอัพเกรดได้ตามเลเวลที่เพิ่มขึ้น

Cops: กระต่ายตำรวจตัวน้อยๆ ที่จะคอยรักษาความปลอดภัยให้กับคุณ บอกเลยว่ายิ่งมีเยอะยิ่งดีเพราะเหล่ากระต่ายตำรวจนี้จะคอยจับผู้ที่บุกรุกเข้ามาในเมืองกรณีที่พวกเขานั้นเล่นแล้วตกลงบนตำแหน่งที่มีรถตำรวจจอดอยู่

IMG_7570

(Boardkings ภาพที่ 3)

การ์ดกองกลาง: ปกติแล้วหากเล่นเกมเศรษฐีคุณจะได้พบกับการ์ดกองกลางแต่ในเกม BoardKings นั้นการ์ดทั้งหมดเป็นของคุณ! เพียงตัวละครของคุณตกลงบนกระดานที่มีสีฟ้าและเป็นเครื่องหมาย ‘?’  โดยการ์ดเหล่านี่จะสุ่มเป็นหลายแบบด้วยกัน ได้แก่

  1. การ์ด Town Hall ตัวละครของคุณจะวิ่งไปที่นั่นและได้เพชรม่วง
  2. การ์ด Police Station บางคนสงสัยว่าไปที่สถานีตำรวจทำไม บอกเลยครับว่าถ้าไม่ไปสถานีตำรวจบรรดากระต่ายตำรวจจะไม่ปรากฏตัวออกมาซึ่งจำนวนของกระต่ายตำรวจจะมีค่า Max ตามที่เมืองของเราได้อัพเกรดไว้้
  3. การ์ด Coins การ์ดเหรียญทองที่คุณจะได้จำนวนเงินแบบสุ่ม
  4. การ์ด Gems การ์ดเพชรม่วงที่คุณจะได้เพชรแบบสุ่ม
  5. การ์ด Steal ตัวละครของคุณจะวิ่งไปที่ป้ายขโมยเงิน โดยเราจะขโมยเงินของเพื่อนหรือจะขโมยเงินของคนอื่นนั้นขึ้นอยู่กับระบบสุ่มของเกม แต่อย่างลืมว่าคนอื่นก็มีโอกาสขโมยเงินของเราเหมือนกัน
  6. การ์ด Train Station การ์ดที่จะพาคุณไปยังสถานีรถไฟและเดินทางไปยังเมืองของคนอื่นแบบสุ่มหรืออาจเป็นเมืองของเพื่อนๆ เราก็ได้ แนะนำว่าอย่าไปบอร์ดเพื่อนบ่อยเดี๋ยวจะโมโหกันได้แต่ถ้าไม่ชอบเพื่อนคนนี้อยู่แล้วไปบ่อยๆ เลยครับ #ไม่ดี
  7. การ์ด Throw again เป็นอัตโนมัติโดยที่ลูกเต๋าสองลูกจะโยนเอง
  8. การ์ด Dice เป็นลูกเต๋าที่โยนอัตโนมัติเหมือนกับ Throw again เพียงแต่จะมี Extra ขึ้นมาคือระบบจะโยนด้วยเต๋า 5 ลูก
  9. การ์ด Rolls หรือก็คือการ์ดได้ครั้งในการโยนลูกเต๋าเพิ่ม การ์ดใบนี้จะมาแบบสุ่มว่าจะได้กี่ครั้ง เท่าที่เคยได้มาคือมีได้เพิ่มแบบ 1 ลูก 5 ลูก และ 10 ลูกครับ

 

 

Town Hall

IMG_7567

(Boardkings ภาพที่ 4 )

แหล่งได้เพชรม่วงของเรานั่นเอง ยิ่งคุณอัพเกรดให้ได้เพชรม่วงมากขึ้นเมื่อตัวละครมาตกลงที่นี่คุณก็จะได้เพชรม่วงตามจำนวนที่อัพเกรดไว้ นอกจากนี้เวลาที่เราเล่นจนเลเวลอัพเราจะถูกดึงเข้ามาที่ Town Hall เพื่อพบกับนายกเทศมนตรีและเลือกว่าเราจำทำการอัพเกรดอะไรเป็นอันดับต่อไป ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีให้เลือกแบบสุ่มเช่นกัน ได้แก่

  1. อัพเกรดการได้รับจำนวนเหรียญ (Coins) เมื่อตัวละครลงที่ Bank
  2. อัพเกรดการได้รับเพชรม่วง (Gems) เมืองตัวละครลงที่ Town Hall
  3. อัพเกรกจำนวนสูงสุดของกระต่ายตำรวจ (Cops) ที่ Police Station

Tips: แนะนำว่าถ้าหากเรากลัวจะมีคนเข้ามาทำลายเมืองหรือสร้างแลนด์มาร์คบนตึกของเราควรจะอัพเกรด Cops ก่อนครับ เท่าที่เล่นมาเจ้าตัวเหรียญทองนี่ไม่ค่อยมีความหมายเท่าไหร่ ควรเน้นไปที่ Cops กับ Gems เพราะ Gems จะนำไปใช้กับการซื้อตัวละครเพิ่มและการแหกคุกเวลาไปเล่นบอร์ดคนอื่น

IMG_7850

 

Bank

IMG_7569

(Boardkings ภาพที่ 5)

สำหรับธนาคารหรือ Bank บนบอร์ดหรือเมืองของเรานั้นไม่ค่อยมีความหมายเท่าไหร่ ที่น่ากลัวคือเวลาเราโดนคนอื่นเล่นแลวมาตกที่ธนาคารมากกว่าครับเพราะถ้าพวกเขามาตกแล้ว พวกเขาจะมีโอกาสทุบกระปุกหมูทองจนเสียเงินไปหลายเหรียญเลยทีเดียว

 

Police Station

IMG_7568

(Boardkings ภาพที่ 6)

อย่างที่บอกไปแล้วว่า Police Station คือสิ่งสำคัญมากๆ ถ้าหากตำรวจของเราไม่อยู่ในเมืองเราจะเสี่ยงต่อการถูกขโมยเงิน แต่หากกรณีที่เราเล่นไม่ลงสถานีตำรวจสักทีคุณสามารถใช้เพชรม่วงในการเติมตำรวจได้และหากยังไม่พอใจเราสามารถใช้เพชรม่วงกดให้ตำรวจในเมืองของเรามีเกิน Max ได้อีกด้วย ข้อควรระวัง กรณีที่มีคนมาเยี่ยมบอร์ดของเราแล้วโดนจับคุณจำเป็นต้องเช็คตำรวจว่าหายไปแล้วกี่คันเพราะกระต่ายตำรวจจะจับผู้ร้ายมาที่สถานีและไม่ได้ออกไปอีก

Tips: แนะนำว่าเราไม่จำเป็นต้องเสีย Gems กับสถานีตำรวจมาก ให้กดดูวีดีโอไปเรื่อยๆ บางครั้งจะมีสุ่มรถตำรวจแบบ Extra มาให้ผู้เล่น

Steal

พอมาพูดถึงเรื่องการขโมยเงินต้องบอกอีกว่าเราจะมาแบบสุ่มดวงกันหมด สุ่มทั้งเพื่อนทั้งคนไม่รู้จักแถมยังต้องมาสุ่มว่าเราจะได้เงินมากหรือเงินน้อยไหม

Coin King: คือผู้เล่นที่มีเงินจำนวนมากที่สุดใน 3 คนที่เขาสุ่มมาให้ จะได้เงินมากไม่มากก็ขึ้นกับดวงล้วนๆ เลยครับงานนี้

 

Train Station

IMG_7843

(Boardkings ภาพที่ 8)

ส่วนที่สำคัญที่สุดของ BoardKings คือการเที่ยวไปยังเมืองของคนอื่นครับ เมื่อเราไปถึงสถานีเราจะเลือกได้ว่าจุดหมายปลายทางของเรานั้นจะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนที่เรารู้จักหรือคนอื่นๆ โดยในโหมดนี้จะเป็นการไปเพื่น ‘ATTACK’ เมือง แต่อย่าลืมว่าพวกเขาก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันซึ่งเราในสถานะนั้นจำเป็น ‘DEFENSE’

 

The Villages

IMG_7583

(Boardkings ภาพที่ 10)

สำหรับการไปเยือนเมืองของคนอื่นเราสามารถใช้ลูกเต๋าเพียงลูกเดียวในการเดินซึ่งแต้มเดินยิ่งน้อยจะยิ่งดีเพราะทุกครั้งที่เราเดินเราเหยียบกระดานเราจะได้เหรียญทองเข้ากระเป๋าโดยที่ผู้เล่นผู้เป็นเจ้าของเมืองไม่สูญเสียเงิน

การโจมตีและป้องกัน: ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายไปบุกเมืองของคนอื่นเราสามารถได้รับสิ่งดังต่อไปนี้

  1. เหรียญทองเมื่อตัวละครตกช่องสร้าง Landmark
  2. เพชรม่วงเมื่อตัวละครตกลงบนกระดานสีม่วง
  3. เหรียญทองจากการที่เราเข้าไปปล้น Bank จะมีแถบให้ตี Piggy เพื่อลุ้นว่าจะสามารถขโมยได้มากหรือน้อย
IMG_7847

(Boardkings ภาพที่ 11)

ภาพที่ 11 ทางซ้ายมือที่เป็นรูปธงคือสัญลักษณ์บอกว่าพื้นที่นั้นสร้างแลนด์มาร์คได้ส่วนทางขวามือที่เป็นรูปตึกคือพื้นที่นั้นจะถูกทุบทำลาย หากตึกในเมืองของเราโดนทุบเมื่อเดินผ่านจะไม่ได้เงินในตำแหน่งนั้นๆ การจะซ่อมมีอยู่วิธีเดียวคือการเก็บเงินส่วนตึกที่ถูกคนอื่นสร้างแลนด์มาร์คเราจำเป็นต้องให้ตัวละครไปตกบนกระดานนั้นหรืออีกวิธีคือการได้การ์ดกองกลาง โดยปกติแล้วถ้าหากมีตึกที่ถูกยึดระบบจะสุ่มการ์ดถอนแลนด์มาร์คไว้ให้ครับ

การเดินกระดาน: โดยปกติผู้เล่นจะเดินจนครบกระดานมีอยู่สองเหตุการณ์ด้วยกันคือ

  1. ในเมืองไม่มีกระต่ายตำรวจ
  2. ตัวละครไม่ลงกระดานที่มีรถตำรวจ

กรณีที่เราเดินไปตกตรงรถตำรวจระบบจะส่งให้เราเข้าคุกอัตโนมัติ แต่อย่าเพิ่งห่วงไปครับเราไม่ได้เข้าคุกจริงๆ ตัวละครเราสามารถเลือกได้สองทางคือหนีกลับบ้านหรือทำลายกรงเพื่อเดินบนกระดานต่อซึ่งหากว่าเรา Break out ออกมาเราจะต้องเสียเพชรม่วงตามระยะทางที่เหลือ

img_7586.png

(Boardkings ภาพที่ 12)

 

ขอแปะโป้งไว้เท่านี้ก่อนเพราะไม่นึกว่าตัวเองจะทำออกมายาวและค่อนข้างละเอียดแบบนี้… ติดตามในส่วนของระบบและธีมต่างๆ ได้ในครั้งหน้าครับ

[AU-FARRELLETO]SOUP, CIGARETTES AND FIREARMS (2)

Standard

 

 

Title : Soup, Cigarettes and Firearms [2]
Paring : Vitaly Orlov / Harry Mitchel
Movie : Lord of War + London Boulevard
Rate : PG15
Writer : Zol Redfox

 

Soup Cigarettes and Firearms

*หมายเหตุ* เนื้อหามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดและความรุนแรงโปรดใช้วิจารณญาณ

 

 

นับเป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์หลังจากที่ ‘วิตาลี ออร์ลอฟ’ ลูกชายคนเล็กของครอบครัวออร์ลอฟ พ่อครัวประจำร้านอาหารเล็กๆ ในย่าน Little Odessa พบกับชายในชุดสูท ‘แฮร์รี่ มิทเชล’ ลูกค้าประจำเพียงหนึ่งเดียวของร้าน
ครั้งแรกที่ได้เผชิญหน้ากับมิทเชล เขายอมรับว่าหวาดระแวงและวิตกจริตเป็นอย่างมาก คิดว่าชายคนนี้คือลูกค้าของยูริจากธุรกิจค้าขายอาวุธ คิดว่าชายคนนี้คือนักฆ่าหรืออาจเป็นมาเฟียที่กำลังตามล่าพวกเขาอยู่… จนตอนนี้วิตาลียังคงรู้สึกเช่นนั้น
ในทุกวันมิทเชลจะสวมชุดสูทแสนคุ้นตาตัวนั้นมานั่งที่โต๊ะตัวเดิม ทานซุปกับอาหารรายการซ้ำเดิม มองออกไปนอกหน้าต่างราวกับรอคอยบางสิ่ง วิตาลีตั้งคำถามมากมายภายในหัว แม้ภายนอกจะดูไม่มีพิษภัยแต่เขาเชื่อว่าแฮร์รี่ มิทเชลคนนี้มีบางสิ่งซ่อนอยู่ แล้วสาเหตุใดถึงต้องหวาดระแวงมากถึงเพียงนี้?! ผ่านมาเกือบสองสัปดาห์แล้วควรเลิกคิดเรื่องพวกนั้นสักที อย่างไรแล้วย่านพักอาศัยที่พวกเขาอยู่ก็เกิดเหตุอาชญากรรมอยู่เป็นปกติ ไม่ควรแปลกใจเลย
“อาหารมาแล้ว..มิทเชล”
เจ้าของชื่อหันใบหน้ากลับมาทางต้นเสียง ชามอาหารถูกวางลงที่เบื้องหน้าวันนี้เชฟถือโอกาสนำเสิร์ฟด้วยตัวเองน่าประหลาดใจเสียจริง
“สวัสดีตอนบ่ายวิตาลี”
เขากล่าวทักทายตามมารยาทพร้อมมอบรอยยิ้มเล็กๆ ที่นานครั้งจะเผยให้คู่สนทนาได้ชม มิทเชลไม่ค่อยยิ้ม ยิ่งหากเป็นการหัวเราะแล้วคงเรียกว่ายากมากทีเดียว ดวงตาสีเข้มจดจ้องไปยังชายหนุ่มอย่างรอคอย อาจกำลังคาดหวังให้กระทำบางสิ่ง
“สวัสดี..ตอนบ่าย”
“นั่งด้วยกันก่อนดีไหม?” มิทเชลเป็นฝ่ายเชื้อเชิญ
“ฉันมีงานต้องทำในครัว”
“แต่ในตอนนี้ลูกค้าเพียงคนเดียวของคุณคือผม แถมเมนูของผมก็ได้ครบแล้ว”
วิตาลีส่งเสียงคำรามในลำคอ นั่นเป็นครั้งแรกที่แสดงท่าทางไม่พอใจใส่ลูกค้าเขาเผลอตัวไปหน่อย แต่แม้จะส่งเสียงคำรามกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมากเพียงใดวิตาลีก็ไม่ได้ดูน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย มีครู่หนึ่งที่มิทเชลคิดว่าเหมือนลูกแมวกำลังขู่ และเขาก็ไม่ได้ตำหนิเรื่องที่อีกฝ่ายแสดงออกเช่นนั้น   เมื่อร่างของเชฟหนุ่มถูกทิ้งลงบนเก้าอี้แล้วแทนที่จะเริ่มบทสนทนาใดกลับมีเพียงความเงียบที่โอบล้อมพวกเขาทั้งสอง  วิตาลีนั่งมอง รู้แก่ใจว่าจ้องคนทานอาหารคงทำให้อึดอัดแต่กลับกระทำเช่นนั้นเพียงเพราะตั้งใจกดดันชายผู้นี้
“ทานกับผมได้นะหากว่าคุณหิว”
“ไม่ล่ะ อยากกินอย่างอื่น”
“อย่างเช่นอะไรล่ะที่คุณอยาก?”
มิทเชลทานอย่างไม่เร่งรีบมองแล้วอาจอธิบายได้ว่าดูสงบนิ่งและเบามือ ไม่มีแม้แต่เสียงช้อนส้อมกระทบกันหรือแม้แต่เสียงกระทบกับขอบชามซุป เขายังคงตักทานขณะรอคอยคำตอบโดยไม่กล่าวสิ่งใดบางทีคงทำให้ทราบเกี่ยวกับอีกฝ่ายได้บ้าง
“เนื้อลูกแกะหมักซอส ..ของร้านเนชั่นนอลและไนท์คลับ”
นั่นอาจไม่ใช่ของโปรดของชายหนุ่ม บางทีอาจเป็นของที่ต้องการทานในตอนนี้เพราะไม่เพียงบอกเมนูอาหาร วิตาลีถึงกับบอกร้านที่ต้องการไปทานเสียด้วย
“คุณน่าจะพาผมไปร้านนั้น”
“ห๊ะ?”
ดวงตากลมโตฉายแววฉงนแต่กลับแฝงด้วยความสนใจ เขาอาจกำลังวางตัวได้ไม่ถูกเมื่อถูกคนที่ทำให้ตัวเขาหวาดระแวงมาตลอดสองสัปดาห์กล่าวชวนไปทานอาหาร .. มิทเชลจะเดาว่าอีกฝ่ายกำลังตื่นเต้นแม้จะคาดเดาได้ยากว่าในตอนนี้ชายหนุ่มลูกชายร้านอาหารกำลังรู้สึกเช่นไรแต่จะพยายามคิดในแง่ดีนั่นคืออีกคนกำลังสนใจ
“บ้าน่ะ! นี่ตั้งใจหลอกไปใช่ไหมล่ะ? มีแผนอะไรอยู่ใช่ไหม?!”
น้ำเสียงที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่ากำลังรู้สึกเช่นไรถูกเปล่งออกมาเสียงดังแม้ว่าในบางมุมวิตาลี ออร์ลอฟจะคล้ายตื่นเต้นแต่หากสังเกตให้ดีแล้วแววตาที่สั่นไหวและหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นเล็กๆ นั่นกำลังแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าชายหนุ่มกำลังวิตก  วิตาลีเป็นคนหนึ่งที่ทำให้มิทเชลรู้สึกว่าคาดเดาได้ยาก การอ่านชายผู้นี้นับว่าเป็นเรื่องยากเพราะไม่อาจแน่ใจได้ว่าการกระทำและความรู้สึกนั่นออกมาอย่างธรรมชาติหรือกำลังฝืน บางครั้งวิตาลีดูคล้ายจะมีอาการหลอนอ่อนๆ ผลพวงมาจากการเลิกเสพยาแม้ชายหนุ่มสัญชาติยูเครนจะพยายามเลิกหรือบำบัดแต่ผลสุดท้ายกลับไม่หายขาดเสียที หากความต้องการมาถึงขีดสุดเร็วๆ นี้คงได้ไปซื้อมาเสพอีกเป็นแน่
“วิตาลี! เอะอะอะไรใส่ลูกค้า?”
คุณนายออร์ลอฟซึ่งอยู่ที่โต๊ะถัดไปอีกฟากของร้านส่งเสียงบอกลูกชายคนเล็ก ลูกชายของเธอเอะอะจนเกินไปไม่เรียบร้อยเอาเสียเลย ดีใจอยู่หรอกที่วิตาลีมีเพื่อนแต่โวยวายโหวกเหวกเช่นนั้นอาจทำให้มิทเชลรำคาญก็เป็นได้
ชายในชุดสูทไม่ได้ตอบรับด้วยคำพูดเพียงแต่ยิ้มอย่างสุภาพเพื่อบอกกับเธอว่าไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ บางทีตนอาจชอบท่าทางที่แสดงออกของวิตาลี เขาหันกลับมาสบมองนัยน์ตาคู่สวยแต่แล้วกลับต้องละจากเมื่อเรือนนาฬิกาบนข้อมือขวาถูกยกขึ้นอ่านเวลา แบงค์และเหรียญสำหรับค่าอาหารถูกวางลงบนโต๊ะหลังจากกระเป๋าใส่เงินถูกนำออกมาจากเสื้อสูท มิทเชลลุกขึ้นยืน
“เจอกันพรุ่งนี้ ขอบคุณสำหรับอาหาร”
ทุกอย่างดูรวดเร็วไปเสียหมดมิทเชลสาวเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ท่าทางเช่นนั้นทำเอาวิตาลีใจแป้วขึ้นมา อยากจะรั้งอยู่หรอกแต่ไม่กล้าจะดึงหรือกล่าวคำพูดใดออกไป  ‘ไม่เอาสิ นั่นไม่พอใจจนรีบหนีเหรอ?’  ชายหนุ่มคิดกับตัวเอง นัยน์ตาสีฟ้าใสมองตามร่างนั้นไปพอรู้ตัวอีกทีก็มายืนติดกระจกมองอีกคนที่จุดมวนบุหรี่ขึ้นสูบอยู่ข้างรถคันหรู  มิทเชลในขณะนั้นกำลังทบทวนสิ่งที่ต้องทำในคืนนี้การสูบบุหรี่ช่วยให้เขามีสมาธิมากขึ้น  ควันบุหรี่ถูกปล่อยผ่านริมฝีปากออกมาแผ่วเบา ใบหน้าที่หันกลับมาพบท่าทางเหมือนลูกสุนัขหงอยๆ ของวิตาลีทำให้เผลอขยับยิ้มเล็กๆ เขาไม่อาจทราบได้ว่าวิตาลีกำลังคิดสิ่งใด ในตอนนี้อาจไม่มีเวลาให้คิดถึงมากนักเพราะอย่างไรแล้วท้ายที่สุดมิทเชลก็จะกลับมาที่ร้านแห่งนี้เสียอยู่ดี เขามีเหตุผลของตัวเอง..
“พรุ่งนี้แม่คิดว่าเขาจะมาไหม?”
น้ำเสียงที่แตกต่างไปจากเคยถูกเปล่งขึ้นให้ได้ยินนั่นอาจเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ในใจลึกๆ กลับพยายามบอกว่ามิทเชลต้องกลับมาอุดหนุนอีกแม้อาหารที่เขาทำจะไม่ได้อร่อยเลิศเลอ.. นั่นสิ อาหารไม่อร่อยแล้วโดนตะโกนใส่ไปแบบนั้นเผลอๆ อาจย้ายไปทานร้านอื่นแล้วก็ได้.. วิตาลีรู้สึกกังวลอาจจะกังวลมากเกินไป กระวนกระวายเสียจนต้องเดินออกนอกร้านไปสูบบุหรี่ให้รู้สึกผ่อนคลาย ภาวนาให้ตัวเขาไม่เดินไปซื้อยามาเสพก็พอ..
เข็มนาฬิกาบนข้อมือขวากำลังจะชี้เลขสามอย่างสมบูรณ์ มิทเชลพ่นลมหายใจแผ่วๆ เขายังคงอยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัวสวยเช่นที่ผ่านมา ในตอนนี้คือการรอคอย..รอเวลาที่ต้องสะสางงาน ถนนที่ไร้รถยนต์กับฟุตบาทที่ไร้ผู้คน บรรยากาศเงียบๆ ภายใต้ความมืดและไฟสลัวๆ ทำให้คิดอะไรได้หลายสิ่ง เขาถอนใจอีกครั้ง.. มวนบุหรี่ถูกหยิบออกจากซอง จุดสูบด้วยไฟแช็กที่พกพาเป็นประจำก่อนพ่นควันให้ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ระหว่างนี้ดันคิดถึงวิตาลี ออร์ลอฟขึ้นมาเสียเฉยๆ มิทเชลเพียงไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายผู้นั้นถึงระแวงเขาถึงเพียงนั้น เดี๋ยวก็ระแวงเดี๋ยวก็สนอกสนใจ.. ท่าทางจะต้องเสพอะไรอยู่เป็นแน่
“ไม่น่าเลยเชฟ..” เขากล่าวออกมาแผ่วเบาเมื่อคิดเรื่องนั้นแต่แล้วเสียงอันแสนคุ้นหูกลับดังขึ้นจากทางด้านหลังดึงชายหนุ่มคืนสู่ความเป็นจริง หญิงสาวร่างสูงโปร่งปรากฏตัวขึ้นในชุดกระโปรงสีเงินตัวยาวมีประกายระยิบระยับเข้าคู่กับกระเป๋าราคาแพง รองเท้าส้นสูงคู่นั้นหากถอดออกคงจะตัวเล็กกว่ามิทเชลมากทีเดียว เธอยิ้มให้จางๆ
“ขอโทษที่ช้าจนป่านนี้นะ แฮร์รี่”
มิทเชลพยักหน้าเบาๆ โดยไม่ได้กล่าวต่อว่า มวนบุหรี่ถูกดับลงในท้ายที่สุดแม้จะสูบไปได้ไม่กี่นาที เขาพาเธอขึ้นรถหรูเปิดประทุนสีดำสนิทก่อนจะขับออกจากสถานที่แห่งนั้นในทันที พวกเขาทั้งสองไม่ได้คุยกันมากนักระหว่างเดินทาง ส่วนมากจะเป็นตัวหญิงสาวที่เริ่มหัวข้อสนทนา
“คุณน่าจะเข้าไปในงานกับฉัน มารอในที่เงียบๆ แบบนั้นถึงจะเป็นคุณก็เถอะมันอันตรายนะ”
“ระหว่างที่รอคุณผมก็ไปทำงานอื่นแล้วค่อยวนกลับมารับ อีกอย่าง.. ผมไม่ค่อยชอบงานสังสรรค์หรือพวกผับ ไนต์คลับ..”
“นั่นทำให้คุณนึกถึงอดีต” เธอกล่าวพร้อมหันไปยิ้มให้   “แบบนี้คุณจะพาสาวไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง? บ้านคุณ?”
เธอทำหน้าทะเล้นแล้วหัวเราะออกมาแถมยังไม่หยุดแสดงการหยอกล้อจนมิทเชลเผลออมยิ้มเล็กๆ นั่นทำให้ชายหนุ่มต้องปฏิเสธและท้วงออกไปบ้าง
“ผมมีที่สำหรับคู่เดทเสมอ”
“อยากรู้จังว่าผู้โชคดีคนนั้นคือใคร มาเดทกันไหมแฮร์รี่? ฉันอยากรู้ว่าคุณจะพาฉันไปไหน”
สิ่งที่ชายหนุ่มกระทำคือการกล่าวคำว่า ‘ไม่’ พร้อมสั่นศีรษะ อย่างไรแล้วพวกเขาทั้งสองคงจะทำเช่นนั้นไม่ได้ แม้หญิงสาวจะหยอกล้อและแหย่มากเพียงใดแต่มิทเชลยังคงปฏิเสธเสียอยู่ดี สุดท้ายเขาก็ขับมาถึงที่พักของเธอ บ้านหลังโตที่อยู่ห่างออกไปจากตัวเมือง
“ตอนนี้ดึกแล้วคุณขับรถฉันกลับเลยก็ได้หรือถ้าไม่กลับฉันจะไปเตรียมห้องไว้ให้”
“ผมขับกลับดีกว่า พรุ่งนี้เช้าจะขับมาคืน”
หญิงสาวเจ้าของรถยิ้มส่งท้ายแล้วตอบกลับด้วยคำเพียงสั้นๆ ว่า ‘ตกลง’ เธอยืนรอกระทั่งมิทเชลขับออกไปถึงกลับเข้าบ้าน
ขณะที่มิทเชลกำลังเดินทางกลับทางด้านวิตาลีในตอนนี้กำลังนอนกระวนกระวายอยู่ในห้อง จนป่านนี้เขายังนอนไม่หลับ.. ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องมิทเชลหรือเป็นเพราะอาการลงแดงจากความอยากยา เขาทนไม่ไหวจนต้องหยิบบุหรี่มวนสุดท้ายขึ้นจุดสูบ ชุดที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อกับการสูดหายใจแรงๆ ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัว ร่างกายกำลังตอบสนองบางสิ่งจนเริ่มสั่น เขาเขย่าขา มีบ้างที่สั่นศีรษะไปมาและส่งเสียงแปลกๆ  ‘อยาก..’ คือคำที่วนเวียนอยู่ในหัว นั่นเริ่มทำให้รู้สึกรำคาญจนส่งเสียงคล้ายกับร้องไห้ วิตาลีดับบุหรี่และเดินออกจากห้องไปเข้าห้องน้ำ ล้างตัวเสียหน่อยคงทำให้ดีขึ้น น้ำเย็นๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายแต่คงทนได้ไม่นาน
เขากลับออกมาเช็ดเนื้อตัว สวมเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงขายาวก่อนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้งพยายามข่มตาหลับแต่สุดท้ายอาการลนลานก็เริ่มแสดงออกอีกครั้ง วิตาลีคว้ากล่องบุหรี่ควานหาภายในนั้นเผื่อว่าจะหลงเหลือโดยลืมไปว่าก่อนหน้าได้สูบมวนสุดท้ายไป หากไม่มีอะไรดึงดูดความสนใจคงทนไม่ไหวเป็นแน่ สุดท้ายจึงกระเด้งตัวลุกจากเตียง หยิบเสื้อแจ็คเก็ตสวมกางเกงยีนแล้วออกจากบ้านไปตอนเวลาเกือบตีห้า รอบด้านเริ่มสว่างเสียแล้วแต่ตัวเขากลับยังไม่ได้นอนเลยให้ตายเถอะ..

 

To be continued…

 

ไม่คิดเลยว่าจะยาวครับ.. ตั้งใจไว้ว่า 3 ตอนจบแต่แค่ตอน Cigarettes ก็โดนตัดตอนแล้วไม่รู้ Firearms จะยาวไหมแต่ยังไงก็ต้องเขียนให้จบครับ OTL

 

[AU-Farrelleto]Soup, Cigarettes and Firearms (1)

Standard

 

Title : Soup, Cigarettes and Firearms [1]
Paring : Vitaly Orlov / Harry Mitchel
Movie : Lord of War + London Boulevard
Rate : PG15
Writer : Zol Redfox

 

Soup Cigarettes and Firearms

*หมายเหตุ*:  เนื้อหามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดและความรุนแรงโปรดใช้วิจารณญาณ

 

 

 

Lord of War

 

 

ในนิวยอร์กมีร้านอาหารมากมายให้เลือกสรร ร้านอาหารราคาแพง ร้านอาหารราคาถูก แม้แต่ร้านอาหารราคาถูกแสนถูก แต่ละร้านมีจุดเด่นและการดึงดูดลูกค้าที่แตกต่างกัน ทั้งด้านรสชาติ บรรยากาศ สภาพแวดล้อมรวมถึงเรื่องบุคคลากรของแต่ละร้าน

Brighton Beach หรือ Little Odessa นับเป็นแหล่งของร้านอาหารที่หลากหลายแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก หนึ่งในนั้นคือร้านอาหารเล็กๆ ของครอบครัวออร์ลอฟ

‘วิตาลี ออร์ลอฟ’ ลูกชายคนเล็กของบ้านคือพ่อครัวประจำร้าน ฝีมือทำอาหารของเขาไม่ได้ดีเลิศหรือสามารถแข่งกับใครๆ ได้ เรียกว่าพอทานได้อาจไม่ผิดเสียทีเดียว ทุกๆ วันวิตาลีจะทำเมนูอาหารซ้ำเดิมโดยเฉพาะเมนูซุปที่มักจะถูกพี่ชายอย่าง ‘ยูริ ออร์ลอฟ’ พูดใส่ว่า ‘ซุปของนายฆ่าคนตายได้’ หากเป็นไปได้เขาก็อยากจับพี่ชายคนนี้กรอกปากด้วยซุปจนหมดหม้อเลยทีเดียว

ร้านอาหารเล็กๆ ของครอบครัวออร์ลอฟไม่ได้มีลูกค้ามากมายเช่นร้านอื่น นอกจากเรื่องรสชาติอาหารแล้วยังมีเรื่องบรรยากาศของร้านและทำเลที่ตั้งอีกด้วยที่ทำให้บรรดาลูกค้าตัดสินใจไม่มานั่งร้านเล็กๆ แห่งนี้ บางวันพวกเขาก็ไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลยแม้แต่คนเดียว

แต่แล้ววันหนึ่งยูริกลับมองเห็นเส้นทางในการทำธุรกิจ เขาเลือกที่จะเข้าวงการตลาดซื้อขายอาวุธโดยมีน้องชายแสนน่ารักอย่างวิตาลีเป็นหุ้นส่วน ตั้งแต่วันนั้นครอบครัวออร์ลอฟก็มีเงินไม่ขาดมือ พวกเขาสองพี่น้องไม่เคยบอกพ่อกับแม่ และไม่มีวันบอก

อย่างไรก็ดีใช่ว่าการทำธุรกิจนี้จะราบรื่น ครั้งหนึ่งลูกค้าตัวแสบของพวกเขาทั้งสองกลับทำการซื้อขายด้วยโคเคน จ่ายด้วยสารเสพติดแทนที่จะเป็นเงินสดอย่างที่ตกลง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆ สิ่ง เมื่อการเสพโคเคนของยูริเป็นการเฉลิมฉลองแต่สำหรับวิตาลีแล้วนั่นเป็นการ ‘เสพติด’

วิตาลีเสพติดจนไม่อาจเลิกได้โดยง่าย เมาจนหัวทิ่มก็เคยมาแล้วหลายครั้ง มีความ ‘อยาก’ เสียจนคลั่ง เรียกว่าเสพติดเป็นชีวิตจิตใจ เขาไม่เคยลองมาก่อนแต่เมื่อลองแล้วครั้งหนึ่งกลับไม่อาจที่จะเลิกเสพได้เลย

ใบหน้าแสนน่ารักน่าเอ็นดูของน้องเล็กจากที่เคยมอมแมมเพราะการทำอาหารในครัวกลับเริ่มมีขอบตาคล้ำ พูดจาไม่เป็นศัพท์ เมาหัวราน้ำในทุกวัน จดจ่ออยู่กับโคเคนจนไม่เป็นอันทำงาน เหตุผลทุกประการทำให้ต้องถอนตัวจากธุรกิจและถูกส่งเข้ารับการบำบัด ยูริอาจนึกรู้สึกผิดอยู่ในใจที่ทำให้น้องชายต้องตกอยู่ในสภาพย่ำแย่หลังจากนี้เขาต้องเดินหน้าทำธุรกิจเพียงลำพัง ขณะที่วิตาลีเสพติดโคเคน ยูริอาจไม่ทราบเลยว่าเขาเสพติดการทำงานในสายอาชีพนี้

วิตาลีถูกทิ้งให้อยู่ในนิวยอร์กกับพ่อแม่ เข้ารับการบำบัดอยู่หลายครั้งแต่เมื่อออกมาก็ต้องกลับเข้าไปใหม่เพราะอาการเสพติดที่ไม่หายขาด เขาไม่อาจยับยั้งความ ‘อยาก’ นั้นได้เลย บางครั้งการทำงานในครัวก็สร้างความกังวลหลายอย่างแก่ผู้เป็นพ่อและแม่ บางครั้งวิตาลีเสพจนน็อคคาห้องครัว อาการหวาดระแวงและหดหู่แสดงเด่นชัดเมื่อพยายามเลิกยา ใช้เวลาอยู่หลายปีจึงหยุดความอยากนั้นได้บ้างแต่พอเที่ยวเล่นกับสาวๆ เขาก็ได้ยามาเสพอยู่เนืองๆ

หลังจากผ่านไปหลายเดือนเขาก็สามารถตั้งตัวใหม่ได้อีกครั้ง ลดความอยากเหล่านั้นได้มากกว่าเคย กลับมาทำงานครัวได้เช่นที่ผ่านมา แถมดันมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นอีกด้วย วิตาลีเคยคิดว่าอาจเป็นเพราะผลจากการพยายามเลิกเสพโคเคน

“วิตาลี ออเดอร์เข้า”

ผู้เป็นแม่สอดใบออเดอร์ผ่านช่องเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างหน้าร้านและห้องครัวหลังกล่าวจบประโยค ชายหนุ่มเจ้าของชื่อคว้าจับกระดาษแผ่นนั้นเหน็บไว้กับเส้นเชือกเหนือเคาท์เตอร์เพื่อให้อ่านได้สะดวก นัยน์ตาสีสวยไล่อ่านอย่างถี่ถ้วน น่าแปลกใจที่ช่วงนี้เมนู ‘ซุป’ ที่ยูริเคยพูดว่าสามารถฆ่าคนตายได้กลับถูกสั่งออกไปเป็นประจำ นี่นับเป็นวันที่ห้าติดต่อกันแล้ว ทำลายสถิติเลย แอบดีใจอยู่เหมือนกัน

ลูกชายคนเล็กของบ้านมักจะใช้เวลาอยู่ภายในครัวมากกว่าหน้าร้าน เขาไม่ได้มีโอกาสพบหน้าลูกค้าเท่าใดนัก แต่อย่างว่า.. ร้านเล็กๆ ของครอบครัวออร์ลอฟหากไม่ใช่ลูกค้าที่ต้องการอาหารราคาถูกรองท้องก็คงเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่เคยรู้จักร้านของพวกเขามาก่อน ปกติแล้วคนที่มาทานมักจะมาทานเพียงสองสามครั้งก็หายต๋อม นั่นน่าน้อยใจอยู่มากทีเดียว

วันนี้วิตาลีค่อนข้างอารมณ์ดี ชิมซุปและพยายามปรุงให้อร่อยกว่าวันใดๆ เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ.. เขาเชื่อเช่นนั้น แม้จะไม่อาจทราบได้ว่ารสชาติของซุปมื้อนี้จะถูกปากหรือไม่แต่ซุปถ้วยนั้นก็ถูกนำเสริฟพร้อมเมนูอาหารอื่น หวังว่าจะไม่ถูกด่ารอกนะ? ชายหนุ่มใช้เวลาอยู่ในครัวเช่นนั้นกระทั่งปิดร้าน

“วิตาลีวันนี้ลูกทำอะไรกับซุปหรือเปล่า ลูกค้าบอกรสชาติแปลกไป”

โอ้.. เอาแล้วไง.. เขากะพริบตาปริบๆ อยากจะทำเป็นไม่รับรู้เสียจริงเชียว

“ผมทำแบบเดิมนะ แบบที่ยูริบอกว่าฆ่าคนตายได้น่ะ”

“ลูกค้าบอกแปลกใหม่แต่ชอบแบบเดิมที่ลูกทำมากกว่า”

“ลูกค้าคนเดิม?”

เขาเริ่มตั้งคำถามด้วยความสงสัย การที่ทราบว่ารสชาติแปลกไปจะต้องเป็นลูกค้าที่มาเป็นประจำเป็นแน่

“คนเดิมตลอด ลูกคิดว่าเราจะมีลูกค้าประจำกี่คนกันเชียว?”

แปลกใจจัง.. วิตาลีมุ่นคิ้วเล็กๆ การที่มีลูกค้าประจำนั่นนับว่าดีอย่างน้อยก็มีเงินเข้าทุกวัน พรุ่งนี้คงต้องผละออกไปชะโงกหน้ามองดูเสียหน่อยว่าคือใคร อาการตื่นเต้นแสดงเด่นออกมาจนได้ ถึงช่วงนี้จะเลิกเสพโคเคนแต่อาการตื่นเต้นในตอนนี้ก็ดูไม่ได้แตกต่างเลย

คืนนั้นวิตาลีเก็บตัวอยู่ในห้อง อาการอยากยากลับมาอีกครั้ง เขาอดกลั้นและบังคับให้สู้ต่อความอยากแต่อาการหวาดระแวงกลับเข้ามาแทนที่ นี่เป็นผลจากการขาดยา

วันรุ่งขึ้นวิตาลีตั้งตารอลูกค้าคนนั้นจนแสดงท่าทางหลุกหลิกลนลานตลอดวัน อยู่ไม่นิ่งจนโดนผู้เป็นแม่ดุราวกับเด็กชายอยู่หลายครั้ง เขาอยากรู้นี่ว่าคนที่มาทานซุปเป็นประจำคือใคร อยากรู้จนเริ่มไม่เป็นอันทำงาน เมื่อไหร่ออเดอร์นั้นจะมากันนะ?

และแล้ว…วิตาลีก็ได้รับใบออเดอร์อย่างที่หวัง เมนูอาหารเดิมในทุกวันมีหรือจะจำไม่ได้ แม้บางครั้งจะมีอย่างน้อยหนึ่งเมนูที่เปลี่ยนไปแต่ทุกครั้งจะต้องมีซุปอยู่ด้วยเสมอ เขาทำตาโตมองกระดาษในมือราวกับถูกรางวัล ชูขึ้นเหนือศีรษะแล้วยิ้มร่าเหมือนเด็กชาย ในที่สุดออเดอร์ก็มาเสียที!

เขาลงมือทำอาหารราวกับคนเสียสติ แท้จริงแล้วในยามปกติช่วงนี้คงไม่ต่างเท่าไหร่.. เมื่อจัดการออเดอร์เป็นที่เรียบร้อยถึงพาร่างมาหลบอยู่หลังบานประตู แอบชะโงกแอบมองไม่ต่างจากเด็กชายที่มีความอยากรู้อยากเห็น เมื่อเห็นอาหารถูกนำเสริฟลงบนโต๊ะเขาจึงทราบได้ทันที

ชายหนุ่มมุ่นคิ้วเล็กๆ ไม่ได้แอบหวังไว้ว่าคือผู้หญิงหรือผู้ชาย อายุมากหรืออายุน้อยแต่ลูกค้าคนนี้กลับเหนือความคาดหมาย เขาหรี่ตามองอย่างกังขา ตั้งคำถามว่าใช่หรือ? คนนี้คือลูกค้าที่ชื่นชอบฝีมือการทำซุปจริงหรือ?

“แม่” ลูกชายคนเล็กกระซิบเรียก ตัวเขาก็ไม่ทราบว่าจะกระซิบด้วยสาเหตุใด “นั่นคือลูกค้าประจำเราเหรอ?” น้ำเสียงน่าหลงใหลถูกเปล่งขึ้นแผ่วเบา กระซิบกระซาบราวกับต้องการให้เป็นความลับแม้แต่กับพ่อที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้เครื่องคิดเงิน

“ใช่ ‘เขา’ นั่นแหละลูกค้าประจำ แล้วนี่เราจะกระซิบทำไมหื้ม?”

“เปล่ากระซิบนะ แม่ไม่ได้ยินเอง” วิตาลีท้วงกลับแล้วขยับถอยหลังเข้าห้องครัว ความตื่นเต้นกลับกลายเป็นความหวาดระแวง เขาแอบมองอีกครั้งผ่านช่องเล็กๆ ที่มักจะมีใบออเดอร์ลอดผ่าน

ชายผมสีอ่อนแซมด้วยสีเงินเทาๆ นั่งอยู่ที่โต๊ะข้างบานกระจก เขามองออกไปด้านนอก อาจกำลังมองร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่วิตาลีไม่ได้สนใจในเรื่องนั้น สิ่งที่ทำให้สนใจคือการแต่งตัวที่ดูมูลค่าสูงนั่นต่างหาก ชุดสูทสีน้ำเงินเข้มกับเนคไทที่เข้าคู่ เรือนนาฬิกาที่โผล่ให้เห็นบนข้อมือขวาก็ดูราคาแพง นี่เขาตั้งใจมานั่งร้านเล็กๆ แสนซอมซ่อนี่จริงหรือ? ยิ่งนึกยิ่งทำให้เริ่มกลัว เขาไม่เคยกลัวใครแต่อาการจากการที่ไม่ได้เสพยาทำให้หวาดระแวงใครต่อใครไปเสียหมด ยิ่งก่อนหน้านี้ตนทำธุรกิจเรื่องอาวุธกับยูริด้วยแล้วนั่นกลับสร้างความวิตกจริตมากกว่าเดิม ชายในชุดสูทราคาแพงที่ไหนจะมานั่งอยู่ที่ร้านอาหารรสชาติแย่ๆ แบบนี้กัน

“แม่” วิตาลีกระซิบเรียกอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยมองลอดมาจากช่องรับออเดอร์จดจ้องไปยังผู้เป็นแม่ เธอขมวดคิ้วเล็กๆ พลางสั่นศีรษะ ไม่ได้แสดงความรำคาญใจแต่กำลังสงสัยว่าวันนี้ลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอเป็นอะไรขึ้นมา

“เขาสวมสูทมาวันแรกหรือแต่งแบบนั้นมาทุกวัน?”

“แต่งแบบนี้ทุกวัน เราจะถามทำไมอีก? ไปๆ เข้าไปทำออเดอร์อื่นต่อ”

ชายหนุ่มไม่ได้กลับไปทำอาหารแต่อย่างใด เขาไม่มีออเดอร์ต้องจัดการ ในตอนนี้ถึงแอบมองอยู่หลังบานประตูครัว จ้องมองไม่วางตาราวกับกลัวว่าชายคนนั้นจะลุกมายิงตนได้ทุกเมื่อ .. ใช่แล้ว.. ปืน! ต้องมีปืนพกเอาไว้ ต้องเก็บไว้ใกล้ๆ ป้องกันตัว ถูกต้องแล้ว.. ต้องไปเอาปืนที่ยูริให้เป็นของขวัญมาใช้ เขาท่องวนไปมาอยู่ในหัวไม่ต่างจากคนขาดสติ ดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิมด้วยอาการตื่นตระหนก ลุกลี้ลุกลนจนเผลอออกทางหน้าร้านแทนที่จะเป็นหลังร้าน

ร่างแสนมอมแมมที่กำลังเยื้องย่างเข้าหาทำให้ชายในชุดสูทเงยใบหน้าขึ้นมอง พวกเขาสบตากันในทันที เหมือนลูกค้าผู้นี้กำลังอ่านวิตาลีอยู่

Hamno! (Shit!) วิตาลีสบถในใจ ดันเผลอมองไปแล้ว ตายแน่! แถมยังละสายตาไปไหนไม่ได้ด้วย เหมือนโดนแช่แข็งอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวสิ! นั่นมองแบบนั้นทำไม จะขยับไปไหน! นายกำลังหันมองใคร?

“พ่อครัว?” เขาหันไปถามคุณนายออร์ลอฟ คำพูดแรกถูกเปล่งออกมาจากชายในชุดสูท น้ำเสียงที่ฟังเป็นเอกลักษณ์นั่นเพียงคำเดียวก็ทราบโดยทันทีว่ามาจากเมืองผู้ดี

“วิตาลีทำตัวดีๆ หน่อย” ผู้เป็นแม่ส่งเสียงดุด้วยภาษาถิ่นแน่นอนว่าเจ้าลูกชายตัวแสบก็ตอบกลับมาด้วยภาษาถิ่นแทบจะทันที “ผมยังไม่ทันทำอะไรเลย!” ม่านตาของเขาขยาย ดวงตากลมโตพอเบิกกว้างแล้วกลับทำให้ดูน่ารักไปเสียอีก ชายในชุดสูทกำลังมองอย่างสนใจ

“ผมคุยกับเขาได้หรือเปล่าครับคุณนาย? ขอบคุณ”

เขากล่าวขอบคุณทิ้งท้ายเมื่อเธอพยักหน้ารับ แถมบอกให้เจ้าลูกชายนั่งลงเสียด้วย เธอกับสามีหลบไปนั่งอยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทแม้จะอยู่ห่างออกไปแต่วิตาลีกับลูกค้าก็ยังคงอยู่ในสายตา พวกเขากลัวลูกชายจะทำอะไรไม่ดีขึ้นมาเสียมากกว่า

“คุณออร์ลอฟ..”

“วิตาลี” ชายหนุ่มตอบกลับในทันที “คุณออร์ลอฟนั่นพ่อฉัน”

“วิตาลี” เขาทวนเบาๆ “ผมยินดีที่ได้พบกับพ่อครัวประจำร้าน” น้ำเสียงนั้นฟังน่าหลงใหล หากอีกฝ่ายไม่สวมชุดสูทจนดูเหมือนพวกมาเฟียหรือนักฆ่าวิตาลีคงรู้สึกยินดีมากกว่านี้

“ผมชอบซุปฝีมือของคุณมากและอยากจะทานแบบนี้ในทุกๆ วัน ผมถามสักหน่อยได้ไหมว่าวันนั้นคุณปรุงรสแบบพิเศษเพราะวันพิเศษหรือเปล่า?”

ที่ชายในชุดสูทกำลังกล่าวถึงคือวันที่วิตาลีพยายามปรุงรสให้อร่อยกว่าวันอื่นๆ อีกฝ่ายกำลังจะบอกว่ามันห่วยใช่ไหมนะ?

“ความลับทางการค้า”

ชายหนุ่มยกแขนคล้องกอดอก พยายามไม่แสดงท่าทีหลุกหลิกกระวนกระวาย หากจะตอบว่าปรุงเพื่อลูกค้าคนพิเศษมันก็จะฟังแปลกจนเกินไปถึงเลือกตอบบ่ายเบี่ยง

แม้ท่าทางของวิตาลีจะดูไม่ผิดแปลกแต่กลับดึงดูดสายตาของชายชุดสูทได้เป็นอย่างดี เขาจ้องมองอย่างสนใจ พยายามไม่จดจ้องจนดูเสียมารยาทเกินไป ทำไมชายหนุ่มตรงหน้าถึงแสดงท่าทีรั้นๆ ใส่เขากัน? นี่ไม่พอใจอะไรเขาอยู่หรือเปล่า

“แฮร์รี่ มิทเชลคือชื่อของผม”

เจ้าของชื่อกล่าวขึ้นเมื่อพบว่าวิตาลียังคงแสดงสีหน้ารั้นๆ ใส่ ทั้งขมวดคิ้วหรี่ตามองไม่หันไปทางอื่น แถมพอเริ่มขยับตัวก็ดันขยับตาม ดูกำลังหวาดระแวงเป็นอย่างมาก

“ทำอะไรให้อึดอัดหรือเปล่า?”

“นายคิดว่าไงล่ะ?”

Blyat! อยากจะถามจริงๆ ว่ามาแถวนี้เพราะธุรกิจหรือแค่ผ่านมา แต่พ่อกับแม่ดันอยู่ด้วยนี่สิ วิตาลีขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมเคร่งเครียดจากความหวาดระแวงไปหมด

“คิดว่าคุณมีคำถามอยู่ในใจ ลองถามผมก็ได้”

มิทเชลสามารถอ่านท่าทางและสีหน้าของวิตาลีออกเพียงในระยะเวลาสั้นๆ เขาอ่านคนค่อนข้างบ่อยทีเดียว

“นายอยู่แถวนี้เหรอ?”

“ทางผ่านที่พักเลยมาแวะทานอยู่บ่อยๆ ถ้าจะถามต่อว่าทำไมอาจจะทำร้ายจิตใจกันเกินไป”

เขาค่อนข้างจะตอบดักคอเพราะแม้คำตอบของมิทเชลจะไม่ได้ถูกกล่าวบอกแต่วิตาลีนั้นก็ทราบอยู่แก่ใจ ร้านโล่งๆ แบบนี้.. ..

“ไม่เบื่อรึไงทานอยู่แต่ซุปรสชาติเดิมๆ หลายคนบอกห่วยเลยนะ”

“ผมชอบถึงได้ทาน อย่าประเมินฝีมือตัวเองต่ำนักเลย หลังจากนี้ผมจะยังคงมาทานเหมือนเดิม”

ไม่อาจทราบได้ว่าความหวาดระแวงของพ่อครัวประจำร้านอย่างวิตาลีจางหายไปเมื่อใด หลังจากถามเรื่องคาใจ? หลังจากถามเรื่องซุป? เขาคงหาคำตอบไม่ได้ในตอนนี้ ถึงจะคลายความกังวลมาได้บ้างแต่ไม่สามารถเปลี่ยนใจเรื่องที่แฮร์รี่ มิทเชลอาจเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายในวงการเดียวกันกับยูริ เขายังคงกลัวถูกเป่าสมองอยู่ดี

มิทเชลไม่ได้กล่าวคำพูดใดอีกหลังจากนั้น มือจับกระดาษทิชชูขึ้นซับริมฝีปากแทนการใช้ผืนผ้า วางเงินจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะและแยกอีกจำนวนหนึ่งไว้ตรงหน้าของชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังทำตาโตใส่

“นี่อะไร?” วิตาลีเขี่ยๆ แบงค์เพื่อนับ เขาพบว่าจำนวนเงินเกินมามากโข นัยน์ตาสีฟ้าใสมองตามร่างในชุดสูททีตอนนี้ลุกขึ้นยืนติดกระดุมเสื้อเตรียมออกจากร้าน

“ทิปส์ของคุณโดยเฉพาะ คุณคุยสนุกมาก”

อยากจะเขวี้ยงเงินใส่หน้าหมอนี่ชะมัด!! วิตาลี ออร์ลอฟได้แต่ส่งเสียงคำรามในใจ เขาไม่ใช่เด็กนั่งดริ๊งนะเว้ย!

“ถือเป็นค่าเสียเวลาที่ทำให้เชฟมานั่งอยู่ตรงนี้”

คำว่า ‘เชฟ’ ดูสร้างความพอใจให้แก่วิตาลีในระดับหนึ่ง ปกติคงไม่ได้ถูกเรียกด้วยคำคำนี้บ่อยนัก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนในทันที

“ครั้งหน้าไม่ต้อง ฉันไม่อยากได้”

อยากได้สิวะ! เขาอยากได้จะตายชักแต่ไม่รู้ว่านี่มันสำหรับที่นั่งคุยจริงๆ หรือเปล่า ไม่ใช่มาหลอกตลบหลังว่าเป็นมัดจำอะไรหรอกใช่ไหม?

“ไว้ค่อยคิดอีกที”

มิทเชลตอบรับเพียงสั้นๆ แล้วดันประตูร้านเดินออกไป มาดผู้ดีแบบนี้ก็มีบ้างที่อยากตบให้คว่ำ วิตาลียืนแนบกระจกร้านมองออกไปยังชายในชุดสูทที่ตอนนี้หยิบแว่นกันแดดขึ้นสวม เหมือนว่ามิทเชลจะทราบถึงการกระทำเด็กๆ นั่นถึงหันใบหน้ากลับไปทางร้านก่อนสาวเท้าเดินออกจากถนนเส้นนั้น

“….”


ถ้าใครชม Lord of War แล้วจะทราบครับว่าคาแร็คเตอร์ตอนวิตาลีเสพยาและเลิกยาเป็นแบบไหน มีความสับสนในตัวเองดี เขียนไปก็สนุกดีนะครับดูสับสนชีวิต.. ส่วนมิทเชลนั้น โดยรวมมาดนิ่งมาก ยุ่งเกี่ยวกับแก๊งสเตอร์เป็นหลักเลย สวมสูทเดินไปเดินมาแต่ละทีดูดีมากๆ
ตั้งใจไว้ว่าจะ One-Shot แต่แล้วก็ออกมาเป็นแบบนี้ครับ ไม่จบอีก.. จงอย่าดองเลย #หิวข้าว #อยากชิมซุปฝีมือวิตาลี #มีปัญหากับตัวอักษรกับย่อหน้าอีกแล้วช่วยด้วยครับ #…

[PhoneBooth]The Video

Standard

Title : The Video
Paring : Bobby / Stuart ‘Stu’ Shepard
Movie : Phone Booth
Rate : PG15
Writer : Zol Redfox

 NOTE: มีภาพเพิ่มเติมที่ท้ายเรื่อง
ครั้งแรกที่ได้ยินว่ามีคลิปหลุดของ ‘หมอนั่น’ ออกมา เขาก็แทบจะระเบิดอารมณ์ด้วยหลายๆ เหตุผล .. ไม่สิ.. ความจริงระเบิดอารมณ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้ทำให้หัวเสียจนต้องยกเลิกงานตลอดวัน ถึงจะบอกว่ายกเลิกแต่เขาก็ทำเพียงตั้งค่าการโทรเป็นติดประชุมเพื่อไม่ให้ผู้ใดติดต่อมาได้ ระหว่างที่กำลังจัดการเรื่องวุ่นวายพวกนี้เขาควรส่งต่อภาระให้เป็นหน้าที่ของเด็กฝึกงานแทนคงช่วยผ่อนเบาเรื่องที่พับบลิคซิส (Publicist) เช่นเขาหายตัวไป นั่นเป็นความคิดเห็นของสตู
สจ๊วต ‘สตู’ เชพพาร์ด ผู้คนในสายงานวงการบันเทิงคงเคยได้ยินชื่อของชายผู้นี้มานักต่อนัก ชายผู้ที่ไม่ได้เด่นดังจากชื่อเสียงแต่เป็นเพราะความทะเยอทะยานมุทะลุและนิสัยที่ใกล้เคียงกับคำว่า ‘เห็นแก่ตัว’ คนอย่างสตูอาจเรียกได้ว่ามีนิสัยที่ก้าวร้าว ไม่ใช่ในเชิงการแสดงออกแต่เป็นคำพูดและการกระทำซึ่งมุ่งเป้าไปยังจุดหมายที่ถูกตั้งไว้เพียงเท่านั้น เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นกอบกำ อย่างไรแล้วสำหรับนิสัยเสียของสตูกลับมีข้อยกเว้นและข้อยกเว้นนี้ก็เกิดจากตัวบุคคลซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายที่มีนามว่า ‘บ๊อบบี้’
บ๊อบบี้เป็นนักแสดงและนักร้องที่ใหม่กับวงการ เรียกว่าไม่ได้ดังเท่ากับดาราฮอลลีวู้ด เขากำลังค่อยๆ ไต่เต้าไปที่ละระดับ  งานแสดงนั้นก็ไม่ได้เด่นมากมายที่พอจะทำให้คนจดจำได้คงเป็นบทเพลงที่ขับร้องออกมาอย่างมีเอกลักษณ์ พวกเขาสองคนรู้จักกันได้อย่างไรนั้นไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนมากมาย เหตุผลที่เข้าใจง่ายคือสตูชอบบ๊อบบี้ ถึงจะเหล่สาวอยู่เป็นปกติแต่เมื่อได้พบบ๊อบบี้สิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจกลับบอกว่าชายคนนี้คือคนที่ตนสมควรจะปั้นให้เด่นดังและเหมือนกับว่าจะเป็นคนคนเดียวที่สตูสามารถช่วยเหลือไว้ได้ อาจเป็นเพียงคนเดียวและคนสุดท้ายสำหรับสตู เชพพาร์ด
ในตอนที่เริ่มได้ยินข่าวลือเรื่องคลิปของบ๊อบบี้นั่นถึงกับทำให้เขาหัวเสีย หัวเสียทั้งในฐานะเพื่อน ฐานะคนที่คอยดูแลและในฐานะนักประชาสัมพันธ์ที่พยายามจะดันอีกฝ่ายไปยังแนวหน้าแต่กลับมาสะดุดเพียงเพราะเรื่องจำพวกนี้ อย่างไรแล้วคนเช่นสตูคงไม่ปล่อยให้ข่าวลือนั้นเป็นเรื่องจริงขึ้นมา วันนี้ถึงต้องดั้นด้นโผล่หน้ามาหาจนถึงที่
   “บ๊อบบี้”
น้ำเสียงที่ไม่ต่างจากลูกผสมเปล่งขึ้นหลังจากบานประตูห้องพักถูกดันเปิด สตูเป็นไอริชโดยกำเนิดเสียงไอริชของเขาถึงเป็นเอกลักษณ์แต่เพราะอาศัยอยู่ในนิวยอร์กสำเนียงจึงไม่ต่างจากพวกนิวยอร์กเกอร์ด้วยเช่นกัน หากจะเรียกว่าลูกผสมคงไม่ผิดเสียทีเดียว    ชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีเบอร์รี่คลุมทับด้วยชุดสูทถือวิสาสะก้าวเท้าเข้ามาในห้องพัก เหตุใดเขาถึงสามารถเข้ามาได้น่ะหรือ? เหตุผลเพียงไม่กี่ข้อสามารถเฉลยให้ได้รับฟังหนึ่งในนั้นเนื่องเพราะสตูมีกุญแจห้องพักเก็บไว้ในกรณีฉุกเฉิน  ฉุกเฉินที่ว่านั้นหนีไม่พ้นเรื่องอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเพื่อนชาย
สตูกวาดสายตาไปรอบห้องที่มืดสนิท อา.. เวร.. นี่เหยียบอะไรไปวะเนี่ย? เขาบ่นกับตัวเองในใจเมื่อรองเท้าคู่โปรดดันเหยียบเข้ากับบางสิ่งที่ให้ความรู้สึกลื่นๆ เหมือนเป็นเมือก มือที่มักจะใช้คีบบุหรี่ควานหาสวิตช์เปิดไฟได้อย่างแม่นยำ เขาคุ้นเคยกับที่นี่พอสมควร แม้จะไม่ค่อยได้มาแต่สิ่งที่เกี่ยวข้องกับบ๊อบบี้เขากลับจดจำได้แม่นยำกว่าเรื่องอื่น  เมื่อไม่พบวี่แววเจ้าของห้องเขาถึงก้มลงมองสิ่งที่ตนเพิ่งได้ทำการเหยียบไปเมื่อครู่ก่อน โอเค ให้ตาย… หมอนี่จะเล่นตลกกับเขาหรือยังไง?  อีกครั้งที่สตูต้องบ่นภายในใจ เมื่อทราบว่าเจ้าของลื่นๆ ที่ตนเพิ่งเหยียบไปคืออะไรก็ทำให้อารมณ์ที่ไม่ค่อยพอใจนั่นกลับมาอีกครั้ง
   “ให้ตายสิวะ!”
ครั้งนี้เขาเผลอหลุดสบถออกมา คงเพราะเริ่มหัวเสียจริงๆ เสียแล้ว ของใช้ที่ถูกปล่อยเกลื่อนเต็มพื้นนั่นทำให้รู้สึกขยะแขยงจนอดไม่ได้ที่จะเผลอหลุดปากออกมาด้วยคำว่า ‘Fuck’ อยู่หลายหน  ไม่ใช่สบถด้วยความรู้สึกต่อสิ่งของแต่อย่างใดแต่เป็นความรู้สึกที่มีต่อบ๊อบบี้ในยามนี้ เพื่อนของเขาในตอนนี้คิดสิ่งใดอยู่ นี่ถึงขั้นต้องเยียวยาแล้วใช่ไหม? นั่นสิ.. ต้องถึงขั้นนั้นอยู่แล้ว
   “ถ้านายยังไม่โผล่หัวออกมา..”
ไม่ทันที่ประโยคคำพูดจะสิ้นสุดร่างของนักแสดงหน้าใหม่ก็ปรากฏตัวขึ้น ทั้งที่ปกติบ๊อบบี้จะสวมชุดแจ็คเก็ตหนังและกางเกงเรียบร้อยแต่ในตอนนี้สภาพกลับดูไม่ได้ เรียกว่ายับเยินหรือเละเทะก็คงไม่ผิด…
   “สตู”
ชายหนุ่มสูดจมูกพร้อมกับยกแขนขึ้นกอดตัวเอง ลูบเบาๆ สัมผัสผิวหนังที่ไม่ได้ปกปิดด้วยชุดเสื้อผ้าแขนยาว ใบหน้าสวยที่เคยสดใสในตอนนี้หม่นหมองไปหมด ทรงผมกระเซิงจัดไม่เป็นทรงแถมดูจะซูบผอมไปพอสมควร .. ‘Oh Fuck..’ และเป็นอีกครั้งที่สตูสบถ สภาพของเพื่อนชายนั้นดูแทบไม่ได้เลย
   “อย่าบอกฉันว่านาย..เสพยา..”
   “เปล่า.. ไม่ ฉันไม่ได้ยุ่งกับของพวกนั้น”
เขาเชื่อในคำพูดของบ๊อบบี้อย่างไม่มีข้อกังขา ก็แค่เผื่อใจไว้เล็กน้อย.. สภาพของคนที่เพิ่งเจอเรื่องแย่ๆ มาก็คงทำให้สุดกู่ไปจนหมด
   “แล้วนี่มีใครอยู่กับนายในห้องไหม?”
   “ฉันอยู่คนเดียว”
ครั้งนี้บ๊อบบี้กลับตอบคำถามเร็วกว่าในตอนแรก มันควรเป็นเรื่องผิดปกติแต่สตู เชพพาร์ดกลับเลือกที่จะเชื่อในตอนนี้ เขาสาวเท้าเดินเข้าใกล้จนไปหยุดอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่าย สำรวจมองใบหน้าและนัยน์ตาสีฟ้าใส แม้ปากอยากจะพาพูดถึงอะไรแย่ๆ แต่พออยู่กับชายคนนี้แล้วกลับปิดปากเงียบต่างจากเคย
   “ฉันได้ยินมาบางเรื่องเกี่ยวกับ..”
   “คลิปหลุด ฉันรู้แล้วสตู มันเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ”
   “แต่ยังไม่มีใครเห็นคลิปนั้น”
เวรกรรมจริงๆ พับผ่า! มือข้างถนัดถูกยกขึ้นกระแทกลงเบาๆ ที่หน้าผากของตน ไม่รู้ว่าในตอนนี้เขาควรจะอารมณ์ไหนระหว่าง โกรธ หงุดหงิด ไม่พอใจ หัวเสีย ห่วง หรือ.. หึงหวง..
   “และมันยังเป็นเรื่องที่ดีในระดับหนึ่งเพราะมีแค่คำพูดลอยๆ ไร้หลักฐาน..ตอนนี้ฉันอยากให้นายพูดถึงเรื่องนั้น”
ที่ต้องมาคอยกังวลไม่ใช่เพียงเรื่องอนาคตของบ๊อบบี้แต่เป็นเพราะเนื้อหาในคลิปนั้นมากกว่า.. นี่เขาดูจะทำหน้าที่ได้ดีกว่าผู้จัดการของบ๊อบบี้เสียอีก
   “นั่งลงก่อนแล้วฉันจะพูดให้ฟัง”
ชายหนุ่มเจ้าของห้องลูบแขนตนเองอีกครั้ง พยายามกอดร่างกายให้ความอบอุ่นแก่ตัวเองทั้งที่ห้องพักนั้นร้อนจนสตูเริ่มเหงื่อออก ในระหว่างนั้นเขารออย่างใจเย็น เหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้ว แต่ก่อนจะได้รับฟังใดใดสตูกลับลุกขึ้นเดินไปยังห้องนอนที่เปิดประตูทิ้งไว้ บ๊อบบี้ไม่คิดกล่าวห้ามแต่อย่างใด ปล่อยให้เพื่อนสนิทเดินไปมาตามอำเภอใจ
สิ่งแรกที่สตูเห็นเมื่อก้าวผ่านมายังห้องนอนคือสภาพที่แสนจะเละเทะ ขวดเครื่องดื่มกับเตียงนอนที่หมอนกระจุยกระจาย ผ้าห่มก็ตกลงไปกองกับพื้น เหมือนว่าบ๊อบบี้จะนอนอยู่ที่มุมหนึ่งของพื้นใกล้กับตู้เก็บแผ่นเพลง เขามองสำรวจโดยรอบห้อง ทุกอย่างยังไม่ได้แตกสลายนั่นถือว่าเป็นเรื่องดี กีต้าร์ตัวแพงยังคงวางอยู่ข้างผนัง โปสเตอร์ภาพยนตร์และละครเวทีที่เจ้าตัวชอบก็ยังคงแสดงเด่นใกล้กับเครื่องดนตรีเช่นเดียวกับโปสเตอร์วงนักร้องที่บ๊อบบี้ชื่นชอบ
สตูใช้เวลาอยู่ภายในห้องนั้นไม่นาน .. ก็ตั้งใจไว้เช่นนั้นแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นอัลบั้มภาพถ่ายที่เปิดทิ้งไว้ จะไม่ให้สนใจได้อย่างไรกัน? เขาถือวิสาสะจับเปิดไปทีละภาพ แอบยิ้มเล็กๆ เมื่อเห็นวัยเด็กของอีกฝ่าย หลายเหตุการณ์หลายช่วงเวลา ไม่นึกว่าจะยังเก็บภาพของเขาอยู่ด้วย ตลกจริงๆ .. นี่ควรถ่ายภาพคู่กันดีๆ หน่อยแล้วสิ  แต่แล้วรอยยิ้มนั้นกลับจางหายไป เหมือนว่าสตูจะเข้าใจและเดาบางสิ่งออก
   “ห่มไว้ให้อุ่น ฉันไม่อยากเห็นนายเข้าโรงพยาบาล”
ผืนผ้าห่มถูกห่อคลุมร่างชายหนุ่ม สตูผละไปหยิบยาจากชั้นวางที่ห้องครัวพร้อมกับน้ำดื่ม รอให้ชายหนุ่มนักร้องจัดการตัวเองเสร็จสิ้นแล้วถึงกล่าวพูด
   “นายกำลังทำให้ฉันหัวเสียจริงๆ แล้วนะเพื่อน ฉันกำลังหาทางออกให้นายอยู่”
   “ฉันขอโทษสตู ฉันไม่ระวังเอง”
   “ช่างมัน.. ฉันจะหาทางแก้ไขให้นายไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น เข้าใจไหม? ฉันทำให้นายได้ทุกอย่างบ๊อบบี้”
อย่างที่สตูพูด คนเช่นเขาจะทำเรื่องนี้เพื่อบ๊อบบี้ คนเช่นสตู เชพพาร์ดที่ไม่เคยทำเรื่องใดให้กับใครเลยสักคน ทุกสิ่งที่เขาทำมักมีผลประโยชน์และผลตอบแทนกลับตอบมาเสมอแต่ครั้งนี้นั้นต่างกัน
   “เอาเบอร์ ‘เขา’ มา”
บ๊อบบี้สะอึกไปชั่วครู่ การที่ประโยคนั้นเจาะจงว่า ‘เขา’ แสดงว่าสตูรู้เรื่องนี้แล้วหรือ? แววตาที่จ้องมองมาหาไม่ได้แสดงอาการตำหนิ ไม่แม้แต่แสดงออกถึงอารมณ์อื่นๆ นอกจากความกังวล แล้วทำไมถึงต้องถามสตูกลับไปว่า “เขาไหน?” ด้วยนะ
   “เทรนเนอร์ของนาย”
สตูพ่นลมหายใจออกยาวๆ แล้วกล่าวต่อ
   “รีบส่งมาแล้วฉันจะไปจัดการ ไม่กี่วันทุกอย่างจะเรียบร้อยโอเคไหม? ฉันรับประกันได้”
บ๊อบบี้ใจอ่อนในท้ายที่สุด ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนดูจะคล้ายเพื่อนแต่ก็เหมือนลูกค้าผู้ว่าจ้างสตูเสียมากกว่า บางทีก็ดูคลุมเครือมากเกินไปจนนักแสดงหนุ่มไม่อาจวางใจได้มาก ท้ายที่สุดแล้วสตูก็ได้รับเบอร์โทรของเทรนเนอร์ชายคนนั้น เขาถนัดนักกับการใช้โทรศัพท์ในการโทรและติดต่อใครต่อใครเพราะนั่นเป็นหนึ่งในหน้าที่ของอาชีพ
   “รอฉันติดต่อมาตกลงไหม? ตอนนี้นายควรหาอาหาร แล้วเลิกพาใครเข้าบ้านได้แล้ว ทั้งผู้หญิงผู้ชาย อย่าดื่ม พยายามทำตัวให้สดใสเพราะไม่แน่ว่านายอาจต้องมีถูกสัมภาษณ์แถมช่วงนี้ยังมีงานอยู่ บอกฉันทีว่านายเข้าใจ”
เสียงตอบรับกลับมาเพียงสั้นๆ “ฉันเข้าใจ” เช่นเดียวกับสตูที่กล่าวว่า “เก่งมาก” พร้อมทั้งส่งมือไปลูบศีรษะของอีกฝ่าย เรือนผมสีสวยนั้นไม่ว่าจะมองกี่ครั้งกลับทำให้ชื่นชอบเสียทุกที สตูประคองใบหน้าเพื่อนชายไว้เต็มสองมือ จับเบาๆ ให้แหงนมาตามแรง ตัวเขาที่ยืนอยู่ในตอนนี้โน้มใบหน้าลงใกล้ จุมพิตลงกับหน้าผาก ทำราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง เขาวาดแขนสวมกอดร่างตรงหน้าและกล่าวขึ้นอีกครั้ง
   “ทุกอย่างจะเรียบร้อย..”
   “ฉันรู้สตู”
   “พอฉันออกไปแล้วจะโทรสั่งอาหารเข้ามาให้ นายทำตัวหล่อๆ แล้วรอรับอาหารด้วย”
เขาผละออกห่างอย่างรวดเร็ว จัดชุดให้ดูดีสมกับราคาที่ซื้อมา เมื่อทุกอย่างดูจะลงตัวมากขึ้นสตูถึงก้าวเท้าเดินกลับไปยังประตูห้องและหันกลับมาเมื่อตะขิดตะขวงใจจนอยากจะพูดถึงสิ่งของใช้แล้วที่เกลื่อนอยู่เต็มพื้นห้องจนต้องเดินหลีก  “อ้อ.. แล้วก็ถ้าว่างแล้วหยิบถุงยางนายไปทิ้งด้วย เดี๋ยวคนส่งอาหารตกใจ”  ถึงจะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้แต่นิสัยเสียที่มาพร้อมกับปากเสียๆ นั่นก็อดจะกล่าวไปไม่ได้ นั่นไม่ได้สร้างความไม่สบายใจให้แก่บ๊อบบี้เลย เจ้าตัวกลับขยับยิ้มเล็กๆ เสียอีก สุดท้ายบานประตูบานนั้นจึงปิดลงอีกครั้ง
สตูจัดการเรื่องเหล่านี้หลังจากกดสั่งอาหารให้กับบ๊อบบี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การติดต่อไปยังเทรนเนอร์ไม่ใช่เรื่องยากแต่เรื่องที่นัดออกมาน่ะสิค่อนข้างยากอยู่พอตัว ถึงจะต้องใช้เวลาและถึงแม้สตูจะถนัดการใช้โทรศัพท์มากกว่าการเจอหน้าแต่เรื่องนี้อย่างไรแล้วก็ต้องออกมาให้เห็นกัน.. เขาต้องการเห็นหน้า ต้องการพบคนที่ทำให้บ๊อบบี้มีสภาพเช่นนั้น ต้องการเห็นคนที่บ๊อบบี้รู้สึกดีๆ ด้วย ความใกล้ชิดเป็นพิษร้ายอยู่เสมอ สองคนนั้นคงอยู่ใกล้กันตลอดเวลา ก็อย่างว่า.. เป็นเทรนเนอร์ส่วนตัว จะเจอกันประจำไม่เห็นแปลก สตูถอนใจยาวๆ ตัวเขาหากเป็นไปได้ก็อยากจะเจอเพื่อนชายคนนี้ทุกวันอยู่หรอก แต่ที่ทำได้ก็แค่โทรหาอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นเอง
Fuck.. อีกครั้งที่เขาสบถ Fuck Fuck Fuck! และอีกหลายๆ ครั้งที่สบถเมื่อการพบเจอเทรนเนอร์ชายของบ๊อบบี้ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว คิดสิสจ๊วต สมองแสนปราดเปรื่องกับวาจาที่หว่านล้อมใครต่อใครนั่นมันทำให้ผ่านมาได้หลายเรื่องแล้วนะ ที่สตูกำลังกังวลนั่นไม่ใช่เพราะเทรนเนอร์ชายคนนั้นไม่คิดออกมาพบ แต่เพราะพบตัวอยู่ตรงหน้าตอนนี้ต่างหาก! เวร!! เวรของแท้! ก็คิดอยู่ว่าหุ่นจะต้องดีแต่นี่มันจะดีเกินไปหน่อยไหม? บ๊อบบี้.. นายชอบแบบนี้เหรอวะ?
เขาหงุดหงิดและลนลานจนต้องยัดมวนบุหรี่เข้าปาก ร่างของเทรนเนอร์ที่สูงกว่าเขาแถมมัดกล้ามใหญ่ๆ ดูอย่างไรแล้วเพียงตบเขาทีเดียวก็น็อคยาวไปเป็นปีแล้วมั้ง! อา.. หัวเสียชะมัดให้ตายเถอะ อารมณ์เหล่านั้นแสดงออกมาทางสีหน้าจนต้องเงยหน้าทำทีเป็นพ่นควันบุหรี่ เขาจะไม่รีรออีกแล้ว ไม่ควรช้าเกินกว่านี้เพราะไม่ทราบว่าชายตรงหน้าได้ทำอะไรไปบ้าง
   “ฉันจะเข้าประเด็นเลยตกลงไหม? เรื่องคลิปของนายกับคนของฉัน”
– – – – – – – – – – – – – – – – –
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นหลังจากผ่านไปหนึ่งวัน บ๊อบบี้ที่เริ่มขยับเขยื้อนร่างกายตามที่สตูขอดูมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย คงเพราะได้พบกับเพื่อนสนิทแทนที่จะพบคนอื่น แถมได้รับฟังเรื่องดีๆ จากปลายสายเสียด้วย
   “เฮ้ สุดหล่อ.. ฉันจัดการเรื่องให้นายเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างเคลียร์ จบ ไม่มีอะไรต่ออีก”
นั่นเป็นเรื่องที่ดีทีเดียวหลังจากผ่านไปเกือบสัปดาห์ สตูจัดการให้เขาได้ในทุกเรื่องไม่เคยผิดหวังเลย บ๊อบบี้ดูสดใสขึ้นเมื่อได้รับฟังสิ่งเหล่านี้ ทั้งที่ตนควรจะจัดการได้ด้วยตัวเองแต่กลับต้องพึ่งสตูอยู่เสมอ เหตุผลนั้นมีหลายประการทีเดียว มันซับซ้อนสำหรับบ๊อบบี้และเทรนเนอร์คนนั้น
   “เงียบแบบนี้กำลังร้องไห้ตื้นตันอยู่ใช่ไหม?”
   “ไอ้บ้าสตู..”
   “อ้าว.. ก็ยังอยู่ดีนี่หว่านึกว่าจะสูดน้ำมูกหลังจากร้องไห้ด้วยความดีใจ”
   “ขอบคุณ..ฉันจะตอบแทนนายยังไงดี?”
   “แค่อย่ามีคลิปหลุดออกมาอีกยกเว้นกับฉันแบบนั้นโอเค อยากลองดูหน่อยไหม?”
   “เงียบไปเลย” เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงดุๆ พอทุกอย่างดูผ่านไปอย่างราบรื่นสตูก็กลับมาพูดจาแบบนี้อีกเสียได้ บ๊อบบี้รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาเลย เรื่องนี้ทำให้อีกฝ่ายพอจะรู้รสนิยมของเขาแล้วล่ะมั้ง
   “ฉันอยากรู้ว่านายจัดการเรื่องนี้ยังไง ถ้านายบอกฉันได้..”
   “มันอาจจะทำให้นายนอนไม่หลับเลยก็ได้นะบ๊อบบี้… ล้อเล่น.. ฉันก็ทำอย่างที่ฉันถนัด ให้นายเข้าใจว่าตอนนี้นายไม่ต้องกังวลอีกก็พอ”
   “ถ้านายว่างก็แวะมาหาก็ได้”
   “ฉันจะดูอีกที ส่วนนายรีบๆ จัดการมื้อค่ำแล้วเข้านอน พรุ่งนี้มีงานโปรโมทละครเวที”
   “สตู นี่นายปริ้นท์ตารางงานฉันรึไงวะ?!”
   “อะไรนะไม่ได้ยิน สัญญาณไม่ดีเลย ตู๊ดๆ”
แล้วเขาก็วางสายไปในที่สุด พอเห็นว่าบ๊อบบี้กลับมาตั้งตัวได้อีกครั้งก็พอจะวางใจได้ แต่ก็คงยังไม่เต็มร้อยทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย เขาไม่อยากจะให้อีกฝ่ายรู้เลยว่าตนทำสิ่งใดไป มือข้างถนัดยกขึ้นขยี้ผมที่จัดทรงจนตอนนี้ลงมาปรกใบหน้า สตูถอนใจยาวๆ พร้อมหยิบมวนบุหรี่ขึ้นจุดสูบ ใบหน้าหันไปยังโต๊ะทำงานที่มีม้วนเทปวีดีโอวางทิ้งไว้พร้อมกับชื่อบนกล่อง ‘Bobby’
   “เวรจริงๆ”

บ๊อบบี้คนน่ารัก
tumblr_inline_nwt4ehxi2j1qz9244_540
คงต้องบอกว่าเล็งเขียนคู่นี้มานานแล้วครับ ถึงแม้จะมีแค่ Deleted scene แต่กลับกลายเป็นว่ามีอะไรมากกว่านั้นเยอะเลย ชอบบ๊อบบี้มาก ผมสวยมาก รัก ♥ ส่วนสตูนี่มาชอบตอนดูหนังล้วนๆ เลยครับ คาแร็คเตอร์สตูนี่ลูกหมาชัดๆ เหมือนแกร่งแต่ความจริงแล้วไม่ได้แกร่งถึงขนาดนั้น แค่สร้างเกราะไว้ให้กับอาชีพตัวเอง แถมในเรื่องนี่ช่างเป็นตัวละครที่เรียกว่า ‘ซวย’ มากจริงๆ ฮา
ที่มาเขียนประเด็นนี้เพราะตรงส่วนเนื้อหาที่ถูกตัดไปครับ มีประโยคตรงส่วนหนึ่งที่สตูพูดกับบ๊อบบี้ว่า ‘… tapes of you and YOUR MALE TRAINER’ แล้วด้วยที่ความสัมพันธ์ของตัวละครที่สนิทกันมากแถมเหมือนคอลินกับจาเร็ดมากๆ เลยคิดไปแล้วครับว่าเทปนั่นจะต้องเป็นอะไรที่ทำร้ายบ๊อบบี้เพราะดูหัวเสียมากตอนที่สตูพูดขึ้นมา ถึงขั้นเดินชนไหล่หนี ด้วยอำนาจแห่ง Farrelleto เลยคิดไปแล้วว่าเทปแบบนั้น ฮา

112

ส่วนเทรเนอร์หนุ่มคนนั้นใช่ว่าจะไม่มีนะครับ มีภาพเลย เหมือนจะคัดนักแสดงไว้แล้วด้วย *แปะ*

tumblr_inline_nwt4eptVNA1qz9244_500.jpg

ส่วนอันนี้เป็นเบื้องหลังตอนอยู่ด้วยกันครับ แต่ไม่มีในส่วนตัดเลยสงสัยว่ายังไงกันนะแบบนี้..?
tumblr_inline_nwt4dhasdB1qz9244_500.jpg
ครั้งหน้าหวังว่าจะเขียนอะไรที่เป็นตัวเองมากกว่านี้ครับ (?) หาโทนดาร์คของคู่นี้สักคู่ ความจริงก็แอบมองโจ๊กเกอร์กับเกรฟส์ไว้เหมือนกัน แต่พอเจอแฟนวิดคู่เรย์ (True Detective) กับโจ๊กเกอร์เลยคิดว่าคู่นี้ก็ไม่เลว ฮา

[Drabble] Fantastic Beasts: Lust

Standard

 

Title : Lust
Paring : Someone with Percival Graves
Movies : Fantastic Beasts and Where to find them
Writer : Zolredfox

 

 

สาวเท้าเข้าใกล้ร่างชายตรงหน้าแนบชิด มือสอดไปใต้เสื้อโค้ทตัวหนาสัมผัสผ้าเนื้อหยาบที่อยู่ใต้ฝ่ามือ ค่อยๆ เลื่อนขึ้นเนิบช้า

 

ใบหน้าโน้มเข้าใกล้ผืนผ้าพันคอสีเข้ม มือที่เคยสัมผัสมาตามชุดสูทราคาแพงดึงผ้าพันคอซึ่งพาดอยู่บนบ่าให้ไหลหล่นลงสู่พื้น

 

ฝ่ามือลูบไล้เรือนร่างเลื่อนขึ้นถึงหัวไหล่ทั้งสอง ถอดเสื้อโค้ทราคาแพงหลุดจากหัวไหล่หล่นลงกองบนพื้นกระทบจนเกิดเสียง

 

มือทั้งสองรอดผ่านสูทตัวนอกสัมผัสเนื้อผ้าด้านใน ปลดกระดุมเสื้ออย่างใจเย็น

 

ปลายจมูกเข้าใกล้สูดกลิ่นกาย ลมหายใจร้อนรดปะทะซอกคอ

 

ความเย้ายวนและห้วงอารมณ์นำพาให้ริมฝีปากขยับเข้าใกล้ ไร้ซึ่งการสัมผัส มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วๆ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นดังอยู่ภายใต้ความเงียบสงัด

 

 


 

I don’t know who he is(?) Maybe it’s Credence? Newt?.. Grindelwald? It’s up to you. I just wanna write Ha Ha.

 

 

[FantasticBeasts] New World

Standard

 

Title : New World
Paring : Credence Barebone / Percival Graves
Movie : Fantastic Beasts and Where to find them
Writer : Zol Redfox

 

 

         ผ่านมาสักพักแล้วกับกลุ่มประท้วงของซาเลมที่สอง แม้สมาชิกหลักๆ จะมีเพียงสี่คนแต่กลุ่มประท้วงนี้กลับตระเวนไปทั่วทุกๆ ที่ในนิวยอร์ก
        เครเดนซ์เป็นลูกชายของบ้าน แม้จะบอกว่าเป็นลูกชายแต่ความจริงแล้วพี่น้องของเขานั้นต่างมาจากคนละบ้าน พวกเขาเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกรับมาเลี้ยงและเครเดนซ์ก็เป็นลูกที่แม่เกลียดมากที่สุด
         เครเดนซ์ แบร์โบนเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ตัดผมสั้นสีดำขลับแนบชิดใบหน้าจนคนอื่นๆ ต่างมองว่าประหลาด ซ้ำแล้วท่าทางและการแสดงออกยังทำให้ใครต่อใครเรียกเขาว่า ‘ตัวประหลาด’ อีกด้วย
          ชายหนุ่มไม่กล้าแสดงออกถึงอารมณ์ เขาไม่สบตา ความกลัวทำให้ต้องเก็บความรู้สึกมากมายเอาไว้ภายในใจ ก้มหน้าก้มตาทำในสิ่งที่แม่มอบหมายมาให้แม้ว่านั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่ตนพอใจจะทำ
          ความรู้สึกของเครเดนซ์ถูกอัดเอาไว้โดยไม่ได้แสดงออกราวกับกล่องขนาดเล็กที่ถูกบรรจุด้วยสิ่งของซึ่งสักวันหนึ่งจะอัดแน่นและระเบิดออก ชายหนุ่มเป็นมนุษยชนทั่วไปที่ต้องการใช้ชีวิตเช่นปกติ แต่ในเมื่อคนทั่วไปผลักไสเขาออกจากสังคมสิ่งที่เครเดนซ์โหยหาเป็นลำดับต่อมาคือเรื่องเหนือธรรมชาติ เขาเคยเห็นครั้งหนึ่งตอนที่ถูกแม่ทำโทษด้วยเข็มขัด หญิงสาวที่เข้ามาช่วยเขาเอาไว้ในตอนนั้นเธอทำบางอย่างกับแม่ เครเดนซ์เชื่อว่านั่นคือเวทมนตร์
          เขาไม่นึกเลยว่าปฏิหาริย์จะเกิดขึ้น แม้กลุ่มของซาเลมที่สองจะต่อต้านการมีอยู่ของเหล่าผู้วิเศษแต่เครเดนซ์กลับเชื่ออย่างสุดใจว่าสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งพิเศษ หลังจากได้พบแม่มดคนนั้นเขาไม่นึกเลยว่าโอกาสจะกลับมาหา  บุคคลที่ปรากฏต่อหน้าคือพ่อมดนามว่า ‘เพอร์ซิวัล เกรฟส์’ มือปรามารและหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยแห่งโลกเวทมนตร์
‘การพบกันของเราคือปฏิหาริย์ เครเดนซ์ เธอคือปฏิหาริย์ของฉัน’
          มิสเตอร์เกรฟส์ ชายอายุมากกว่าที่ดูมีภูมิฐานจนทำให้รู้สึกหลงใหล เขาต่างจากคนอื่นที่เคยรู้จัก ต่างจากผู้ชายคนอื่นที่เคยพบหน้า การแต่งตัว ท่าทาง น้ำเสียง สีหน้า ล้วนแตกต่างจากที่เคยได้พบ นี่อาจเป็นความประทับใจแรก ความรู้สึกที่ไม่เคยได้สัมผัส สิ่งที่เครเดนซ์ แบร์โบนต้องการมาตลอด … ใครสักคนที่เห็นคุณค่าของเขา ใครสักคนที่ยอมรับเขา ใครสักคน..ที่ยอมให้เขาได้เคียงข้าง เพอร์ซิวัล เกรฟส์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าคือคนคนนั้นแม้เพิ่งพบหน้า
          ชายผู้นี้คือทางออกของเครเดนซ์…. ‘เพอร์ซิวัล เกรฟส์’ เขากำลังจะกลายเป็นทุกสิ่งบนโลกของชายหนุ่ม
‘เธอสามารถช่วยฉันได้และสิ่งที่เธอจะได้รับ…ฉันให้สัญญาว่านั่นจะต้องเป็นสิ่งที่คุ้มค่า’
         เครเดนซ์ไม่ได้ต้องการสิ่งของ เขาไม่ต้องการสิ่งที่มีมูลค่า สิ่งที่เขาต้องการ.. คือใครสักคน แม้ชายหนุ่มยังก้มใบหน้า สายตาหลุบมองปลายเท้าแต่เกรฟส์กลับสัมผัสได้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ เขาเข้าใจ.. และเข้าใจว่าสิ่งที่ชายคนนี้ต้องการมีค่ามากกว่าเวทมนตร์
             ฝ่ามือกร้านยกสัมผัสใบหน้าเครเดนซ์ ประคองแนบชิดอย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือลูบไปกับโครงหน้า เกรฟส์โน้มใบหน้าเข้าใกล้จดจ้องชายหนุ่มที่ไม่มีทีท่าจะสบสายตามอง
‘เครเดนซ์’
          น้ำเสียงแผ่วเบาของเกรฟส์ดังขึ้น น้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยพลัง น้ำเสียงที่สามารถทำให้อีกฝ่ายคล้อยตาม แม้เพียงชั่วครู่แต่ดวงตาของชายหนุ่มกลับสบมองพ่อมดตรงหน้า.. เขาหลุบสายตาลงอีกครั้ง
          แม้จะไร้ซึ่งบทสนทนาแต่เกรฟส์กลับเข้าใจได้ทั้งหมด ในเมื่อชายหนุ่มต้องการ เขาจะตอบรับความต้องการนั้น มือที่แนบใบหน้าเลื่อนไปสัมผัสที่ลำคอดันร่างเครเดนซ์ แบร์โบนเข้าใกล้ชิดมากกว่าในตอนแรก ร่างที่สั่นกลัวขยับอยู่ภายในอ้อมกอดของมือปราบมาร เครเดนซ์ไม่เคยได้รับสัมผัสอบอุ่มเช่นนี้ ไม่เคยได้รับจากแม่.. เขาถึงโหยหาการยอมรับจากใครสักคน
             ศีรษะของเขาขยับเล็กน้อย พยายามจะวางแนบชิดกับพ่อมดแต่อีกใจกลับสั่งให้หยุดกระทำ เขายังคงมีความกลัวถึงได้แต่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
          ประโยคที่เพอร์ซิวัล เกรฟส์เอ่ยออกมากับตัวเองเบาจนชายหนุ่มแทบไม่ได้ยิน แม้กายอยู่แนบชิดแต่สิ่งที่เขาพอจะจับใจความได้คือคำว่า ‘…greater..’  เครเดนซ์เงยใบหน้าขึ้นมอง ไม่ได้กล่าวถามสิ่งใดออกไป ขอได้อยู่ตรงนี้ ช่วงเวลานี้ให้นานขึ้นอีกเล็กน้อยก็พอแล้วสำหรับคนอย่างเขา
          วันนั้นเครเดนซ์ แบร์โบนกลับบ้านด้วยอารมณ์ที่ต่างจากเคย อารมณ์และความรู้สึกที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียก ‘ความสุข’ ได้หรือไม่ แม้จะเป็นความสุขเพียงช่วงเวลาหนึ่งเขากลับยินดีที่จะได้ดื่มด่ำห้วงเวลานั้น เวลาที่มีเพอร์ซิวัล เกรฟส์อยู่ใกล้ๆ เวลาที่ได้รับการสัมผัสแผ่วเบา แนบชิด เปี่ยมด้วยความรู้สึกที่เขาโหยหามาชั่วชีวิต ถึงแม้ว่าต้องกลับไปเจอความเจ็บปวดที่ได้รับจากผู้เป็นแม่แต่สำหรับเครเดนซ์เขายินดีหากในวันรุ่งขึ้นเขาจะได้รับสัมผัสแสนอบอุ่นจากผู้ชายที่ให้สัญญาว่าจะเคียงข้างเขานับจากนี้.. โลกใบใหม่ของเขา.. ‘เพอร์ซิวัล เกรฟส์’