[SabreWolf]Parallel

product_detail_wolverine_reborn
Standard

Title : Parallel
Paring : James ‘Logan’ Howlett l Wolverine / Victor Creed l Sabretooth
Comics : Wolverine (Marvel Studio)
Writer : Zol Redfox

Note : กิจกรรม Week 16 ของ 

 

 

 

‘เส้นตรง’ คือจุดหลายๆ จุดเชื่อมต่อกันจนเกิดเส้นเส้นหนึ่ง
เส้นแนวนอน เส้นแนวตั้ง เส้นแนวขวาง เส้นตะแคง
แต่สำหรับ ‘เส้นขนาน’ แล้วนั้น เส้นขนานคือเส้นตรงสองเส้น
ที่ห่างกันด้วยระยะทางที่เท่ากันตลอดแนวเส้น
หากให้เปรียบเทียบแล้วล่ะก็คำว่าเส้นขนานคงไม่ต่างจากชีวิตของ
‘วูล์ฟเวอรีน’ และ ‘เซเบอร์ทูธ’ เลย

 

         ชีวิตของผู้ชายสองคนซึ่งแตกต่างราวกับฟ้าและเหว วูล์ฟเวอรีนเป็นที่ยอมรับจากใครหลายคน เขามีครอบครัว เขามีพวกพ้องมิวแทนท์ มีคนรักมากกว่าคนเกลียดชังในทางทฤษฎี.. ด้วยเหตุผลเดียวคือคำว่า ‘ฮีโร่’ สำหรับเซเบอร์ทูธซึ่งไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างวูล์ฟเวอรีน เรื่องราวในอดีตเป็นแรงผลักดันทำให้เขาเติบโตขึ้นในแบบที่เป็นอยู่…  ‘วายร้าย’

 

         พวกเขาทั้งสองไม่มีทางเข้าใจตัวตนและบทบาทกันและกันเลยแม้แต่น้อย วูล์ฟเวอรีนหรืออีกชื่อหนึ่ง ‘โลแกน’ เคยถามกับตัวเองหลายครั้งว่าความชิงชังที่วิคเตอร์ ครีดมีให้กับตนเป็นเพราะเหตุผลใด? ทำไมชายคนนี้ถึงยึดติดกับตัวเขามากกว่าคนอื่น ทำไมถึงทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่าใครคนอื่น เมื่อใดที่มีความสุข.. เซเบอร์ทูธจะเข้ามาทำลายมันจนย่อยยับ เหลือไว้เพียงบาดแผล เหลือไว้เพียงความเจ็บปวด ความโกรธแค้นของวูล์ฟเวอรีน

 

         เหตุผลของวิคเตอร์ ครีดคงไม่ต่างจากการเป็นคู่ปรับตัวฉกาจ ทำไมเขาจึงต้องตามตัววูล์ฟเวอรีนอยู่แบบนี้? ทำไมเขาถึงยึดติดกับมิวแทนท์ร่างเล็กคนนี้มากกว่าใครอื่น ยิ่งทำลายชีวิตอันแสนสงบสุขของโลแกนเขากลับยิ่งมีความสุข ความสุขที่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายเกลียดชังตนมากเพียงใด เขาต้องการถูกเกลียดมากกว่าถูกรัก ต้องการให้วูล์ฟเวอรีนบรรดาลโทสะและฮึดสู้กับเขามากกว่าใครอื่น

 

         โลแกนเคยคิดว่าเรื่องทุกอย่างจะจบลงเมื่อครีดตายจากไป เขารู้สึกได้.. เขารับรู้ได้ถึงวินาทีที่คมดาบมุรามาสะฟาดฟันลงบนมัดเนื้อของเซเบอร์ทูธ กล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งถูกสะบั้นจนขาด.. ไร้ซึ่งพลังฟื้นตัว วูล์ฟเวอรีนไม่เคยนึกว่าสิ่งนี้จะได้ผลกระทั่งเห็นด้วยตาตัวเองเช่นเดียวกับเซเบอร์ทูธ เขาไม่เคยนึกว่าพลังฟื้นตัวจะไม่สามารถใช้งานได้อีกเมื่อต้องเจอคมดาบของมุรามาสะ

 

         วินาทีที่มุรามาสะสะบั้นลำคอวิคเตอร์ ครีดจนขาดกระเด็นคือวินาทีที่โลแกนเผลอคิดไปชั่ววูบว่าชีวิตของตนจะกลับมาสงบอีกครั้ง  โลหิตสีแดงฉานซึ่งสาดกระเซ็นไปทั่วผืนหิมะสีขาวโพลนเด่นชัดมากกว่าครั้งใดที่เคยได้พบเห็น .. จบลงตรงนี้ เรื่องราวระหว่างวูล์ฟเวอรีนและเซเบอร์ทูธ.. ครั้งนั้น.. คือครั้งสุดท้ายที่วูล์ฟเวอรีนได้พบหน้าเซเบอร์ทูธ แต่นั่นกลับไม่ใช้ท้ายที่สุด

 

         การปรากฏตัวของวิคเตอร์ ครีดหลังจากที่เขาได้สะบั้นคอไปแล้วสร้างความตื่นตะลึงให้กับโลแกนมากกว่าเรื่องอื่นๆ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? เซเบอร์ทูธตายไปแล้วอย่างแน่นอน.. ไม่มีผู้ใดสามารถรอดพ้นจากดาบมุรามาสะได้เขามั่นใจ.. แม้ว่าเขาจะทราบถึงเหตุผลและคำตอบของเรื่องราวหลังจากนี้แต่กลับสายเกินไป  วิคเตอร์ ครีดกลับมามีชีวิตอยู่บนโลกได้อีกครั้งเสียแล้ว

 

         จากความชิงชังที่มีให้แก่วิคเตอร์ ครีด ความคิดของโลแกนค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปทีละน้อย หากว่าตนสามารถทำให้ชายคนนี้กลายเป็นฮีโร่ได้แล้วล่ะก็คงเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจสำหรับตัวเซเบอร์ทูธเอง  ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นสัตว์ป่า.. สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่มาพร้อมกับการกลายพันธุ์คงไม่แตกต่างจากครีด มีเพียงสิ่งเดียวที่พวกเขาทั้งสองแตกต่างกันคือครีดใช้ชีวิตดังเช่นสัตว์ป่า แต่สำหรับโลแกนเขาใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาทั้งสองไม่สามารถเข้าใจกันได้ เส้นทางที่พวกเขาเลือกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและไม่มีวันบรรจบกัน.. ไม่มีทางที่จะมาหยุดอยู่ที่จุดเดียวกันได้

 

         หากว่าสักวันหนึ่งสิ่งที่โลแกนพยายามบอกกับครีดเป็นผลสำเร็จมันคงดีไม่น้อยเลย.. มันคงจะดีหากว่าผู้ชายคนนั้นหยุดฆ่าอย่างไร้เหตุผล หยุดที่จะทำลายชีวิตนับร้อยนับพันนั้นเสียที ยิ่งนึกถึงอดีตที่ผ่านมายิ่งทำให้ต้องทบทวน.. ครีดชิงชังเขาหรือความรักกันแน่ ทุกครั้งที่เขามีความรักครีดมักจะทำลายจนย่อยยับ.. วันเกิดในทุกๆ  ปีของเขาครีดมักจะทำลายจนป่นปี้ ปลิดชีพหญิงสาวที่เขารักมากที่สุดสร้างความแค้นและความเกลียดชังมากขึ้นในทุกๆ ปี ด้วยเหตุผลใด? โลแกนไม่เข้าใจและไม่คิดจะเข้าใจ.. สิ่งเดียวที่เขาเข้าใจคือเรื่องเหล่านี้ควรจะจบลงได้เสียที

 

แต่กลับไม่นึกเลยว่าสิ่งที่ทำให้วิคเตอร์ ครีดหยุดการกระทำเหล่านั้น
สิ่งที่ทำให้วิคเตอร์ ครีดเปลี่ยนแปลงตัวเองคือความตายของวูล์ฟเวอรีน
         ความตายที่เซเบอร์ทูธพร่ำบอกว่าจะเป็นผู้ปลิดชีพด้วยตัวเอง..
แต่เมื่อเหตุการณ์นั้นมาถึงแม้ครีดจะบอกใครต่อใครว่าตนมีความปลื้มปิติ
แต่ความจริงนั้นเขากลับรู้สึก ‘คิดถึง’
ราวกับว่าวูล์ฟเวอรีนคือทั้งหมดของชีวิตเขา

 


 

         เรารักเซเบอร์ทูธกับวูล์ฟเวอรีนครับ คู่ที่ไม่ใช่รัก..แต่เป็นความเกลียดชังล้วนๆ ถึงจะบอกว่าเกลียดชังแต่ว่าคนที่น่าตีมากที่สุดก็คือตัววิคเตอร์ ครีดเอง อยากให้เขาเกลียด อยากสู้กับเขาแต่นอนละเมอถึงโลแกนนี่คืออะไร.. มีแต่คิดถึงมีแต่คิดถึง อยู่ทุกครั้งที่มองดาว #…
         ยิ่งตอน Death of Wolverine ปากบอกฉันแฮปปี้มาก ฉันดีใจที่ Runt ตายไปเสียที แต่สุดท้ายกลับคิดถึงเขา ทำไม.. คืออะไร Love-Hate หรือครับวิคเตอร์
      ปล. ถ้ามีโอกาสคิดว่าคงได้เขียนเวอร์ชั่นมูฟวี่เหมือนกันครับ

[OZ]Come Home

Image

 

Title : Come Home
Paring : Tobias Beecher/ Chris Keller
Series : OZ (1997)
Writer : Zol Redfox

 

*Spoiler Alert!!!!

 

 

CphHgY4UEAABOh-

 

     หลายครั้งที่ผมคิด… ชีวิตที่ต้องอยู่ในคุกมันจะเหมือนกับอีกโลกเลยรึเปล่า ผมจะใช้ชีวิตแบบไหน? ผมจะอยู่ได้ยังไง? การเอาชีวิตรอดจากพวกอันธพาล..คนเลวๆ.. ฆาตกร.. ผมคิดเสมอและคิดทุกวันเมื่อต้องเข้ามาอยู่ที่นี่ ผมเคยเป็นทนาย และทนายคนนี้ก็ต้องถูกเอาทุกอย่างไปเพียงเพราะสิ่งที่พลาดพลั้งอย่างการเมาแล้วขับจนคร่าชีวิตเด็กสาวผู้โชคร้าย
     ชีวิตในคุกสำหรับทนายผู้อ่อนแออย่างผมถูกหมายหัวเอาไว้จากทุกๆ คน ผู้โชคดีคนนั้นคือเวอร์นอน เชอร์ลิงเกอร์ ผู้ที่ข่มเหงและย่ำยีผมจนทำให้ผมเปลี่ยนไปเป็นอีกคน .. ผมคิดเสมอว่าตัวตนที่อยู่ภายในคุกกับข้างนอกนั่นไม่สามารถเป็นคนเดียวกันได้ ..ที่นี่อยู่เพื่อมีชีวิตให้ถึงวันปล่อยตัว
     หลายวัน หลายเดือน..จนเป็นปี สิ่งที่ทำให้ความรู้สึกเก่าๆ ของผมกลับคืนมาคือ คริส เคลเลอร์ รูมเมทที่ใช้ชีวิตในแต่ละวันร่าเริงจนทำให้ผมหัวเราะไปด้วย ผมเริ่มเปิดใจและให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง กว่าจะรู้ตัว.. ผมก็ตกหลุมรักเขาไปแล้ว และกว่าจะรู้สึกตัว… ความรักที่คริสทำให้เกิดก็เป็นเพียงคำโกหกซึ่งเป็นแผนการเอาคืนของเชอร์ลิงเกอร์
     นั่นเป็นสิ่งที่ผมสาบานว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก ที่นี่ไม่มีใครสามารถเชื่อถือหรือวางใจได้ ไม่มีใครที่สามารถเปิดใจและรู้สึกรักกันจริงๆ อย่างที่ผมเคยรู้สึกกับคริส
     แต่แล้วทุกสิ่งที่คริสทำเพื่อขอโทษ เพื่อขอคืนดีก็ทำให้ผมใจอ่อน.. แม้ผมไม่ต้องการเปิดใจกับชายคนนี้อีกแล้วแต่ใจลึกๆ ผมยังคงรักคริส เคลเลอร์ และคริสก็รักผมจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเรากลับมาอยู่ด้วยกัน
เขารักผมจนหักหลังเวิร์นแม้จะถูกฆ่าได้ทุกเมื่อ ..
เขารักผม.. จนแทงเวิร์นเพื่อช่วยผม
เขารักผม.. มากกว่าใคร.. โอบกอดร่างที่อาบด้วยเลือดของผมและเอ่ยบอกเบาๆ ว่า
‘นายจะไม่เป็นไรโทบี้.. ฉันอยู่กับนายแล้ว’
     ผมอยากให้สิ่งที่คริสพูด มีผลจนถึงตอนนี้.. ผมอยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นสามารถย้อนกลับไปได้อีกครั้ง ผมทำร้ายเขาด้วยคำพูด….ทำร้ายเขาด้วยสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง.. ทำร้ายเขาทั้งที่ผมรักเขามาก..
     อย่างที่ผมบอกเอาไว้ว่าชีวิตที่นอกรั้วกับในคุกมันแตกต่างกัน ผมไม่รู้ว่าตัวเองคือใครแต่การที่ได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกอีกครั้งทำให้ผมได้ใช้ชีวิตจริงๆ … ชีวิตที่ค่อยๆ ห่างเหินจากคริส..
     คริสดีใจทุกครั้งที่ผมกลับไปหาแต่สิ่งที่ทำให้เขาโกรธคือการที่ผมหักหลังเขา.. และผมในตอนนี้จะไม่โทษสิ่งที่คริสทำเลยหากว่านั่นคือการแสดงออกว่าเขาต้องการผม เขาโกรธ.. เขาหงุดหงิด… เขาหวง.. ทั้งที่ผมยังรักคริสแต่กลับทำตัวแบบนั้น ความผิดผมเอง..
      คริสคอยปกป้องและดูแลผมในแบบของเขาทั้งต่อหน้าและลับหลัง.. เขาไม่เคยพูดแต่เขาต้องการให้ผมปลอดภัยจากทุกๆ คน โดยเฉพาะเวิร์น และเขาก็ทำเพื่อให้ได้อยู่กับผม.. การได้อยู่กับคริสทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย แต่หลายอย่างก็ทำให้เราผิดใจกัน ถึงจะเป็นแบบนั้น..ถึงคริสจะบอกว่าเกลียดผม ถึงเขาจะบอกว่าไม่สนใจผม..แต่เขากลับคอยปกป้องผมอยู่ห่างๆ แสดงออกในแบบที่คริส เคลเลอร์สามารถแสดงออกได้
     ถ้าหากตอนนี้ผมกับคริสได้อยู่ด้วยกันผมคงโอบกอดเขา บอกกับเขาว่าผมรักเขามากแค่ไหน.. ดีใจมากแค่ไหนที่มีคนคนนี้เข้ามาอยู่ในชีวิต
     ถ้าหากว่าคริสยืนอยู่ต่อหน้าของผม.. ผมคงบอกกับเขาว่า ‘นายทำให้ฉันรอนาน’ ผมหวังเอาไว้ว่าสักวันจะได้พูดแบบนั้น… หวังเอาไว้ว่าจะได้เห็นคริสอีกครั้ง
     หากผมได้พบหน้าคริส..  คงบอกกับเขาว่า ‘ฉันรักนาย ฉันรักนายคริส เคลเลอร์..’
     ภาพในตอนนั้นแสดงเด่นชัดทุกครั้งที่ผมหลับตา … วินาทีที่คริสเสียใจมากที่สุด… สิ่งสุดท้ายที่เขาบอกกับผม ‘ฉันรักนาย โทบี้’ …สิ่งที่เขาทำ.. เพราะผมบอกกับเขาว่าปล่อยให้ผมได้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว.. คริสอยู่ไม่ได้เมื่อไม่มีผม และเขายอมตายเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องรู้สึกเจ็บปวดเมื่อผมหมดรักจากเขา ทั้งที่ความจริงแล้วเปล่าเลย.. ผมยังคงรักคริส จนตอนนี้ผมก็ยังคงรักคริส…
     ผมอ้อนวอนว่าขอให้เป็นแค่ความฝัน ภาพลวงตา หรือผมอาจจะคิดไปเอง.. แต่ทุกวันที่ต้องอยู่กับภาพนั้นกลับตอกย้ำให้ผมต้องจดจำ.. คริส เคลเลอร์จากผมไปแล้ว.. ตลอดกาล…

 

 


 

 

 

     ฮ้ากกกก อิทธิพลจากเพลงล้วนๆ เลยครับ ทั้งที่นั่งทำงานอยู่แท้ๆ แต่พอฟังแล้วต้องไปเปิดจอนั่งเขียนสองคนนี้สั้นๆ คิดว่ามีน้อยคนมากที่รู้จักเรื่องนี้และสองคนนี้.. แต่ถ้าใครได้ผ่านมาขอบอกว่าจงหาดูเถอะครับ ซีรี่ส์คุกที่สนุกและเรียลมาก เหมือนนักแสดงเข้าไปใช้ชีวิตเป็นตัวละครนั้นๆ
     ส่วนตัวแล้วชอบโทบี้เพราะดูต่อสู้ชีวิตดีครับ ผ่านอะไรมาเยอะจนกลายเป็นคนละคนหลายครั้งมาก มาเป็นผู้เป็นคนก็ตอนเจอคริส แต่ก็มีรักๆ เลิกๆ ทะเลาะกันบ้างแต่ก็เป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกดีครับ
     สำหรับเรื่องนี้ความจริงมีต่ออีกนิดแต่ว่า.. ไม่สามารถครับ ถ้าเป็น MV เป็นภาพยนตร์หรือโดอะไรแบบนี้เพิ่มไปคงจะเหมาะกว่าเพราะตั้งใจว่าหลังจากที่โทบี้ออกจากคุกได้ใช้ชีวิตปกติอยู่มาวันนึงก็มีคนมาเคาะแล้วบอกว่า ‘พัสดุมาส่งครับ’ แต่เปิดออกไปเจอคริสในชุดบุรุษไปรษณีย์ยืนยิ้มให้ พีค.. รู้สึกพีคครับ *ตาย*
ปล. เราก็ยังคงจัดหน้าของเว็บไม่เป็นอยู่ดี ช่วยด้วยครับ OTL

 

[OUAT]One day we will be together.(CaptainFire)

Standard
Title : One day we will be together.
Paring :Killian Jones l Captain Hook / Baelfire l Neal Cassidy
Series : Once Upon A Time
Writer : Zol Redfox

 

     นีลไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่คิลเลี่ยน โจนส์ความจำเสื่อม ดูเหมือนความทรงจำเกี่ยวกับเบลไฟร์และเรื่องราวเกี่ยวกับนีล แคสสิดี้นั้นจะหายไป บางทีนี่อาจเป็นโอกาสที่จะทำให้เขาออกห่างจากชายคนนี้ได้ กลับไปหาเอ็มม่าและอยู่กับเฮนรี่ … เป็นการตัดปัญหาเรื่องที่พยายามตัดสินใจมานาน
     เขาทำเช่นนั้นหลังจากฮุคออกจากโรงพยาบาลเพราะสิ่งที่โจรสลัดลืมคือเรื่องของเขาแต่สำหรับเรื่องราวอื่นๆ ยังคงจำได้แม่นจนน่าแปลกใจว่าจำเรื่องราวที่พวกเขาเคยอยู่ด้วยกันไม่ได้เลยหรือ? จำว่าพวกเขาเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากเพียงใดไม่ได้หรือ?
     นีลคอยดูแลฮุคในตอนที่อีกคนอยู่โรงพยาบาล พูดคุยและเล่าเรื่องบ้างแต่ฮุคกลับจำเขาไม่ได้เลยและตนนั้นก็ไม่เคยถามซอกแซกอะไร แม้ความคิดจะบอกว่านี่คือโอกาสแต่พอเห็นหน้า ได้อยู่ใกล้ๆ ใจกลับเป็นตัวชี้นำเสียมากกว่าดังนั้นถึงพยายามหลบหน้าฺฮุคแม้อีกฝ่ายจะวนเวียนมาที่บ้านของแมรี่มาร์กาเร็ตบ่อยๆ
     เป็นเช่นนี้เรื่อยมากระทั่งผ่านไปครึ่งปี ความอดทนของเบลไฟร์นับว่านานมากทีเดียวแต่ระหว่างนั้นเขาทรมานอยู่พอสมควรแต่พอเห็นว่าโจรสลัดมีความสุขเขาก็มีความสุขเช่นกัน ระหว่างนีลกับเอ็มม่านับว่าไปได้ดี ไม่ได้กลับมาคบกันจริงจังมากมายแต่อย่างน้อยนี่ก็ทำให้ลูกชายรู้สึกว่าตนได้อยู่เป็นครอบครัว
     “นายจำเรื่องที่เนเวอร์แลนด์ได้ไหม?”
     นีลเอ่ยถามในเย็นวันหนึ้งที่ร้านแกรนนี่ขณะที่พวกเขาทั้งสองได้มีเวลาออกมานั่งดื่มด้วยกัน สีหน้าของฮุคยังคงดูยียวน รอยยิ้มปรากฏขึ้นก่อนจะเปล่งน้ำเสียงอันหนักแน่นตอบกลับไป
     “แน่นอนข้าจำได้ ข้าอยู่ที่นั่นและไปกลับบ่อยครั้ง”
     “งั้น.. พอจะจำได้ไหมว่าเคยช่วยใครไว้บ้าง อาจเป็นเด็กหรือคนพิเศษ”
     “ข้าจะลืมได้อย่างไรว่าเคยช่วยเฮนรี่”
     กัปตันโจรสลัดคลี่ยิ้มแล้วยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ ซึ่งคำตอบนี้ไม่ใช่นีลต้องการฟังดังนั้นจึงค่อนข้างเจาะจงคำถามว่าหมายถึงเด็กที่ตกลงมาจากฟ้าแล้วได้รับการช่วยเหลือจากกัปตันโจลี่โรเจอร์
     “ข้า…คิดว่า..คุ้นๆ แต่ข้าไม่แน่ใจนัก”
     มีบางอย่างกวนใจเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า คิ้วของเขาขมวดมุ่นเล็กๆ จากที่เริงร่ากลับเป็นเงียบขรึมและเคร่งเครียด บางสิ่งดูขาดหายไป ใจของเขารู้สึกประหลาด .. โหวง.. แต่กลับรู้สึกรักใคร่… เขารักใคร?… แล้วเด็กชายที่นีลกำลังพูดถึงนั้นเป็นใคร ทำไมถึงจำได้แค่ลางๆ
     นีลต้องการทราบแม้ตนจะอยู่กับเอ็มม่าแต่ใจลึกๆ แล้วกลับมีความรู้สึกที่ดีกับฮุคอยู่เช่นเดิม ตลอดเวลาที่อยู่กับอีกฝ่ายทำให้เขายอมปรับตัวและค่อยๆ ยอมรับในสิ่งที่ฮุคแสดงออกมา สิ่งที่ฮุคพยายามบอกกับตนเสมอว่ารักเบลไฟร์
     “งั้น… จำได้บ้างไหมว่าก่อนหน้านั้นเคยรักใคร?”
     เขายังคงถามต่อ สีหน้าคิลเลี่ยน โจนส์ดูย่ำแย่ไปเพราะนึกไม่ออกแม้ความรู้สึกยังคงเต็มเปี่ยม ถึงทำได้แค่ส่งเสียงหัวเราะแห้ง แล้วยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นชูเป็นการบอกกับนีลว่า ‘ดื่ม’ สิ่งที่นีลเอ่ยถามในวันนั้นทำให้ฮุคพยายามคิดหาคำตอบ จนตอนนี้เขายังรักคนคนนั้นอยู่เพียงแต่ไม่ทราบว่าคือใคร ถัดจากมิล่าห์แล้วเขากำลังรักใคร? กระทั่งวันหนึ่งฝ่ายที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปคือฮุค
     โจรสลัดไม่เข้าใจความรู้สึกที่กระอักกระอวลภายในใจ เขารู้สึกมาสักพักแล้วทุกครั้งที่เห็นนีลอยู่กับเอ็มม่า ทั้งคู่ดูรักกันมาก.. มันทำให้หายใจติดขัด รู้สึกไม่สบายใจ เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ก่อนที่นีลจะเอ่ยทักเพียงแต่เพิ่งรู้สึกตัว เขารัก..สวอนหรือ? ไม่… ไม่ใช่.. หากความรู้สึกเป็นเช่นนั้นเวลาที่อยู่ด้วยกันตามลำพังก็ควรจะรู้สึกมีความสุขไม่ใช่หรือ? หรือว่า…นีล?
     ความสงสัยทำให้ฮุคต้องหาคำตอบ เขาเลือกจะไปหาสวอนเป็นคนแรกเพื่อพิสูจน์ว่าตนนั้นกำลังมีความรีกกับเธอหรือไม่ แมเจะชอบในความห้าวหาญแต่เขาไม่เคยรู้สึกรักเลยจริงๆ ครั้งนี้ก็ด้วย… แม้แต่พยายามจูบก็ตาม ซึ่งนั่นทำให้โดนตบมาตามระเบียบ ฮุคยังคงหาคำตอบ เขายอมไปถามเบลล์ถึงเรื่องที่ตนอาจหลงลืมไปและนั่นกลับทำให้รัมเพิลสติลสกินส์สนใจเสียเหลือเกิน
     “เสียใจกับความทรงจำเล็กๆ ของนายด้วยกัปตัน หากคนรักของนายมีจริงตอนนี้คงออกตามหาแล้ว”
     รอยยิ้มปรากฏขึ้นด้วยความรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยการเหยียดหยาม
     “รัมเพิล คุณอย่าพูดแบบนั้นไปเลย” เบลล์เอ่ยขัดซึ่งนั่งทำได้แค่การยักไหล่ไม่ใส่ใจตอบกลับมา
     “ฉันมีข้อเสนอ”
     “ไม่ล่ะ ขอบใจเจ้ามากเจ้าจระเข้”
     ฮุคตอบกลับอย่างหงุดหงิดเล็กๆ นี่ดูเหมือนว่าเขากำลังตกอยู่ในสภาพไม่มีทางออกและเจอแต่ทางตัน คำพูดของโกลด์ทำให้ฉุกคิดได้บ้าง หากคนรักของเขามีจริงก็ควรออกตามหาแล้ว นี่กำลังเข้ากลางเดือนเจ็ดแล้วแท้ๆ หลังจากประสบอุบัติเหตุแต่คนที่คอยมาดูแลและคอยเฝ้ากลับมีเพียงนีล แคสสิดี้เท่านั้น ในตอนแรกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายคนนี้คือใครและดูเหมือนจะผิดหวังเสียด้วยที่ตนนั้นจำไม่ได้แต่พอได้ออกจากโรงพยาบาลดูเหมือนเขาจะพยายามหลบหน้าและปลีกตัวออกห่างอยู่บ่อยครั้งต่างจากตอนที่มาคอยดูแลที่โรงพยาบาลเลย แถม..ยังเอ่ยถามแปลกๆ เสียอีก
     ทุกอย่างดูทำให้น่าคิดแต่เขากลับพยายามไม่คิดอะไร ตลอดมาตนไม่เคยรักผู้ชายคนไหนมาก่อนแต่ว่า… สิ่งที่นีลเอ่ยเล่าในครั้งนั้นเรื่องของเด็กชายที่หล่นมาจากฟ้า เขาเริ่มรู้สึกขึ้นมาแล้ว ความรู้สึกที่เอ็นดู รักใคร่.. และคิดว่าจะไม่มีวันทำให้เด็กชายคนนี้มีอันตรายแต่แล้วความรู้สึกนั้นกลับกลายเป็นความเจ็บปวด มีเสียงเบาๆ ก้องอยู่ในหัว ฮุคพยายามนึก.. พยายามใช้หัวใจสัมผัสมากกว่าสมอง เขาเห็นเพียงภาพลางๆ เด็กหนุ่มที่กำลังถูกพาตัวไปแต่นั่นเป็นเพียงความรู้สึกเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงความผิดหวังและสิ่งที่เด็กหนุ่มพยายามร้องเรียก คำพูดที่เอ่ยว่า ‘คิลเลี่ยน’ ..
     คืนนั้นฮุคนอนไม่หลับ เขาสะดุ้งตื่นอยู่หลายครั้ง เนื้อตัวชุ่มด้วยเหงื่อจนต้องถอดชุดออกเหลือเพียงเสื้อสีดำตัวหลวมๆ ที่มักจะสวมอยู่ด้านในสุด จากนั้นจึงปล่อยตัวนอนแล้วผล็อยหลับไปอีกครั้ง ภายในฝันภาพค่อยๆ เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่กำลังกระทำนั้นเปี่ยมด้วยความรักและความสุข เขายกมือขึ้นสางเรือนผมของใครสักคนที่อยู่เหนือร่าง กดประทับริมฝีปากอย่างรักใคร่และโหยหา ใจของเขาเต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึก เขาจะไม่มีวันทิ้งคนคนนี้ไปไหน เขาจะอยู่ด้วยกันจนกว่าจะถึงวันที่ต้องแยกจากกันจริงๆ
     ‘ข้ารักเจ้า’ คิลเลี่ยน โจนส์เอ่ยด้วยคำคำนี้อยู่หลายครั้ง แม้จะถูกลมหายใจรดปะทะใกล้ใบหน้า นั่นทำให้ต้องส่งเสียงร้องครางในลำคอแต่แล้วเมื่อเขารู้สึกตัวก็ทำให้ทราบว่านั่นเป็นเพียงความฝันเท่านั้น แต่เป็นฝันที่ทำให้มีความสุขและเติมเต็มสิ่งที่ขาดตั้งแต่สูญเสียคนรักไป เช้าวันรุ่งขึ้นโจรสลัดตัดสินใจเดินทางไปหานีล เขาต้องการทราบในสิ่งที่ตนนั้นหลงลืมและดูเหมือนกับว่าชายคนนี้จะรู้เรื่องบางอย่างที่เกี่ยวกับเขาแต่กลับปิดบังเอาไว้
     “ข้าคิดว่าเราควรคุยกันหน่อยนะ, เมท”
     นีลซึ่งกำลังเก็บของลงกระเป๋าเงยหน้าขึ้นมองคนที่บุกถึงห้อง ในตอนนี้เขากำลังเตรียมตัวกลับนิวยอร์กแล้ว
     “นายน่าจะเคาะห้องก่อน”
     “ในเมื่อประตูไม่ได้ล็อกข้าจะถือว่าเจ้าอนุญาต”
     รอยยิ้มของโจรสลัดปรากฏขึ้นก่อนจะเดินไปปล่อยร่างลงนั่งข้างเจ้าของห้องพักและเริ่มเอ่ยถามในทันที
     “เจ้าดูเหมือนจะรู้เรื่องของข้าอยู่นะ นีล.. บางทีเจ้าอาจตอบคำถามของข้าได้”
     “ฉันรู้แค่ว่านายเป็นโจรสลัดในนิยาย.. และฉันก็ไม่ได้รู้จักอะไรกับนายมากขนาดนั้น”
     นีลปฏิเสธออกไปแต่เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าทราบดีว่าชายคนนี้กำลังปิดบังบางสิ่งอยู่ เขาเชื่อว่าคนที่อยู่ในฝันนั้นคือนีล แม้จะไม่เห็นหน้าหรือได้ยินเสียงแต่ตอนนี้..หัวใจของเขากลับเต้นรัว มันไม่แปลกหรอกหรือกับการที่รู้สึกหายใจติดขัดและตื่นเต้นเวลาอยู่ใกล้กับคนที่ตนรัก แม้ว่านีลจะเป็นผู้ชายแต่หัวใจกลับตอบสนองมากกว่าเวลาอยู่กับคนอื่น หากเป็นเช่นนั้นจริงตนจะลองเปิดใจ หรือบางที..ควรปล่อยให้เป็นปริศนาแล้วรู้สึกไม่พอใจเวลาเห็นนีลอยู่กับคนอื่น.. ไม่.. สำหรับคิลเลี่ยน โจนส์แล้วอย่างไรก็จะต้องได้ในสิ่งที่ต้องการเขาไม่ยอมทรมานตัวเองแบบนี้หรอกแม้ว่านี่จะแตกต่างไปจากเคยก็ตาม
     “ฉันจะไปแล้ว ต้องกลับไปทำงาน..”
     “นิวยอร์ก?”
     คำตอบของกัปตันโจรสลัดทำให้นีลแปลกใจ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะพอจำเรื่องที่นิวยอร์กได้แต่อย่างไรก็คงจำไม่ได้ว่าตนเคยอยู่ที่นั่นและเคยได้ใช้ชีวิตร่วมกันครั้งหนึ่ง นีลลุกขึ้นยืนแบกกระเป๋าขึ้นสะพาย สิ่งที่เอ่ยบอกกับฮุคคือประโยคที่ว่า ‘ฉันคงให้คำตอบนายไม่ได้..นายไม่คิดเหรอว่าที่นายลืมอาจเพราะนายไม่อยากจำ’
     นั่นทำให้นีลต้องกัดฟันเมื่อกล่าวจบ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหันตัวไปทางอื่นในทันที ทำท่าทางเป็นเก็บของส่วนที่เหลือ นี่อาจดีแล้วสำหรับนีลและฮุค หากว่าการที่ฮุคลืมเป็นเพราะไม่ต้องการจดจำเขาก็ไม่อยากรั้งไว้ และตัวเขาเองจะได้ดูแลเฮนรี่กับเอ็มม่าอย่างไม่รู้สึกผิดอีกด้วย
     “หากข้าต้องการลืมข้าจะไม่รู้สึกทรมานแบบนี้”
     “ถ้างั้น…ฉันเสียใจกับนายด้วย.. ไว้เจอกันถ้าหากมีโอกาส”
     ชายหนุ่มสาวเท้าเดินออกจากห้องในทันที ฮุคสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาทางคำพูด หากคือนีลจริง.. หากว่านีลคือคนรักเขาจริงก็ควรแสดงออกมากกว่านี้ แต่ทุกครั้งที่เจอหน้ากลับมีเพียงการปฏิเสธและหลีกเลี่ยงที่จะเจอ
     “ข้าทำอะไรผิดต่อเจ้างั้นหรือ เจ้าถึงเอาแต่หนีข้า”
     “…”
     แต่นีลกลับเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงคำถามและความสงสัยไว้ให้กับฮุคเพียงเท่านั้น เขาเริ่มคิดแล้วว่าคำตอบทั้งหมดอาจอยู่ที่นิวยอร์ก ดังนั้นเมื่อนีลไปแล้วเขาจึงกลับมาที่โจลี่ โรเจอร์ ค้นหาของและออกเดินทางด้วยเส้นทางที่คุ้นชิ้น เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งนั้นตนมานิวยอร์กเพื่ออะไร สิ่งที่จำได้คือวินาทีที่นำตะขอปักเข้าหัวใจของรัมเพิลสติลสกินส์จากนั้นทุกอย่างก็มืดไปหมด
     ฮุคตัดสินใจออกเดินทางในวันเดียวกันและถึงอพาร์ตเมนท์เป็นคนแรกเพราะไม่จำเป็นที่จะต้องรอเครื่องหรือผ่านด่านตรวจ สิ่งที่รอเขาอยู่ทำให้ต้องแปลกใจ หากว่านีลไม่รู้จักเขาจะไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย แม้ตอนแรกจะไม่ได้สำรวจทั่วๆ แต่สิ่งที่ดูเหมือนภาพวาดนั้นเด่นชัดมากทีเดียว ภาพของพวกเขาสองคนที่ไหนสักที่แปะแนบกับชั้นวางของ ดูเหมือนจะมีหลายภาพจนฮุคต้องทบทวนคิด
     โจรสลัดผละออกจากตรงนั้น เปิดดูอะไรหลายอย่างทั้งตู้เสื้อผ้าและลิ้นชัก ทั้งหมดเพราะความสงสัย ชุดเสื้อผ้าในตู้ดูจะมีไซส์อื่นที่ไม่สมกับนีลอยู่ด้วย ชุดหนังตัวสวยกับโค้ทสีดำและรองเท้าบู๊ท นั่นด้วย..กล่องต่างหูที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะใช่ของอีกฝ่ายแถมมีข้างเดียว…
     ฮุคชะงักไปในทันทีก่อนจะหยิบกล่องนั้นเดินเข้าไปดูกระจกในห้องน้ำ ต่างหูที่เขาสวมกับอันที่อยู่ในกล่องคืออันเดียวกัน สีสดสวยและดูจะกลืนกินได้ทุกเมื่อเมื่อจ้องมอง นี่ทำให้ฮุคสับสน มีคำถามมากมาในหัวแต่กลับหาคำตอบไม่ได้ นี่คืออะไร?
     นีลรู้จักเขาแต่กลับปฏิเสธ ไม่สิ.. เขาควรแปลกใจตั้งแต่รู้ว่าตัวเองมีกุญแจห้องแล้ว นี่เกิดอะไรขึ้น เขาคือใครกันแน่.. นีลคือใครแล้วทำไม? ความทรงจำแสนเลือนรางเสียเหลือเกิน ฮุคฉุกคิดบางสิ่งออกราวกับอยู่ในใจมานาน ไม่ใช่ว่านึกออกแต่ความรู้สึกบอกให้ไปตรงนั้น เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าเปิดลิ้นชักตัวเดิม หยิบเอากระดาษซึ่งไม่ได้เปิดดูในตอนแรกขึ้นมาถือไว้แล้วสำรวจมองอย่างถี่ถ้วน กระดาษใบนี้เป็นลายมือของเขาแม้จะใช้หมึกสีประหลาดและมีลายมือของคนอื่นปนอยู่ด้วย คาดว่าคงเป็นนีล..
     สิ่งที่อยู่ในกระดาษคือคำเขียนและภาพวาด แบบร่างของที่พักสักที่ ไม่ทราบว่าคือที่ใดแต่ดูเหมือนจะยังไม่เสร็จดี จนตอนนี้แล้วใจของฮุคกลับเต็มเปี้ยมด้วยอารมณ์ มีความสุขและยินดีอย่างประหลาด เขารู้สึกรัก..แม้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรและไม่รู้ว่าความทรงจำนั้นหายไปไหนแต่เขามั่นใจว่าที่กำลังรู้สึกนี้คือความรัก ฮุคตัดสินใจนั่งรอ ครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะพูดหากนีลกลับมาแต่ดูเหมือนไม่ทันการ ประตูห้องถูกหมุนและเปิดล็อกออกในที่สุด เจ้าของห้องปิดบานประตูลงและก็ต้องพบกับเขา
     “ฮุค?”
     แม้นีลจะแสดงท่าที่แปลกใจและจะกล่าวถามต่อแต่ฮุคกลับไม่รอให้เจ้าของห้องได้กล่าว เขาคิดไม่ออกหรอกว่าควรจะถามสิ่งใดดังนั้นสิ่งที่โจรสลัดเอ่ยตอบกลับไปคือประโยคที่ว่า
     “เราเป็นคนรักกัน…ใช่ไหม?”
     คำถามของฮุคทำให้นีลอึดอัด ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่ต้องการตอบแต่เพราะไม่ต้องการให้คิลเลี่ยน โจนส์ต้องเจ็บปวด เขาตัดสินใจไปแบบนั้น ตั้งใจจะอยู่กับเอ็มม่า สวอนแล้วจริงๆ ในเมื่อชายคนตรงหน้าถามเขาแบบนี้เขาควรตอบกลับว่าอะไร? หากการตอบกลับทำให้เรื่องระหว่างพวกเขาเลวร้ายลงนีลก็ไม่ต้องการบอกความจริง หากว่าการบอกควาทจริงจะทำให้ฮุคแสดงท่าทางรังเกียจ
     สำหรับผู้ชายด้วยกันแล้ว..คนแบบฮุคคงคิดว่าตัวเองไม่มีวันรักผู้ชายคนไหนได้แต่สำหรับนีลเขาเปิดใจ ยอมเปิดใจดูสักครั้งหลังจากเห็นความพยายามของคิลเลี่ยน โจนส์ “ข้ารอคำตอบจากเจ้าอยู่” ยิ่งนานเข้ายิ่งทำให้ฮุครู้สึกใจสั่นไปหมด เขาไม่เข้าใจว่าความรู้สึกนี้คืออะไร ไม่สามารถอธิบายออกมาได้ สิ่งที่เขารู้มีเพียงความเจ็บปวดและโศกเศร้า.. ฮุคมั่นใจว่าระหว่างพวกเขาทั้งสองมีอะไรมากกว่านั้น นีลไม่จำเป็นต้องปิดบังหรือโกหกเขาอีกแล้ว ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับนีล ทุกคำพูดทุกคำตอบขึ้นอยู่กับนีลทั้งสิ้นแต่จนตอนนี้นีลกลับไม่มีทีท่าจะตอบกลับเขาเลย
     “เรารักกันใช่ไหม? ตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าบอกข้าสิ… นีล..”
     นีลปิดเปลือกตาลง รู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อต้องมาเจอคำถามเหล่านี้ ขอบตาเขาขึ้นสีระเรื่อ พยายามอดกลั้นสิ่งที่ทนมาตลอดหลายเดือนหลังจากที่ฮุคความจำเสื่อม ลืมเรื่องราวของพวกเขาทั้งหมด.. นีลตั้งใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ อาจดูเห็นแก่ตัวแต่สำหรับฮุคที่จำอะไรไม่ได้เลยนั่นขี้โกงยิ่งกว่า หากว่าการลืมเป็นสาเหตุมาจากตัวฮุคเองเขาก็ไม่ต้องการรื้อฟื้น บางทีชายตรงหน้าอาจจะต้องการลืมเรื่องระหว่างพวกเขาก็ได้
     “ฉันมีลูก.. มีครอบครัว นายคิดว่าฉันกับนายจะรักกันได้ยังไง”
     แม้ว่าคำตอบจะถูกกล่าวบอกเช่นนั้นแต่ท่าทางและสีหน้าของชายผู้ซึ่งตอบคำถามกลับดูไม่เข้มแข็งเอาเสียเลย ฮุคสัมผัสได้และดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
     “ข้าเป็นฝ่ายที่ทำลายชีวิตเจ้าใช่ไหม…”
     ประโยคของคิลเลี่ยนทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปล๊บขึ้นมา นีลเปิดเปลือกตาขึ้นจ้องมองชายหนุ่มโจรสลัดตรงหน้าด้วยดวงตาที่เจือสีแดงก่ำ เขาสูดหายใจเข้าและเปล่งเสียงตอบกลับไปเบาๆ ปฏิเสธ
     “ไม่ใช่… ไม่… คิลเลี่ยน… นายเปล่าทำ”
     ฮุคสามารถรับรู้ได้ทันทีวินาทีที่นีลเรียกตนว่า ‘คิลเลี่ยน’ พวกเขาสนิทกันมากและต้องสนิทเกินกว่าเพื่อนอย่างแน่นอน
     “ข้าทำให้เจ้าเจ็บ.. ข้าเองก็เจ็บเช่นเดียวกับเจ้า ถึงข้าจะจำเจ้าไม่ได้แต่ความรู้สึกข้าเป็นของจริงทั้งหมด และข้าจะบอกความลับให้้เจ้าฟังว่าข้ากลัว.. กำลังกลัวว่าจะเสียเจ้าไป”
     นีลยกมือข้างถนัดขึ้นปิดใบหน้าขณะก้มหลบ เขากัดฟันจนขึ้นเส้นบริเวณข้างขมับและกราม พยายามอดกลั้นแต่ดูเหมือนจะทนไม่ได้อีกแล้ว เมื่อเห็นดังนั้นฮุคจึงค่อยๆ ขยับเข้าหา ยกแขนขวาขึ้นกอดรอบคอชายตรงหน้าและดันศีรษะลงกดกับบ่าเป็นการปลอบซึ่งนั่นทำให้ใจเขาผ่อนคลายลงบ้างเมื่อได้ใกล้ชิดกับอีกฝ่าย
     “เด็กดี..ของข้า”
     “คิลเลี่ยน…”
     ฮุคเลิกคิ้วเล็กน้อยตอนที่ถูกเรียกชื่อ แต่เมื่อนีลเงียบไปอีกเขาจึงไม่ได้ซักไซ้อะไรเพิ่มเติมกระทั่งแหวนวงสวยถูกส่งไปให้กับโจรสลัด “วงนี้ของนาย” แหวนเพชรกะรัตที่ดูอย่างไรมูลค่าก็ค่อนข้างสูงแถมดูจะสั่งเฉพาะเสียด้วย ฮุครับมาถือไว้กับตัว จ้องมองอย่างพินิจ ครุ่นคิดหาคำตอบว่าแหวนวงนี้มีความหมายอย่างไรกับตน สิ่งที่ฮุคเห็นเป็นเพียงอะไรที่เลือนรางเสียเหลือเกิน เขาได้ยินเสียง เขารู้สึก… รู้สึกเอ่อล้นมากจนหยาดน้ำตาไหลมาตามใบหน้า .. ฮุคพอจะเห็นภาพบางอย่างที่เด่นชัดขึ้น วินาทีแห่งความสุขวินาทีที่พวกเขาทั้งสองตกลงว่าจะอยู่ด้วยกัน
     ฮุคเห็นภาพเหล่านั้นแล่นเข้ามาในโสตประสาท เขากระชับกอดร่างชายหนุ่มตรงหน้าไว้แน่นแม้ความทรงจำจะไม่ได้คืนมาทั้งหมดแต่เขามองเห็น.. เห็นเบลไฟร์ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อเขา
     “เบย์…”
     เพียงคำพูดคำเดียวก็ทำให้นีลแทบจะหยุดหายใจ ‘เบย์’ คือคำที่ฮุคเรียกเขาเสมอมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ที่พวกเขาพบกันครั้งแรกมีแค่ฮุคเท่านั้นที่ยังเรียกว่า ‘เบลไฟร์’ หากไม่นับรัมเพิลสติลสกินส์ผู้เป็นบิดาและเพื่อนที่ตนเคยผูกมิตรเมื่อครั้งยังเด็ก เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองทั้งที่ยังถูกกอด มือยกขึ้นดันแผ่นอกชายคนตรงหน้าให้ออกห่างเล็กน้อยเพื่อที่จะได้จ้องมองใบหน้าได้อย่างชัดเจน
     จนตอนนี้แล้วดวงตาของนีลยังคงแดงก่ำเช่นเดิม เขากำลังอดกลั้นไม่ให้หยาดน้ำตาไหลออกมาแต่ดูเหมือนว่าเขาจะอดกลั้นไม่ไหวอีกแล้ว ฮุคพยายามคว้าชายหนุ่มตรงหน้าที่ขยับหนีให้กลับสู่อ้อมกอด สีหน้าของเขาเป็นกังวล ภาพอันแสนเลือนรางกำลังแจ่มชัดขึ้นทีละน้อย แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดแต่เขาก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกที่อัดอั้นภายในอก ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่เขาใช้ชีวิตเช่นเดิมโดยปราศจากเบลไฟร์ทำให้เขารู้สึกว้าเหว่แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว
     สิ่งที่เติมเต็มใจเขาตลอดมาคือชายคนนี้ เบลไฟร์.. เด็กชายที่หล่นมาจากฟากฟ้า เด็กชายที่เขารักและเอ็นดูมากที่สุด เด็กชายที่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี.. เป็นคนที่โจรสลัดคนนี้จะขอใช้ชีวิตร่วมกันจนวันตาย
     “ข้าขอโทษที่รัก… ข้าขอโทษที่ลืมเจ้า.. เบลไฟร์”
     เสียงของกัปตันเรือสั่นเครือเจือด้วยอารมณ์อดกลั้น อารมณ์ที่ตนจะไม่มีวันแสดงให้ใครได้เห็นอีกยกเว้นเลียม ฮุคปิดเปลือกตาลงแน่นและสวมกอดเบลไฟร์อีกครั้ง ไม่สนใจแล้วว่าอีกฝ่ายจะดันหรือปฏิเสธอ้อมกอดของเขาหรือไม่ ขอเพียงได้กอดและถ่ายทอดความรู้สึกผ่านการกระทำเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
     “ออกไป…”
     นีลเอ่ยออกมาแผ่วเบา มือที่พยายามดันร่างโจรสลัดในตอนนี้ลดลงเปลี่ยนมาเป็นสวมกอดหลวมๆ แทน มือของเขาค่อยๆ ขยับยกขึ้นดันหลังศีรษะชายที่ฟุบใบหน้าลงกับบ่า แม้จะไร้ซึ่งเสียงแต่กลับสัมผัสได้ว่าคิลเลี่ยน โจนส์กำลังร้องไห้ นีลไม่ได้เห็นภาพ.. แต่เขารู้สึกได้ ถึงจะกล่าวไล่ให้ออกไปแต่สุดท้ายแล้วคนที่สวมกอดแน่นที่สุดกลับคือนีล
     “ข้ารักเจ้า… รักเจ้ามากเบย์… ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้เช่นนี้อีกแล้ว”
     เสียงลมหายใจผ่อนออกมาแผ่วเบา นีลซุกใบหน้าเข้าหาฮุคเช่นเดียวกัน ไม่รู้ว่าอีกคนจำเรื่องทั้งหมดได้หรือไม่ ที่แน่ๆ ตอนนี้นีลมั่นใจว่าความรักของฮุคยังคงอยู่และเขาก็พร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตกับคนคนนี้อีกครั้งหลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไป พวกเขาทั้งคู่คงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกครั้งและคงต้องใช้เวลาอีกสักพักเลยทีเดียว
     “รอข้าอีกนิดนะที่รัก.. ข้าจะจำเรื่องของเราได้ทั้งหมด..ขอเวลาให้ข้าได้ทบทวนสิ่งที่ข้าหลงลืมไป…”
     “ฉันจะดูแลนายเองคิลเลี่ยน”
     ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ นีลกระชับกอดชายคนตรงหน้ามากกว่าเก่า มือกำเอาไว้หลวมๆ ก่อนที่เสียงผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกจะดังขึ้น
     “ฉันรักนาย”

 


 

   CaptainFire ที่ค่อนข้างจะผลิตเรื่อยๆ และคงจะมาแนวนี้อีกเรื่อยๆ ครับ ช่วงนี้ดูจะเขียนสองคนนี้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วแต่ยังไม่ได้บอกลูกชาย.. เฮนรี่จะทำยังไงถ้ารู้ว่านีลไปอยู่กับฮุคแบบนี้? คิดว่ายังไงก็ต้องโกรธเกลียดฮุคมากกว่าพ่อตัวเองแน่ๆ เลยล่ะครับ
   สำหรับ MadWhale มีไอเดียเขียนเยอะแยะแต่ก็ไม่ได้เขียนสักที.. ตอนนี้ดันกลับไปติด Oz (1997) อีกแล้วด้วย เผลอๆ ได้ลงคู่เคลเลอร์บีเชอร์ก่อนแน่ๆ เลย
   และ..สำหรับคนที่เผลอเข้ามาอ่านเนื่องจากเรายังไม่ค่อยคุ้นกับเว็บตัวอักษรกับดีไซน์อาจดูแปลกไปบ้าง ใครใช้เป็นสอนเราทีนะครับ… ใช้ไม่เป็นจริงๆ OTL

[OUAT]Heroes and Villains (CaptainFire) [2]

Standard
Title : Heroes and Villains
Paring :Killian Jones l Captain Hook / Baelfire l Neal Cassidy
Series : Once Upon A Time
Writer : Zol Redfox

* Warning Semi-canon

 

     คืนนั้นฮุคนอนไม่หลับเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องในเช้าวันใหม่ เปลือกหอยชิ้นเล็กๆ จะสามารถเรียกหมึกยักษ์มาได้อย่างไรกันแถมหญิงสาวกลับบอกแก่ตนว่าให้นำอาวุธพกติดตัวไปเสียด้วย หากเขาพบหมึกยักษ์นั้นขึ้นมาคงโดนถล่มเรือจนแตกกระจาย บางทีตนอาจตายในวันนั้นเลยก็เป็นได้ ยิ่งคิดยิ่งวิตกแต่อีกใจกลับตื่นเต้นเพียงแต่ความกลัวมีมากกว่าสิ่งเหล่านั้น – ชายหนุ่มหันใบหน้าเข้าข้างผนัง มองจ้องของที่ได้รับในมืออย่างสนอกสนใจ หากจะเป่าในตอนนี้จะเกิดเรื่องขึ้นรึเปล่านั่นเป็นเรื่องที่น่าฉงนเหลือเกิน ยืนอยู่ริมฝั่งเป่าเรียกหมึกยักษ์ให้มาทำลายเรือ เป็นความคิดที่ดี.. แต่อย่างไรก็ตามฮุคยังเป็นโจรสลัด เป็นคนของแบล็คเบอร์ดดังนั้นเขาถึงไม่คิดหักหลังกัปตันตัวเอง
     ฮุคไม่ลืมที่จะนำอาวุธติดตัวมาด้วย บางคนอาจใช้ดาบหรือธนูแต่สำหรับเขาแล้วสิ่งที่ติดตัวมาคือ กริช ฉนวกและหอกปลายแหลมซึ่งพอถึงเวลาจริงเขาจะมีสมาธิในการใช้ของเหล่านี้รึไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่อง
     ฮุคพายเรือมาจนถึงทำเลดีๆ อาจเรียกว่าชายหาดแห่งหนึ่งซึ่งห่างจากเรือโจลี่ โรเจอร์พอสมควร การที่มีมือเพียงข้างเดียวทำให้เขาลำบากเสียหน่อยในการต้องพายสองข้างแต่ก็ใช่ว่าสิ่งนี้จะเป็นอุปสรรค – ชายหนุ่มลงจากเรือโดยไม่ลืมดึงเรือพายขึ้นมาบนหาดป้องกันการลอยหนีไปในทะเล เขามองซ้ายมองขวาสำรวจว่ามีผู้คนอยู่บริเวณนี้หรือไม่เมื่อพร้อมแล้วเขาจึงวางเปลือกหอยแนบลงบนริมฝีปากแต่กลับไม่กล้าเป่าออกไป เขาไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้าสิ่งยิ่งใหญ่เพียงลำพัง แต่หากทำนี่จะเป็นเรื่องเรื่องหนึ่งที่ทำให้ฮุคมีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น.. หวังว่าความขลาดจะไม่บดบังความกล้าหาญนั้น
     สุดท้ายแล้วฮุคจึงตัดสินใจเป่าเสียงไปแต่กลับพบเพียงความนิ่งสงบของคลื่นทะเล เงียบสงบจนเกินไป ไร้ซึ่งเสียงนกนางนวลหรือแม้แต่เสียงลมกรรโชกเสียอีก เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเขาจึงถอนใจแล้วเก็บเปลือกหอยกลับลงกระเป๋า บางอย่างทำให้เขารู้สึกสั่นไหว คลื่นที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ดูลูกใหญ่กว่าปกติ มีบางอย่างอยู่ใต้คลื่นนั้น ฮุครู้ได้.. เข้าสัมผัสได้ในทันที..
     การสั่นสะเทือนไม่ได้มาเพียงคลื่นยักษ์ซึ่งกำลังมุ่งหน้ามา ลมที่ไม่ไหวติงในตอนแรกกรรโชกแรงเสียจนฮุคปลิวกระเด็นถอยหลังไป หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความกลัวและตื่นตระหนก สิ่งต่อมาที่เห็นคือบางอย่างกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ไม่ใกล้ไม่ไกลซึ่งเขารู้สึกได้ถึงอารมณ์ฉุนเฉียว
     “Bloody hell….”
     ชายหนุ่มถึงกับต้องสบถออกมาเมื่อภาพเบลอตรงหน้าชัดเจนขึ้น หมึกยักษ์เข้ามาถึงชายฝั่งพร้อมกับคลื่นซึ่งสาดกระเซ็นจนทั้งตัวของเขาเปียกชุ่ม ฮุคยันตัวหนีไปด้านหลังด้วยความตื่นตระหนก เขาถีบทรายเสียกระเด็นแต่สุดท้ายก็ถูกหนวดหมึกรัดข้อเท้าลากไปเสียจนได้ เขาร้องออกมาเสียงดังเมื่อร่างทั้งร่างถูกยกขึ้นสูงเหนือพื้นทราย เขาใช้ตะขอมือจู๋โจมหนวดปลาหมึกที่ข้อเท้าตนซ้ำๆ แต่กลับห้อยต่องแต่งอยู่เช่นเดิม สุดท้ายเขาจึงชักกริชออกมาแทงจนหมึกยักษ์ยอมปล่อยตนลงมาแม้จะกระแทกทรายดัง แอ่ก! เจ้าหมึกยักษ์ดูอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นเมื่อมันรู้สึกเจ็บแผลที่ยังคงถูกกริชทิ่มบริเวณหนวดต่างจากฮุคซึ่งในตอนนี้ไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เขารู้คือการเอาตัวรอด… ใครจะไปเอาหมึกของเจ้านี่ได้หากมันไม่ตาย! นั่นคือสิ่งที่เขาคิดขณะที่คลานออกจากตรงนั้น
     เสียงหอบหายใจดังขึ้นถี่ การตกจากที่สูงเมื่อครู่คงทำให้เกิดอาการเคล็ดและระบมขึ้นเขาถึงขยับตัวไม่ค่อยได้ น้ำหมึกสีดำถูกพ่นเข้าใส่
     โจรสลัดในทันที ฮุคยกแขนขึ้นกั้นแต่ก็ทำได้เพียงไม่ให้หมึกนั้นเลอะเปรอะใบหน้าเพราะเท่าที่เขารู้ในตอนนี้ร่างกายหยุดนิ่งไม่สามารถขยับไปไหนได้เลย นั่นเป็นเพราะน้ำหมึกและเขาเข้าใจเหตุผลของออบส์แล้วว่าหากนำหมึกปลอมไปจะเป็นอย่างไร
     ในวินาทีนี้ฮุครู้ตัวเองดีว่าตนอาจต้องจบชีวิตลงด้วยความประมาทและความเขลา ความฝันของเขาคงจบลงที่นี่ด้วยทั้งที่ยังไม่สำเร็จแต่กลับต้องตายโดยไร้ชื่อเสียงและไม่มีใครรู้จัก .. ความนึกคิดทำให้จิตใจของฮุคอ่อนแอราวกับยอมรับสิ่งที่ตนเป็นอยู่ สายตาของเขาจ้องมองหมึกยักษ์ตรงหน้าที่กำลังเคลื่อนหนวดเข้าหา แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวที่เขาจะกลั้นใจมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ฮุคลืมตามองทุกวินาทีที่กำลังคืบคลานมาแต่แล้วเจ้าหมึกยักษ์กลับถอยออกไป เสียงร้องคำรามดังอย่างโอดครวญ นัยน์ตาสีฟ้าเห็นไม่ชัดเสียเท่าใดนักว่าสิ่งตรงหน้าคืออะไรแต่เขาสามารถรับรู้ได้ว่ามีใครบางคนอยู่ตรงนี้ และกำลังฟาดฟันหนวดหมึกที่เข้าจู่โจมมา
     บุคคลนั้นหยิของบบางอย่างที่ห้อยคออยู่ออกมา เขาเทใส่มือตัวเองก่อนจะเป่าใส่เจ้าหมึกยักษ์..นั่นเป็นวินาทีที่ทุกอย่างสงบลง สัตว์ยักษ์แห่งท้องทะเลเงียบต่างจากตอนแรกที่เอาแต่อาละวาด มันนอนเกยตื้นอยู่ตรงนั้นอย่างสงบ
     ฮุคที่โดนหมึกดำยังไม่สามารถขยับตัวได้ในตอนนี้ เขาชาไปทั้งตัว จึงได้แต่มองการกระทำชายอีกคนที่เข้ามาจัดการหมึกยักษ์นั้น.. แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจตนเลย – ขวดขนาดเล็กถูกนำออกมาจากกระเป๋าหนังก่อนที่น้ำหมึกจะถูกกลั่นลงภายในขวดเต็มทั้งสองใบ..
     ชายหนุ่มเก็บลงกระเป๋าจนเรียบร้อย เขาลุกขึ้นยืนทำอะไรบางอย่างก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ฮุคแล้วสาดน้ำทะเลใส่จนโจรสลัดเปียกโชก
     “ว่าไง? เจ้าดีขึ้นบ้างไหม? น้ำหมึกนั่นทำให้เจ้าชาไปทั้งตัว ฤทธิ์จริงๆ คงอยู่ได้ประมาณชั่วโมงแต่ข้าล้างออกให้เจ้าแล้ว เจ้าสามารถขยับตัวได้แต่อาจมีบางจุดที่ยังคงเป็นอัมพาตอยู่”
     ชายหนุ่มปริศนาในชุดเข้ารูปดูผิวเผินคล้ายกับพวกมียศศักดิ์แต่คงเป็นอย่างนั้นไม่ได้ หากเป็นขุนนางหรือเจ้าชายคงต้องมีผู้ติดตาม.. ฮุคพยายามจ้องมองใบหน้าแต่พอเขาถูกพยุงตัวขึ้นไปสายตากลับลดต่ำลงไม่กล้าแม้แต่สบตามอง
     “ข้าคือนีล แคสสิดี้.. โจรสลัดที่ขึ้นกับตัวเอง”
     น่าแปลกใจที่ในตอนนี้ข้ากำลังนั่งร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า.. หรืออาจไม่ใช่ในเมื่อเขากล่าวแนะนำตัวเองมาก่อนหน้านี้แล้ว ‘นีล แคสสิดี้’ เป็นชื่อที่ข้าได้ยินผ่านหูมาบ้างแต่ไม่ได้รู้จักเป็นพิเศษ ข้าเคยได้ยินชื่อนี้เมื่อปีก่อน นีล แคสสิดี้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักผจญภัยตามที่ข้าได้รับฟังมา แต่ตอนนี้หากเป็นโจรสลัดคงไม่แปลกเท่าใดหรอกกระมัง..
     นับเป็นเวลาร่วมชั่วโมงแล้วที่ชายคนตรงหน้าข้าไม่เอ่ยกล่าวคำใดใดนอกจากสั่งอาหารให้แก่ข้า เนื้อชิ้นใหญ่ราคาแพงกับนมแพะ.. นี่เขารู้ว่าข้าชอบนมแพะหรืออย่างไรกัน…
     ฮุคลงมือทานอาหารโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเชื้อเชิญ ท้องร้องโครกครากเช่นนั้นหากไม่ลงมือทานคงได้ถูกล้อเป็นแน่ คิดแล้วช่างน่าขายหน้าเสียจริงที่ปล่อยให้ตัวเองหิวถึงเพียงนี้ – แม้ฮุคจะคิดมากเกี่ยวกับตนเองแต่สำหรับนีลแล้วไม่มีทีท่าจะทำอะไรเลยนอกจากนั่งทานอาหารเงียบๆ ราวกับทราบมารยาทในการรับประทานอาหารเป็นอย่างดีซึ่งความจริงแล้วฮุคไม่เคยเจอการทานอาหารสไตล์นี้มาก่อน ทานกันอย่างเงียบๆ โดยไม่จ้องหน้ากันรวมถึงไม่เปิดหัวข้อสนทนา
     “เจ้า..”
     โจรสลัดลองเอ่ยทักไปแต่แล้วมือข้างขวาซึ่งกำลังจับมีดกลับยกขึ้นห้ามชายหนุ่มตรงหน้าโดยไม่เงยขึ้นมาสบตาเสียด้วยซ้ำ ฮุคถึงต้องก้มหน้าก้มตาทานอาหารอย่างเงียบเชียบ.. ลิ้มรสชิ้นเนื้อที่ตนไม่เคยมีโอกาสได้ทาน แม้ร้านจะไม่ได้หรูหราแต่อาหารที่นี่กลับชั้นเลิศเลยทีเดียว
     “ทำไมเจ้าถึงเรียกหมึกยักษ์นั่นมาทั้งที่เจ้าไม่พร้อมสู้กับมัน”
     เป็นนีลที่เอ่ยถามหลังจากทานอาหารไปจนใกล้หมดจาน สายตาของเขาจ้องมองโจรสลัดตรงหน้า รอคำตอบที่อาจทำให้ตนได้แปลกใจ อย่างไรก็ตาม..เขาไม่หวังได้ฟังคำอธิบายหรือเหตุผลอันยิ่งใหญ่จากโจรสลัดเล็กจ้อยผู้นี้นักหรอก – ในสายตาของนีล เขามองฮุคเป็นเพียง
     โจรสลัดธรรมดาคนหนึ่งซึ่งอาจปฏิเสธไม่ได้ว่าความจริงแล้วนีลมีเหตุผลอื่นอยู่ในใจ เหตุผลที่ทำให้เขามาเจอกับชายคนนี้
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อาจเป็นพรหมลิขิตที่ทำให้พวกเขาทั้งสองมาพบกัน ฮุคไม่อาจทราบได้เลยว่าการพบกันครั้งนี้จะทำให้เกิดเรื่องราวมากมายในอนาคตอันใกล้.. อีกไม่นานพวกเขาทั้งสองจะได้ทราบ
     “ข้าต้องการหมึก”
     “นี่น่ะหรือ? หมึกดำของหมึกยักษ์”
     นักผจญภัยหยิบขวดขนาดเล็กที่บรรจุหมึกดำจนเต็มแน่นทั้งสองใบขึ้นมา ฮุคทำท่าราวกับจะเอื้อมมือไปจับแต่ผู้เป็นเจ้าของกลับหยิบหลบพร้อมกับกล่าวขึ้นในทันที
     “เดี๋ยวก่อนพ่อหนุ่ม นี่หมึกของข้าระวังด้วยก่อนที่เจ้าจะทำมันแตกแล้วทำให้เราขยับตัวไปไหนไม่ได้ เจ้ารับรู้ถึงความสามารถนั้นแล้ว”
     โจรสลัดพยักหน้าเบาๆ เป็นการตอบรับ ตอนนั้นนีลถึงยอมส่งขวดให้อีกฝ่ายได้ชมหมึกสีดำขุ่นซึ่งตกตะกอนอยู่ภายในขวดบรรจุขนาดเล็ก หากฮุคจะขอสักขวดจากชายคนนี้อาจเป็นไปไม่ได้ สงสัยต้องหาของมาแลกเปลี่ยนแต่สำหรับนักผจญภัยควบโจรสลัดอย่างนีล แคสสิดี้แล้วสิ่งที่ต้องการคงมีมูลค่ามากไม่แพ้กัน คนอย่างเขานั้นคงไม่อาจหาสิ่งที่ยิ่งใหญ่หรือมีมูลค่าสูงได้เพียงลำพัง งานนี้ฮุคอาจต้องเสี่ยงชีวิตไปจัดการหมึกยักษ์ด้วยตัวเองอีกครั้ง
     ความสิ้นหวังกำลังเข้าแทนที่ในจิตใจชายหนุ่มแต่แล้วความหวังเล็กๆ กลับก่อตัวขึ้นเมื่อคำพูดของนีล แคสสิดี้นั้นคือ ‘ข้าต้องการบางอย่างแลกกับหมึกนี่’ เขาทราบดีว่าฮุคกำลังต้องการของสิ่งนี้มิเช่นนั้นคงไม่เสี่ยงตายไปคนเดียวเพื่อสู้กับหมึกแห่งท้องทะเลตัวนี้หรอก
     “เจ้าต้องการสิ่งใด สิ่งใดที่ข้าสามารถหามาให้แก่เจ้าได้?”
     “สิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่สิ่งที่มีมูลค่า สิ่งที่ข้าต้องการ..คือบางอย่างที่เจ้าสามารถทำให้ข้าได้”
     นีลทราบว่าโจรสลัดตรงหน้าเป็นลูกเรือของแบล็คเบอร์ดแห่งโจลี่ โรเจอร์ ของบางสิ่งที่ต้องการจึงเกี่ยวข้องกับแบล็คเบอร์ดโดยตรง นี่อาจเป็นการขอความร่วมมือ แต่กับฮุคซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสียไม่จำเป็นต้องทำตามข้อตกลงนี้ก็ได้ หากแหวนวงนั้นไม่ได้มีค่ากับเขามาก.. หากแหวนวงนั้นไม่มีผลต่อชีวิต เขาไม่จำเป็นต้องนำหมึกไปแลกเพื่อให้ได้มา เขาอาจแค่กลับไปใช้ชีวิตเดิมๆ .. ฮุคอาจคิดเช่นนั้นเพียงแต่ว่าท่าทาง น้ำเสียงของชายคนนี้ทำให้เขารู้สึกมีหวังเหลือเกิน
     “ข้าต้องการปล้นเรือโจลี่ โรเจอร์”
     คำขอของชายแปลกหน้าทำให้ข้าคิดหนัก ข้าไม่อาจหักหลังกัปตันของข้าได้ ไม่อาจเห็นแก่ตัวและทำเพื่อตัวเองได้ แต่แล้วคำพูดของเขา.. กลับตอกย้ำความคิดข้าราวกับอ่านใจได้ เขารู้.. รู้เรื่องราวในบางส่วนของข้า ความฝันที่ข้าต้องการ.. ชายผู้นี้เตือนสติของข้า บอกให้ข้าตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน เขาเชื่อมั่นว่าข้าสามารถเป็นโจรสลัดที่แข็งแกร่ง เลืองชื่อ ได้มากกว่าแบล็คเบอร์ด ได้มากกว่าตัวของเขา..
     ข้าไม่อาจสามารถทำสิ่งใดได้หากเขากำลังหวังที่จะปล้นเรือ เพียงลำพังไม่อาจสู้เหล่าลูกเรือทั้งยี่สิบนายได้ ข้าไม่มีฝีมือมากพอเพราะตลอดมาสิ่งที่ข้าคอยฝึกปรือคืออุปกรณ์ทำความสะอาด ข้าเก่งเรื่องใช้แรงงาน.. แต่ข้ามิใช่ทหารหรือนาวิกโยธิน ข้าไม่อาจดช่วยในเรื่องนั้นได้
     นีลบอกกับข้าว่านั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่เพียงหาช่องทางให้เขาพบหน้าแบล็คเบอร์ด เขาจะจัดการด้วยตัวเอง.. เขาต้องการแย่งชิงโจลี่ โรเจอร์เพราะเรือลำนี้เคยเป็นของคนสำคัญมาก่อน.. นีลไม่ได้อธิบายหรือเล่าให้ข้าฟังมากนักแต่สายตาที่กำลังมองมาอย่างมุ่งมั่นก็ทำให้ข้ารู้สึกถึงบางอย่าง หากข้ามีคนสำคัญข้าจะสามารถทำได้เช่นนีล แคสสิดี้รึไม่นั่นเป็นคำถามที่ข้ากำลังหาคำตอบ

. . . To be continue . . .

 


    มาต่อแล้วครับ… หลังจากที่ไฟล์ข้อมูลโดนลบไปต้องมานั่งเค้นความทรงจำตัวเองกันอีก จะพยายามเขียนให้จบแล้วทยอยลงเรื่อยๆ ครับ ฮา

 

[OUAT]Heroes and Villains (CaptainFire)

Standard
Title : Heroes and Villains
Paring :Killian Jones l Captain Hook / Baelfire l Neal Cassidy
Series : Once Upon A Time
Writer : Zol Redfox

* Warning Semi-canon

 

     ข้าเคยฝันเอาไว้ว่าสักวันข้าจะเป็นโจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าถึงเลือกที่จะเป็นลูกเรือให้กับกัปตันแบล็คเบอร์ด โจรสลัดที่น่าเกรงขามมากที่สุดในศตวรรษแต่เพราะข้าเป็นคนไม่สมประกอบ ข้ามีเพียงมือข้างเดียวนั่นถึงทำให้ใครต่อใครเรียกข้าว่า ‘ฮุค’ ข้ามีชื่อไม่ต่างจากใครอื่น แต่ในเมื่อพวกเขาพอใจข้าจะให้เรียกดังที่ต้องการ นับวันชื่อของข้าเริ่มหายไปแม้แต่ตัวข้าเอง.. ลืมว่าเคยคือใคร ลืมว่าเป้าหมายคืออะไร สุดท้ายข้าคงเป็นได้เพียงคนขลาดคอยรับใช้โจรสลัดบนเรือโจลี่ โรเจอร์
     ความฝันคือสิ่งสวยงามเสมอเพียงแต่คนอย่างข้าไม่สามารถทำให้กลายเป็นจริงได้ ล่องเรือของตัวเองไปกับเหล่าลูกเรือ มีใครสักคนเคียงข้าง เคียงบ่าเคียงไหล่.. นั่นคือสิ่งที่ข้าฝันถึงในช่วงแรก ในช่วงก่อนที่ข้าจะโดนใช้งานหนักขึ้น ความฝันกลายมาเป็นเรื่องไร้สาระ กัปตันแบล็คเบอร์ดทำให้ข้าเห็นว่าแท้จริงตัวตนของข้าเป็นได้เพียงลูกเรือ ความหวัง…ความฝัน.. ค่อยๆ สูญหายไป
       “ฮุค! ข้าสั่งให้เจ้าขัดดาดฟ้าเรือให้เสร็จก่อนที่ข้าและคนอื่นกลับมานี่มัวโอ้เอ้ทำสิ่งใดอยู่? หรือจะเล่นเป็นกัปตันฮุคบนเรือของข้า”
       “ข้ากำลังเร่งทำอยู่กัปตัน อีกไม่นานคงเสร็จ”
     สายตาของฮุคหลุบลงมองพื้นเรือ เขาไม่อาจสบดวงตาน่าเกรงขามนั่นได้เลยเมื่อความกลัวกำลงก่อตัวขึ้น มือขวากระชับจับแปรงขัดเรือเอาไว้จนแน่นก่อนจะพาตนเองกลับไปขัดพื้นเรือโจลี่ โรเจอร์อีกครั้งท่ามกลางเสียงหัวเราะของกัปตันเรือและคนอื่นที่อยู่ด้วยอีกสองสามคน – ฮุคได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตนจนสุดความสามารถแต่แล้วเสียงภาชนะแตกกลับดังขึ้น ลูกเรือคนหนึ่งจงใจปล่อยขวดเหล้าหล่นกระทบกับพื้นจนแตกกระจาย เศษแก้วกระเด็นไปทั่วบริเวณไม่ต่างจากเครื่องดื่มภายในขวด
       “ฮุค!!”
     เจ้าของชื่อรีบลุกพรวดพราดขึ้นมาจากหัวเรือเพื่อมาตรงจุดที่มีเศษแก้วแตกกระจาย ความประมาททำให้เขาสะดุดล้มกลิ้งลงจากบันไดมาหยุดอยู่ที่ชั้นล่างเรียกเสียงหัวเราะให้กับเหล่าโจรสลัดได้เป็นอย่างดียกเว้นแบล็คเบอร์ดที่ยิ้มกริ่ม เขาเดินเข้าหาฮุคเนิบช้าแต่เสียงกระทบของโลหะและปลอกดาบก็ทำให้เกิดเสียงดัง ชายหนุ่มกะพริบตามองรองเท้าบู๊ทหนังที่เข้ามาจนใกล้กับเสียงที่เอ่ยบอกให้ตนลุกขึ้น ฮุคยันตัวเล็กน้อยแต่เพราะเศษแก้วที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณฝ่ามือจึงโดนบาดเป็นแผลฉกรรจ์ โลหิตซึมออกมาตามเนื้อแผล มือของเขาสั่นระริกแต่พอรู้สึกตัวอีกทีรองเท้าของกัปตันเรือกลับกำลังแตะใบหน้าของเขาให้เชิดขึ้นอยู่
       “จัดการให้เรียบร้อยก่อนที่ข้าจะกลับมา มิเช่นนั้นเจ้าจะเจ็บมากกว่าแผลแก้วบาดนั่น”
     เขากล่าวบอกด้วยน้ำเสียงเป็นเชิงข่มขู่แต่เรียบนิ่ง รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้ากัปตันสุดโฉดก่อนที่เขาจะพาตัวเองเดินลงจากเรือโจลี่ โรเจอร์ทิ้งให้ฮุคอยู่บนนั้นเพียงลำพัง
     เสียงสูดหายใจดังเข้าออกเนิบช้า ฮุคคงบอกไม่ได้ว่าอารมณ์ของตนในตอนนี้เป็นอย่างไร ลึกๆ แล้วหัวใจนั้นสั่นสะท้านไปหมดความอดกลั้นและเศร้าสลดก่อตัวเพิ่มมากขึ้น ความฝันที่เคยมีกลับกลายเป็นภาพอันเลือนราง … – นับตั้งแต่ที่เขาขึ้นมาบนเรือโจลี่ โรเจอร์นี่ก็ผ่านไปหลายปีแล้ว4 ปี หรือบางทีอาจ 5 ปี เขาลืมไปเกือบหมดบางทีการเป็นโจรสลัดบนเรือลำนี้อาจเป็นเวลามากกว่าครึ่งชีวิต กี่ปีแล้วนะ…
     สุดท้ายฮุคกลับใช้เวลาตลอดทั้งวันในการทำความสะอาดดาดฟ้าเรือโจลี่ โรเจอร์ โดยไม่ได้พักเหนื่อย กว่าจะได้พักลูกเรือทุกคนก็กลับขึ้นเรือมานอนกันเสียหมดแล้ว เวลานี้จะมีร้านค้าสักร้านเปิดอยู่บ้างหรือไม่เขาไม่อาจทราบได้แต่ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาจะถือโอกาสออกไปหาความสนุกเล็กๆ น้อยๆ เสียหน่อย กัปตันแบล็คเบอร์ดคงไม่ว่าอะไร แต่ฮุคกลับไม่รู้เลยว่าสายตาแข็งกร้าวนั้นกำลังจับจ้องเขาอยู่
     ข้าหวังเอาไว้ว่าสักวันข้าอาจจะมีเพื่อนสักคน เพื่อนที่สามารถไปด้วยกันเข้าใจกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับข้า…ตอนนี้คงยังไม่พบ… ในความจริงแล้วข้ามีเพื่อน ลูกเรือบนโจลี่ โรเจอร์นับเป็นเพื่อนทั้งหมดแต่พวกเขามักกลั่นแกล้งข้าเสียมากกว่าการเอาใจใส่ นี่อาจเป็นแบบแผนของโจรสลัด สิ่งเดียวที่ลูกเรือรักคือสมบัติและตนเอง แม้ปากจะบอกว่ารักกัปตันและเรือมากเพียงใดแต่ในใจลึกๆ หากกัปตันไร้ซึ่งความสามารถพวกเขาคงไม่เอ่ยคำคำนี้ ข้าไม่สามารถเป็นได้.. ไม่อาจเป็นกัปตันที่องอาจและน่าเกรงขาม .. สิ่งที่ข้ามีคือความกลัว ข้ากลัวกัปตันแบล็คเบอร์ดเพราะข้าไร้ซึ่งความสามารถ ข้าทำได้เพียงอย่างเดียวคือรับใช้
     ฮุคใช้เวลาสักพักหนึ่งจึงหาโรงแรมเล็กๆ มานั่งพักหายใจได้ เขานั่งที่เคาท์เตอร์เครื่องดื่มสั่งนมแพะมาหนึ่งแก้ว การที่ได้ดื่มนมแพะทำให้เขายิ้มแย้มได้อีกครั้ง ช่างเป็นคนที่แตกต่างจากโจรสลัดคนอื่นที่ดื่มของมึนเมาเคล้านารีสำหรับฮุคแล้วเขาไม่เคยมีโอกาสนั้นและคงไม่มี  – โจรสลัดหนุ่มคงไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีสายตาจากใครบางคนกำลังจ้องมาทางนี้ สายตาที่มาจากลูกค้าซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารตัวโตกับกลุ่มเพื่อนอีกสามคนแต่เขากลับไม่มีท่าทีจะเข้าไปเอ่ยทักหรือทำสิ่งอื่นใดนอกจากจ้องมองในบางที
       “นี่ของเจ้า”
       “ข้าสั่งเพียงแก้วเดียว?”
   โจรสลัดหนุ่มแสดงสีหน้าฉงนจนคิ้วขมวดเป็นปม แก้วเครื่องดื่มแก้วใหม่ที่วางอยู่ตรงหน้าทำให้เขาต้องหยิบขึ้นมาดมและพบว่านั้นคือนมแพะอีกแก้วหนึ่ง เขาเม้มริมฝีปากรอฟังคำตอบของเจ้าของโรงแรมแต่กลับมาเพียงประโยคที่ไม่ชัดเจนเพียงเท่านั้น ‘มีคนจ่ายค่าเครื่องดื่มนี้ให้กับเจ้า’ – หากเป็นบุคคลทั่วไปเมื่อไม่ทราบที่มาแน่ชัดคงไม่ริดื่มเครื่องดื่มซึ่งได้มาแต่สำหรับฮุคซึ่งมีเงินอันน้อยนิดแถมไม่ได้ทานอาหารจนอิ่มท้องการได้รับนมแพะอีกแก้วนับเป็นโชคเขาจึงดื่มไปอย่างไม่ลังเลโดยนึกขอบคุณอยู่ในใจ
     ความสนุกสิ้นสุดลงเมื่อเวลาผ่านไปจนใกล้รุ่งสาง เจ้าของโรงแรมไม่ได้ปลุกหรือไล่โจรสลัดแสนน่าสงสารคนนี้แต่กลับนำผ้ามาคลุมห่มร่างเอาไว้ให้ – ฮุคสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงไก่ขันช่วงตอนตีสี่ ผมยุ่งเหยิงกระเซิงจนเสียทรงไม่ต่างจากสภาพสะลึมสะลือแถมเดินตุปัดตุเป๋ออกจากโรงแรมเพื่อกลับเรือโจลี่ โรเจอร์  เขากลับมาถึงทันเวลาเรือออก กัปตันแบล็คเบอร์ดเองก็ไม่ได้ว่าอะไรตนแต่ไล่ให้ไปเตรียมนำเรือออกจากท่าเพราะพระอาทิตย์ใกล้ขึ้นแล้ว.. เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยโจลี่ โรเจอร์จึงแล่นออกจากฝั่งทันเวลาพระอาทิตย์ขึ้นโดยมีฮุคเป็นคนบังคับเรือ
       “เจ้ากลับมาเสียเช้าฮุค อย่าบอกข้าว่ามั่วแต่อ้อยอิ่งจนลืมเวลา”
       “ข้า..ข้าไม่กล้าทำเช่นนั้นกัปตัน ข้าคงเหนื่อย..”
       “ไม่ๆ ฮุค ข้าไม่ต้องการฟังคำแก้ตัว ขับเรือพาข้าไปยังจุดหมายก็พอ”
   แบล็คเบอร์ดขยี้ผมอันยุ่งกระเซิงของฮุคจนฟู เสียงหัวเราะอันน่ารังเกียจดังขึ้นก่อนที่กัปตันเรือจะกล่าวปราศรัยประจำวันด้วยประโยคอันแสนฮึกเหิมและน่าเกรงขาม สำหรับฮุคในตอนนี้เขาเริ่มเฉยชาต่อสิ่งที่กัปตันกระทำเป็นประจำทุกเช้า มือขวาซึ่งสวมแหวนยกขึ้นสางเรือนผมสีเข้มให้เข้าทรงแม้ไม่ดูดีแต่ก็ทำให้ไม่น่าตลกจนใครต่อใครหัวเราะ ฮุคทำได้แต่มองดูเหล่าลูกเรือจากตรงนี้ มองแผ่นหลังกัปตันโจรสลัดด้วยความเงียบเชียบจนลืมความเจ็บปวดและการอักเสบภายใต้ผ้าพันแผลที่กำลังก่อตัวขึ้น
     หนึ่งเดือนผ่านไป โจลี่ โรเจอร์และเหล่าโจรสลัดจึงได้กลับเข้าฝั่งอีกครั้ง ฮุคล้มป่วยเพราะอาการอักเสบที่มือในช่วงสัปดาห์แรกของการเดินทางนั่นทำให้เขาไม่สามารถทำสิ่งใดได้มากแต่แบล็คเบอร์ดกลับยังคงใช้งานเขาไม่ต่างจากปกติ ในตอนนั้นโจรสลัดหนุ่มกลัว..กลัวที่ตนอาจจะต้องเสียมือไปอีกข้างหากเป็นเช่นนั้นเขาคงไม่สามารถกระทำสิ่งใดได้อีกและคงถูกขับไสไล่ส่ง แต่ช่วงสัปดาห์ต่อมาอาการจากบาดแผลจึงเริ่มดีขึ้นต้องขอบคุณแพทย์ฝึกหัดที่อาศัยเรือเดินทางไปยังดินแดนอันห่างไกล – ในตอนนี้ฮุคดีขึ้นมากพอที่จะแบกหามของลงจากเรือและเก็บกวาดห้องสมบัติตามคำสั่งของกัปตัน  ฮุคอาจเป็นบุคคลเดียวที่แบล็คเบอร์ดวางใจนั่นเพราะความขลาดกลัวทำให้ชายหนุ่มไม่กล้าขโมยของในห้องสมบัตินั้นแม้แต่ชิ้นเดียวยกเว้นจะถึงเวลาแจกจ่ายของ ซึ่งฮุคไม่ได้อะไรมากมายเท่าใดนัก..แต่อย่างน้อยเขาก็มีเงินออมเก็บไว้สำหรับจับจ่ายใช้สอย…สำหรับอนาคตที่เขาไม่อาจทราบได้เลยว่าจะเป็นอย่างไร
     ฮุคใช้เวลาพักผ่อนยามเที่ยงกับตัวเองและเครื่องดื่มสุดที่รักในกระติกเครื่องดื่ม มันทำให้เขายิ้มได้ทุกครั้ง.. เขารัก… อาจเป็นสิ่งเดียวในโลกที่เขารัก…
     กัปตันแบล็คเบอร์ดเรียกรวมพลในช่วงบ่ายแก่ๆ ฮุคได้รับมอบหมายงานใหม่เมื่อถูกเรียกตัวนั่นคือการไปซื้อเครื่องประดับราคาแพงที่สุดในเมือง เล่นทำให้ชายหนุ่มแสดงสีหน้าฉงนแต่มิทันได้เอ่ยถามหรือขัดก็ดันถูกตะเพิดไล่ออกจากเรือเสียนี่.. เขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าแบล็คเบอร์ดกำลังทำสิ่งใดอยู่ ในเมื่อการเดินทางครั้งนี้ได้สมบัติมาก็มากแต่ทำไมถึงใช้ให้เขาออกไปหาเครื่องประดับราคาแพงในเมืองอีก .. คิดไปก็เท่านั้นเพราะสุดท้ายเขาทำได้แค่ทำตาม
     โจรสลัดหนุ่มใช้เวลาตลอดบ่ายเพื่อหาร้านค้า ซักถามมูลค่าเทียบกับชิ้นสิ่งของร้านแล้วร้านเล่าแต่ไม่มีชิ้นไหนที่เตะตาของเขาเลยแม้แต่น้อย การถูกไล่ออกมาแบบนั้นกัปตันอาจแค่ต้องการให้เขาอยู่ห่างจากเรือ..ทุกคนอาจกำลังสนุกอยู่ก็ได้
       “ข้าเห็นเจ้านั่งกลุ้มมาได้สักพักแล้ว”
     สาวเสริฟประจำร้านเอ่ยทักขณะวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะ ครั้งนี้ฮุคดื่มนมวัวธรรมดาเนื่องจากต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ในอาทิตย์หน้าพวกเขาต้องเดินทางไปยังดินแดนอื่นซึ่งนั่นอาจต้องใช้เงินจำนวนมากในการแลกเปลี่ยนของเขาไม่ได้เอ่ยตอบหญิงสาวคนนั้นแต่กลับเงยหน้ามองทำตาปริบๆ รอยยิ้มเก้อปรากฏขึ้นให้เห็นก่อนที่จะถูกแก้วใบโตปิดไป
       “เจ้าพอจะรู้จักร้านขายเครื่องประดับคุณภาพดีราคาแพงบางไหม?”
       “ถ้าเจ้ากำลังหาร้านข้าคงบอกได้ว่าเจ้าจะไม่เจอ แต่มีกระท่อมในป่าของชายชรานามว่า ‘ออบส์’ ได้ข่าวว่าเครื่องประดับนั้นเนื้อดีแต่ราคาแพง ข้าเพียงฟังมาไม่รู้ว่าจริงไหม’”
     ฮุคฟังอย่างใจจดใจจ่อ เขาหยิบถุงเงินขึ้นเพื่อจ่ายค่าข่าวสารอย่างที่ควรทำแต่สาวเสริฟกลับโบกปัดมือพร้อมรอยยิ้มแถมบีบแก้มของสลัดหนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยว ‘ฟรีสำหรับเจ้า’ เธอบอกก่อนจะปลีกตัวออกไป โดยที่ฮุคไม่รู้เลยว่า ‘ฟรี’ ของสาวเสริฟนั้นเป็นเพราะมีใครบางคนจ่ายเงินเพื่อให้เธอมาบอกข้อมูล
     เมื่อเครื่องดื่มหมดแก้วแล้วชายหนุ่มถึงออกเดินทางก่อนที่ฟ้าจะมืด มองดูแล้วคงถึงกระท่อมนั้นค่ำพอดี แต่ไม่เป็นไร..เขามีกริชเล่มเล็ก หากเกิดเรื่องกริชจะช่วยชีวิตเขา .. – ฮุคไม่เคยฝึกใช้อาวุธมาก่อน เขาเคยหวังเอาไว้ว่าสักวันจะได้ฝึกและพัฒนาฝีมือเป็นโจรสลัดแสนยิ่งใหญ่แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้จับก็เป็นเพียงไม้ถูพื้นกับแปรงขัด ความสามารถด้านการต่อสู้ที่เป็นศูนย์คงเข้าขั้นติดลบในขณะที่ด้านครัวเรือนและการทำความสะอาดสูงขึ้นเรื่อยๆ คิดแล้วตัวเองนั้นช่างเป็นคนที่น่าสงสารเหลือเกิน
     ชายหนุ่มเดินมาตามเส้นทางจนสิ้นสุดสายการเดินดังนั้นเขาถึงเข้าป่าโดยไม่พยายามออกนอกเส้นทางแม้จะมีความสามารถในการเดินป่าอยู่บ้างแต่ฮุคก็ไม่ต้องการหลงหากเดินผิดทิศ  เขาใช้เวลาราวๆ 20 นาทีจึงเจอกระท่อมหลังเล็ก ด้านหน้ามีราวแขวนเสื้อผ้ากับกองเพลิงซึ่งเพิ่งดับได้ไม่นาน เขาชะโงกหน้ามองดูภายในบ้านแน่นอนว่าต้องมองซ้ายมองขวาสำรวจรอบด้านเพื่อความปลอดภัย ไม่ทันที่เขาจะได้วางมือลงบนประตูบ้าน ‘ออบส์’ ผู้เป็นเจ้าของกลับเปิดออกมาต้อนรับเขาเสียแล้ว
       “เจ้ามาถึงที่นี่คงกำลังตามหาบางสิ่งอยู่”
       “ข้ากำลังตามหาเครื่องประดับ”
       “เข้ามาด้านในก่อนแล้วเราจะได้คุยกัน”
     เจ้าของบ้านยังดูไม่ชราดังที่สาวเสริฟบอกแก่ฮุค เขามีเรือนผมยาวรุงรังไม่ต่างจากหนวดเครา เสื้อแขนยาวที่ถูกพับดึงเผยให้เห็นรอยสัญลักษณ์บางอย่างที่ข้อมือ .. ฮุคมิได้กล่าวถามเพราะเป้าหมายของเขาคือการแลกเปลี่ยนของแล้วกลับโจลี่ โรเจอร์    แก้วเครื่องดื่มถูกวางไว้ที่ข้างโต๊ะจนเกิดเสียงกระทบตามด้วยร่างเจ้าขอบ้านที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หยาบแข็งซึ่งสานจากไม้ สายตาของเขาจับจ้องโจรสลัดที่นั่งมองตาปริบๆ ดูเหมือนจะไม่เข้าใจสถานการณ์เลยแม้แต่น้อย
       “เจ้าอาจไม่รู้ว่าที่นี่สินค้าไม่ได้จ่ายด้วยเงินทองแต่จ่ายด้วยสิ่งที่มีมูลค่าเท่าเทียมกัน เจ้าสามารถดูเครื่องประดับเหล่านั้นก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ ของทั้งหมดเป็นสิ่งที่ข้าลงแรงหามาและข้าซื่อสัตย์ต่อเจ้า”
     ฮุคทำตามที่ชายอีกคนบอกเมื่อเขาให้สัญญาณแก่ตน ของเหล่านั้นวางอยู่บนชั้นด้านหลัง .. ความระแวงยังคงมีสำหรับสลัดหนุ่ม เขาหันมามองในบางครั้งทำท่าลุกลี้ลุกลนจนเจ้าของบ้านอาจคิดว่าเครื่องประดับเหล่านั้นจะถูกขโมยในไม่ช้า สำหรับฮุคที่เป็นโจรสลัดเขาเคยปฏิญาณกับตนเองว่าหากไม่อับจนหนทางจะไม่มีวันปล้นบนบกเช่นโจรป่าดังนั้นเจ้าของบ้านคงวางใจได้ถ้าทราบ
     เครื่องประดับในกล่องวางเรียงกันอย่าสวยงามทั้งแหวน สร้อยคอ สร้อยข้อมือหรือแม้แต่ตุ้มหู ทุกอย่างดูสวยและประณีตมากกว่าที่เคยได้พบ มากกว่าสมบัติที่พวกเขาได้ปล้นมา.. เพียงมองด้วยสายตาก็ทราบได้ถึงมูลค่ามหาศาล – ฮุคเลือกแหวนมาวงหนึ่ง วงที่ตนสามารถสวมที่นิ้วนางอย่างพอดี การกระทำนั้นทำให้รอยยิ้มของชายผู้เป็นเจ้าของปรากฏขึ้นตามมาด้วยเสียงหัวเราะจนทำให้เขาหันกลับมา
       “ข้าจะถือว่าเจ้าเลือกชิ้นนั้น”
       “สิ่งที่เจ้าต้องการคืออะไร?”
       “หมึก…หมึกดำของหมึกยักษ์แห่งท้องทะเลลึก ข้าสามารถรู้ได้ในทันทีว่าหมึกที่เจ้าจะนำมาใช่หรือไม่ใช่ของจริงดังนั้นอย่าโกหกข้าหากเจ้าไม่สามารถนำมาได้ เวลาของเจ้ามีตลอดชีวิตหรือจนกว่าแหวนวงนั้นจะถูกนำไป ทั้งหมดคือข้อตกลง”
       “ข้าตกลง”
     เขาตอบรับอย่างคนไร้สติ พอคิดอีกทีแล้วชายหนุ่มถึงกับต้องทำหน้าเหยเกออกมา.. เดี๋ยวก่อน.. เขาจะไปเอาหมึกจากเจ้ายักษ์นั่นได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่เคยจับดาบสู้มาก่อน แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าไม่ใส่ใจอะไร ในตอนนี้เขานำแหวนซึ่งสวมอยู่บนนิ้วของฮุคเก็บใส่กล่องอีกครั้ง สลัดหนุ่มมองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินทางกลับออกไป เรื่องนี้เขาควรบอกแก่กัปตันแบล็คเบอร์ดหรือไม่? เขาควรทำด้วยตัวเองแล้วเก็บของชิ้นนั้นเอาไว้?แต่เหนือสิ่งอื่นใดตอนนี้สิ่งที่ควรทำให้สำเร็จก่อนมาคิดเรื่องแหวนคือเขาจะทำอย่างไรให้ได้น้ำหมึกนั่นมา
     ฮุคกลับมาที่โจลี่ โรเจอร์โดยไม่ได้อธิบายเรื่องที่ตนเจอแก่ใครฟังแม้แต่กัปตันแบล็คเบอร์ด เขาเพียงบอกว่าไม่สามารถหาให้ได้ในตอนนี้คงใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะพบซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้แบล็คเบอร์ดแปลกใจเท่ากับสีหน้าและท่าทาง  แบล็คเบอร์ดอาจรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ฮุคกำลังปกปิด ช่างน่าเศร้าที่กัปตันเรือไม่ได้ฉลาดถึงขั้นจับผิดเล็กๆ น้อยๆ ฮุคจึงรอดตัวไป – วันนี้คงหมดภาระหน้าที่ทั้งหมดแล้ว กว่าฮุคจะกลับถึงเรือทุกอย่างรอบด้านกลับเงียบสงัดไปเสียหมดเป็นการบอกได้อย่างดีว่าผู้คนเข้านอนเป็นที่เรียบร้อยแล้วต่างจากฮุค  เรื่องที่คุยเมื่อหัวค่ำทำให้เขาคิดหนัก ดูเหมือนเป้าหมายจะเปลี่ยนไปแล้วเสียด้วย.. ในตอนแรกเขาเพียงต้องการให้สิ่งที่ได้รับมอบหมายลุล่วงแต่ในตอนนี้ฮุคกลับต้องการแหวนวงนั้น แหวนซึ่งแตกต่างจากแหวนทุกวงในกล่อง มันไม่ได้สวยเลิศเลอกว่าแหวนวงอื่นเพียงแต่สีทองสลับเงินประดับด้วยเพชรกะรัตสะท้อนแสงระยิบระยับรอบวงทำให้โจรสลัดหนุ่มตกอยู่ในภวังค์ชั่วครู่ราวกับมีบางสิ่งดึงดูดให้ของชิ้นนั้นเป็นของเขา.. เขาอาจคิดไปเอง..
     คืนนั้นข้าฝันเห็นถึงบางสิ่ง อาจเป็นบางคน.. แหวนวงนั้นอยู่ตรงหน้าข้า เสียงบางอย่างบอกให้ข้าเก็บเอาไว้ กำไว้ในมือและอย่าปล่อยให้หายไป ให้คิดเสียว่านั่นคือหัวใจของข้าเอง หากขาดจะเป็นเพียงหุ่นเชิดหากถูกทำลายชีวิตนี้จะสูญสิ้น.. ฟังแล้วไม่ต่างกับข้าเป็นคนเสียสติเมื่อข้ากลับเชื่อฝันที่มีข้าเพียงผู้เดียวรับรู้ ข้าจะพยายามทำให้แหวนวงนั้นเป็นของข้า.. ข้าเชื่อในพรหมลิขิตและเชื่อในปาฏิหาริย์ อาจมีเวทมนตร์บางอย่างเรียกร้องข้า.. นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ข้ารอมาเนิ่นนาน
     เช้าวันรุ่งขึ้นทุกอย่างยังคงเป็นปกติทุกอย่างยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือฮุค  ฮุคตื่นขึ้นแต่เช้าเพื่อล่องเรือไปเพียงลำพัง ภายในใจนอกเหนือจากความกลัวในตอนนี้กลับมีความตื่นเต้นและลุ้นระทึก นี่เป็นการผจญภัยเล็กๆ ของชายหนุ่มซึ่งคอยทำงานเป็นคนรับใช้ให้กับแบล็คเบอร์ดแต่ใช่ว่าเรื่องในวันนี้จะถูกปล่อยผ่านไปโดยง่าย กัปตันแบล็คเบอร์ดกำลังสังเกตฮุคอยู่
     ฮุครู้จักวิธีการจับหมึกมาบ้างดังนั้นเขาถึงใช้เวลาตลอดทั้งวันในการตามหาหมึกยักษ์ซึ่งเขาไม่แน่ใจนักหรอกว่ายักษ์ที่ว่านี่ใหญ่ขนาดไหน อย่างไรก็ตามเขาจะพยายามหากลับไปให้จงได้ แม้จะตั้งเป้าหมายไว้เช่นนั้นแต่สุดท้ายแล้วเขากลับได้เพียงหมึกทะเลธรรมดาเท่านั้น – ฮุคนั่งพักในช่วงบ่ายสองโมง นัยน์ตาสีฟ้าสวยมองสังเกตไปรอบด้าน ที่นี่แสนสงบจนทำให้เผลอทานอะไรลองท้องไป เขาหยิบชิ้นขนมปังเล็กๆ ในผ้าขึ้นทานคู่กับเครื่องดื่มประจำกาย.. เพียงให้อยู่ท้องมิใช่ทานจนอิ่ม สุดท้ายแล้วโจรสลัดหนุ่มจึงตัดสินใจกลับเรือในช่วงบ่ายแก่ๆ เพราะกว่าเขาจะถึงฝั่งตอนนั้นก็เป็นเวลาหัวค่ำแล้ว
       “เจ้าหายไปไหนมาฮุค”
     เสียงเอ่ยแรกที่กล่าวทักจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากกัปตันเรือโจลี่ โรเจอร์ซึ่งกำลังมองจ้องคนที่กำลังนำเรือเล็กเก็บเข้าที่ แบล็คเบอร์ดยังคงดูน่าเกรงขามในสายตาฮุค สังเกตได้จากการหลบสายตาและถอนหายใจแผ่ว.. ชายหนุ่มยกถุงใส่หมึกทะเลขึ้นโดยไม่ได้เอ่ยกล่าวสิ่งใดจนกระทั่งกัปตันเข้าไปกระชากถุงนั้นมาไว้กับตัวเอง
       “หมึก? เจ้าหายไปเพื่อจับหมึก? ดูเหมือนเราจะได้อาหารมื้อค่ำกันแล้ว!”
     เหล่าลูกเรือส่งเสียงร้องและปรบมือกันแสดงความดีใจที่ค่ำคืนนี้มีมื้อค่ำไม่คาดคิดมาประเคนถึงที่ – แบล็คเบอร์ดโยนถุงนั้นให้กับพ่อครัวก่อนจะหันมาหาฮุคอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มอันแสนยียวน มือข้างขวาถูกส่งมาตรงหน้าขยี้เรือนผมสีเข้มที่จัดทรงเรียบร้อยเสียกระเซิงตามมาด้วยประโยคที่ทำให้ฮุคต้องก้มหน้าก้มตาคิดอยู่กับตัวเอง
       “เจ้าไม่ได้ขี้ขลาดอย่างที่คิดนี่ ฮุค”
     คืนนั้นโจรสลัดต่างฉลองกันอย่างสนุกสนานยกเว้นฮุคที่นั่งมองจานอาหารของตนเพราะกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องแหวนวงนั้น เขาทานอาหารไปเพียงเล็กน้อยพอให้ตนอิ่มท้องหลังจากนั้นจึงขอตัวเข้าไปในเมืองเดินเล่นยามค่ำคืนพลางครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตนควรทำในลำดับต่อไป ‘ต้องมีวิธีเรียกหมึกยักษ์มาได้สิ’ เขาคิดกับตัวเอง – พอรู้สึกตัวอีกทีดันมาหยุดที่โรงแรมขนาดเล็กหลังเดิมเสียแล้วดังนั้นฮุคจึงตัดสินใจเข้าร้านไปหาข่าวสาร อาจสั่งนมสักแก้วมาดื่มระหว่างสืบข้อมูล
     จนแล้วจนรอดสิ่งที่ฮุคได้รับคืออากาศธาตุ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงวิธีการหาหมึกยักษ์แห่งท้องทะเลได้เลยนั่นจึงทำให้เขานั่งดื่มนมเงียบๆ เพียงลำพังที่โต๊ะว่าง – ฮุคไม่รับรู้ถึงการจ้องมองจากคนแปลกหน้า ความเคยชินคงทำให้ตนเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านี้ เป็นเพราะไม่ใช่คนเด่นคนดังอะไรแถมยังเป็นโจรสลัดตัวเล็กจ้อย ใครเขาจะมาสนใจหากมิได้มาเป็นกลุ่มหรือมาพร้อมกัปตันแต่แล้วสิ่งที่ทำให้ฮุคต้องมอบความสนอกสนใจนั้นคือจานอาหารที่ถูกวางเสริฟ เขาเงยหน้ามองพร้อมทำท่าทีฉงน ปากบอกกับหญิงสาวว่า ‘ข้าไม่ได้สั่ง’ เช่นเดียวกับครั้งก่อน แต่เธอก็ยังคงปฏิเสธที่จะรับคืนด้วยเหตุผลที่ว่า ‘มีคนสั่งอาหารให้กับเจ้า’
     ครั้งนี้ทำให้ฮุคเริ่มเอะใจ ทำไมจึงมีคนแปลกหน้าสั่งอาหารให้กับตน? จะใช่คนที่มอบนมแพะให้กับเขาเมื่อครั้งก่อนหรือไม่ก็ยังหาคำตอบมิได้ แต่ถึงอย่างไรแล้วน้ำใจนี้ฮุคจะไม่ลืมเลย
     สาวเสริฟกลับมาที่โต๊ะอีกครั้ง ในครั้งนี้เธอถือเปลือกหอยขนาดเล็กมาให้แก่โจรสลัดเสียด้วย ฮุคซึ่งนั่งทานอาหารอยู่ได้แต่เหลือบมองสิ่งของตรงหน้าก่อนจะไล่สายตาขึ้นมาจนพบกับเธอ
       “พรุ่งนี้เช้าตอนที่เจ้าออกไปหาหมึกยักษ์ให้เป่าเจ้านี้”
       “ข้าไม่เห็นว่าเปลือกหอยจะสามารถทำสิ่งใดได้”
       “เชื่อข้าแล้วเจ้าจะได้สิ่งที่ต้องการ .. ข้าแนะนำให้เจ้าพกอาวุธไปให้พร้อมหรือบางทีอาจหาทำเลดีๆ ในการเป่าเปลือกหอยนี้”

 

 

. . . To be continue . . .

 

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

   ฟิคเรื่องนี้เกิดจากความชอบในตัวฮุคหงิมล้วนๆ ครับ รู้สึกถูกชะตาด้วยเมื่อได้ดู OUAT 422/423 ความจริงคือเรายังเสียใจที่นีลไม่อยู่แล้ว แต่พอมีโอกาสเปลี่ยนแบบนี้ก็ขอหน่อย จับมาปรับในเมื่อสลับบทตัวดีตัวร้ายไปแล้ว ขอเล่นคืนบ้างเถอะครับ.. #หึส์น์บ์ด์ร์ต์ #แบบแอดวานซ์  ตอนต่อไปเป็นอย่างไรต้องลองตามดูครับ
อาจได้เจอนีลในเร็วๆ นี้ ฮาาาา
ปล. ชื่อของเคราดำนี่เขียนภาษาทับศัพท์ไม่ค่อยถูกครับ โฮฮฮ

[Fic]OUAT : What’s love? (CaptainFire)

Standard

Title : What’s love?
Paring :Killian Jones l Captain Hook / Baelfire l Neal Cassidy
Series : Once Upon A Time
Writer : Zol Redfox

* Warning Non-canon

 

 

  รักคืออะไร?
     หยดน้ำลงกระทบผิวกระเบื้องมานานนับชั่วโมงแล้วตั้งแต่ชายหนุ่มปล่อยตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวที่คุ้นเคยโดยไม่ขยับตัวไปไหนเพียงแต่เหลือบดวงตาคู่สวยสอดส่องตามมุมต่างๆ ด้วยอาการเหม่อลอย เขากำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่ง.. บางสิ่งที่เคยทำให้ตนมีความสุขมากที่สุดในโลก
     ภายในอพาร์ตเมนท์ที่เขาอยู่ในตอนนี้ ความเศร้าสร้อยคือสิ่งเดียวที่ชายหนุ่มรู้สึก .. หงอยเหงา เดียวดาย.. อยู่เพียงลำพังภายในห้องอันแสนอ้างว้าง เจ้าของดวงตาคู่สวยกดริมฝีปากเม้มลงแผ่วเบาขณะพยายามยันตัวเองลุกขึ้นนั่งด้วยอาการปวดศีรษะโดยมีอาการคลื่นไส้ตามมาจนต้องหอบเอาร่างตนเองเข้าห้องน้ำไป  ไม่ทันไรก็ปล่อยของเสียออกมาเสียหมด..
     กลิ่นเหล้ารัมคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง.. ไม่ต้องแปลกใจเลยว่ามาจากที่ใด ชายหนุ่มผู้ซึ่งทรุดตัวนั่งกับพื้นห้องน้ำนั่นเองคือต้นตอของกลิ่นเหล้ารัม เขาดื่มเข้าไปตั้งแต่เมื่อคืนวานเพียงลำพัง.. คนเดียวในอพาร์ตเมนท์นี้

 

     เขาไม่เคยอยู่ในห้องหน้าตาเช่นนี้มาก่อน.. ไม่เคยรู้จักสิ่งของหน้าตาประหลาดหรือแม้แต่วิธีการใช้ต่างๆ สิ่งอำนวยความสะดวกเช่นกาน้ำหรือโทรศัพท์เขาก็ไม่เคยเข้าใจ.. ไม่เลย.. ไม่เคยสนใจแม้แต่นิดเดียวกระทั่งได้เข้ามาอยู่ที่นี่จริงๆ เขาต้องเรียนรู้และใช้งานทุกๆ สิ่งที่นี่ด้วยมือข้างเดียวที่เหลืออยู่ มือข้างขวาซึ่งประดับด้วยแหวนอัญมณีสีสวย..แม้ทั้งสามวงจะมีความพิเศษแต่ไม่อาจเทียบได้กับแหวนทองฝังเพชร ชายหนุ่มยอมรับว่าชอบของมีค่ามากกว่าสิ่งอื่นแต่สำหรับแหวนวงนี้แล้วไม่ได้มีแค่มูลค่าแต่กลับมีทั้งคุณค่าและความรู้สึกมากมายหลอมรวมอยู่ด้วยกัน
     พอฉุกคิดขึ้นได้เขาจึงรีบยกมือข้างขวาขึ้นสัมผัสแหวนสุดพิเศษที่แขวนแทนสร้อยคอ ..นุ่มนวลและประณีตอย่างที่ไม่ได้แสดงออกให้ใครได้พบเห็น เพียงปลายนิ้วเท่านั้น..ความรู้สึกมากมายกลับเอ่อล้นจนร้องครางออกมาเบาๆ

 

     ‘โจรสลัด’ คือสิ่งที่เขาเป็น.. เป็นมานานนับศตวรรษ เคยเป็นคนที่ร้าย..หากเรียกว่า ‘เลวร้าย’ คงจะถูกเสียยิ่งกว่าถูก แต่แล้วเขากลับเชื่อว่าตนสามารถกลับเป็นผู้ชายที่ดีคนนึงได้  ‘เบลไฟร์’ คือคำตอบนั้น เบลไฟร์…คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเหลืออยู่ แม้ตอนนี้เด็กหนุ่มจะโตจนอายุร่างกายพอๆ กับตนแล้วแต่ในใจลึกๆ คิลเลียน  โจนส์ยังคงมองเป็นเด็กหนุ่มคนนั้นคนเดิม เด็กหนุ่มที่ทำให้โจรสลัดที่ต้องการเพียงการแก้แค้นกลับมามีความรู้สึกรักได้อีกครั้ง
     กัปตันฮุคไม่ได้พบกับความรักมานานมากแล้วนับตั้งแต่เลียม โจนส์พี่ชายเพียงคนเดียว ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของตนเสียชีวิต.. นับตั้งแต่มิร่าห์ คนรักที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างถูกฆ่า…นั่นจึงทำให้ฮุคกลายเป็นโจรสลัดมากกว่าที่โจรสลัดควรจะเป็น…เขาดำเนินชีวิตด้วยความเดียวดาย ความโกรธแค้นพร้อมกับหัวใจอันแสนเปราะบาง.. ทุกครั้งที่เขารักสุดท้ายความรักมักถูกทำลายจนย่อยยับ
     กรณีของเบลไฟร์ก็เช่นเดียวกันแม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะไม่ได้พบกันอีกแต่ท้ายที่สุดแล้วยังสามารถกลับมาพบกันได้อีกครั้ง
     เบลไฟร์ หรือ ‘นีล แคสสิดี้’ เป็นเพียงคนเดียวที่โจรสลัดคนนี้ยอมมอบทุกอย่างให้ได้ด้วยเหตุผลเดียวคือ ‘รัก’ .. เขาต้องการความรักมากกว่าสิ่งอื่นใด เขาต้องการสิ่งที่สามารถเยียวยาจิตใจได้อีกครั้ง กำลังใจจากคนที่ตนรักและรักตนตอบ เพียงความสุขเล็กๆ ที่ได้อยู่ด้วยกันแม้จะไม่เพียงพอแต่ฮุคก็ยอม

 

     เสียงเข็มนาฬิกายังคงเดินเป็นจังหวะวินาที ตอนนี้ผ่านมานานเพียงใดแล้วนะ… คิลเลี่ยน โจนส์ที่ทรุดตัวอยู่กับพื้นห้องน้ำในตอนนี้ได้หอบร่างตนเองกลับมานั่งที่โซฟาตัวเดิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาตลอดอาทิตย์ทำให้เขาไม่ต้องการขยับเขยื้อนไปที่ใดอีก เหนื่อยล้า..อ่อนแอ… ต้องการความรักจากเบลไฟร์..
  ความรักคืออะไร?
     สุดท้ายกัปตันฮุคก็ได้แต่เหม่อลอยอยู่เช่นเดิมนานนับชั่วโมงกระทั่งเสียงนาฬิกาปลุกบอกเวลา 00.00 น. ดังเตือนขึ้น ตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มต้องหันไปมองด้วยท่าทางตระหนก.. ทุกครั้งที่เขาได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกสิ่งแรกที่รู้สึกได้คือฝ่ามือที่ลงแนบศีรษะอย่างอ่อนโยนปลุกตนให้ตื่นจากห้วงนิทรา บางครั้งจะเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นจากจุมพิตซึ่งสัมผัสลงบนหน้าผาก..แต่ในตอนนี้กลับไม่มีอีกแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นมานานนับสัปดาห์
     เจ้าของนัยน์ตาคู่สวยปล่อยตัวลงนอนขดอยู่บนเตียงใหญ่ซึ่งเคยมีเจ้าของอพาร์ตเมนท์นอนอยู่ข้างกายเสมอ บางคืนพวกเขาจะนอนคุยกันจนกว่าอีกฝ่ายจะผล็อยหลับไป บางคืน..พวกเขาจะหากิจกรรมอะไรทำกันก่อนนอน..บางคืนพวกเขาจะสัมผัสซึ่งกันและกันพร้อมจบลงด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่นแต่ทุกๆ คืนจะมีความรักส่งหากันโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำคำใด.. พวกเขาทั้งสองรู้สึกรักอีกฝ่ายอย่างจริงใจ

 

 

     ฮุคตื่นขึ้นในตอนเช้าด้วยท่าทางสะลึมสะลือ เรือนผมสีดำยุ่งเหยิงราวกับมีคนมาขยี้ผม แม้ใบหน้าครึ่งหนึ่งจะหลบอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาแต่ในตอนนี้เขาตื่นเต็มที่แล้ว เปลือกตายังคงปิดสนิทราวกับจะหลับไปอีกรอบ.. แต่สิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำคือการจินตนาการภาพทุกๆ เช้าที่ตนได้เห็น ได้รู้สึก..ซึมซับทุกวินาทีที่ได้เจอในตอนเช้าเบลไฟร์มักจะลุกออกไปก่อนแม้บางครั้งแอบทำตัวเป็นลูกหมาขี้เซาแต่เขามักจะพยายามพาตัวเองไปยืนอยู่หน้าเตาเพื่อทำอาหารเช้าสำหรับพวกเขาทั้งคู่ เมนูเบสิคทานง่ายและใส่ความรักอย่างเต็มเปี่ยม.. คิดถึงเหลือเกิน…
     หลังจากผ่านไปไม่นานนักฮุคจึงยอมลุกขึ้นนั่ง นัยน์ตาสีฟ้ากวาดมองไปรอบห้องนอนพร้อมเสียงผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา  ทำอย่างไรจึงจะสามารถรักษาสิ่งเปราะบางภายในอกของเขาได้เสียที พอนึกว่าได้พบแล้วแต่สุดท้ายกลับถูกทำลายทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกๆ ครั้งจนเขาอ่อนแอลง
     สุดท้ายแล้วชายหนุ่มกลับผล็อยหลับไปอีกรอบ เขาไม่มีสิ่งใดที่ต้องทำ ไม่มีสิ่งใดให้ค้นหา ไม่มีสิ่งใดในชีวิตที่ทำให้เขาตื่นตาตื่นใจได้อีกแล้ว ความรักคือสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดแต่เป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขมากที่สุดเช่นเดียวกัน.. เขาไม่อาจหยุดรักผู้คนเหล่านั้นได้ เขาจะหยุดอยู่กับเบลไฟร์ เขาจะหยุดอยู่กับมิร่าห์ หยุดอยู่กับเลียม…และโจลี่ โรเจอร์สิ่งสิ่งเดียวที่เป็นของต่างหน้าของเลียม สิ่งสิ่งเดียวที่เขาสามารถรักและจับต้องได้.. ไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว..
  รักคือสิ่งที่ทำให้มีความสุขมากที่สุดแต่ในทางกลับกันกลับทำให้ทุกข์ได้มากที่สุด

 

   ‘………….’
     เสียงอันคุ้นหูดังผ่านเข้ามายังประสาทรับรู้ โจรสลัดเพียงแค่มุ่นคิ้วเล็กๆ พร้อมขยับตัวขดลงไปใต้ผ้าห่มมากยิ่งขึ้น  เขาเพียงแค่นอนหลับและรับรู้เสียงที่ก้องอยู่ภายในโสตประสาทเท่านั้น
   ‘คิลเลี่ยน’
   ‘……’
   ‘..คิลเลี่ยน…..’
     เจ้าของชื่อเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ในที่สุด ภาพเบลอปรากฏขึ้นตรงหน้าจนทำให้ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นนั้นคืออะไร  สัมผัสอันอบอุ่นที่ฝ่ามือข้างขวาทำให้เขาต้องขยับมือไปมาเพื่อหาคำตอบว่าสิ่งสิ่งนี้คืออะไร ฮุครับรู้ได้ถึงสัมผัสอันนุ่วนวลที่ลูบไล้อยู่บริเวณหลังมือ  เสียงที่คุ้นเคยยังคงเอ่ยเรียกชื่อเขาไม่หยุดหย่อน แม้ต้องการตอบกลับไปแต่เขาไม่สามารถทำได้เลย ไม่อาจขยับเขยื้อนได้ ทำได้แต่นอนแน่นิ่งและสูดหายใจเข้าออกช้าๆ เพียงเท่านั้น
   ‘ฉันอยู่นี่แล้ว’
     ภาพตรงหน้าดูแจ่มชัดขึ้นในท้ายที่สุด แสงสว่างจากหลอดไฟกระทบนัยน์ตาสีฟ้าที่พยายามปรับความคมชัด สุดท้ายแล้วสิ่งที่โจรสลัดเห็นคือใบหน้าอันคุ้นเคย ใบหน้าของนีล แคสสิดี้ที่แสดงความวิตกกังวลภายใต้รอยยิ้มจาง  นีลกระชับมือที่กอบกุมอีกฝ่ายเอาไว้เล็กน้อยพร้อมกับยกขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองด้วยความโล่งอก ฮุครับรู้ได้จากอาการผ่อนคลายและเสียงถอนหายใจแผ่ว
     เขาต้องการเอ่ยตอบเบลไฟร์แต่ในตอนนี้กลับทำได้แค่ยิ้มออกมา.. ไร้ผล… เขาทราบได้ทันทีว่าการควบคุมร่างกายเป็นเรื่องยากในตอนนี้ ฮุคได้แต่ขยับนิ้วตอบรับเพียงเท่านั้น …  และเขาก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง

.

.

.

     นีลไม่อาจทราบได้เลยว่าสิ่งที่ชายหนุ่มคนนี้กำลังคิดคือสิ่งใด เขานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงในห้องพักโรงพยาบาลมานานนับหลายชั่วโมงตั้งแต่เมื่อคืนวานกระทั่งตอนนี้ เหตุการณ์เมื่อวานเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น อุบัติเหตุจากการถูกรถชนเป็นเรื่องร้ายแรงอีกครั้งสำหรับคิลเลี่ยน โจนส์ ซี่โครงหักและแผลถลอกฟกช้ำตามร่างกาย เขาจึงทำได้เพียงสัมผัสอย่างแผ่วเบาที่หลังมือแทน
  รักคืออะไร?
     ความกังวลที่มีตลอดระยะเวลาสองวันคลายลงไปบ้างแล้วเมื่อนัยน์ตาสีฟ้าสบประสานกับเขาเมื่อครู่ก่อน อย่างน้อยฮุคยังมีสติพอที่จะตอบรับได้บ้าง อย่างน้อย..ก็ยังไม่สูญเสียคนคนนี้ไป
     เบลไฟร์ใช้ระยะเวลาถึง 10 ปีในการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็น ‘นีล แคสสิดี้’ เพื่อหนีจากทุกคนที่รักตน  หนีจากสิ่งที่ทำให้ความไว้วางใจและความเชื่อใจถูกทำลายทิ้งไป ในตอนนั้นเด็กหนุ่มไร้ซึ่งความเชื่อมั่น.. มีเพียงสัญชาตญาณที่บอกให้ตนเอาชีวิตรอด เบลไฟร์ในตอนนั้นรู้จักเพียงโทสะที่เกิดจากบิดาของตนเอง รัมเพิลสติลสกินส์..ผู้ซึ่งใช้เวทมนตร์ในการทำร้ายผู้ที่ไม่มีทางสู้ กัปตันฮุค…ที่โกหกเขามาโดยตลอด ตอนนั้นเด็กหนุ่มรู้สึกเป็นเพียงแค่สิ่งที่ใช้ชำระแค้น ปีเตอร์ แพน.. ที่คอยหลอกล่อและกักขังเขาไว้บนเกาะเนเวอร์แลนด์นานนับศตวรรษ
     อดีตคือการเอาชีวิตรอดส่วนปัจจุบันคือการดำเนินชีวิต… ความบาดหมางที่นีลเคยมีต่อฮุคจางหายไปจนเกือบหมด.. ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันเขาเห็นได้ชัดถึงความพยายามที่คิลเลี่ยน โจนส์มอบให้ ฮุคพยายามชดใช้สิ่งที่เคยทำไว้ในอดีตส่วนนีลก็ยอมรับและยอมเปิดใจให้อีกครั้งหนึ่ง

 

     กัปตันฮุคไม่ต่างจากเด็กชายในดินแดนแห่งนี้ อาจเพราะความไร้เดียงสาในวิทยาการใหม่ๆ ที่ทำให้นีลมองชายหนุ่มด้วยความเอ็นดูเฉกเช่นครั้งที่เขาอยู่บนโจลี่ โรเจอร์ สอนสิ่งที่จำเป็นในการใช้ชีวิตไปทีละอย่างโดยไม่รีบร้อนเช่นเดียวกับโจรสลัดที่คอยสอนเขาในเรื่องการเอาชีวิตรอด
     ตอนนั้นเบลไฟร์รักฮุค.. ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ความผูกพันที่สร้างมาแม้มีเรื่องที่ทำให้ต้องผิดใจแต่สุดท้ายแล้วเมื่อกลับมายืนต่อหน้าพวกเขาทั้งสองซึ่งเคยมีพันธะต่อกันยังคงไม่อาจตัดเส้นสายเหล่านั้นให้ขาดออกได้  คิลเลี่ยนยังคงรัก.. เบลไฟร์ก็เช่นกัน
  ความรักคืออะไร?
     นีล แคสสิดี้ในชุดเสื้อเชิ้ตยังคงนั่งอยู่ข้างเตียงกอบกุมมือคนที่นอนหลับเอาไว้อย่างนุ่มนวลเช่นเดิม หากฮุคตื่นขึ้นมาคุยกันได้อีกครั้งในตอนนี้จะนับเป็นเรื่องที่วิเศษเพราะตลอดสองวันมานี้ชายหนุ่มทำได้เพียงนั่งเฝ้าและรอคอยด้วยความอดทน … เขาเก่งในเรื่องการอดทน หากอดทนจะได้รับในสิ่งที่ต้องการ หากรอคอยจะได้รับสิ่งที่ตามหาแต่ด้วยความรู้สึกที่มีแก่ฮุคนั่นทำให้ทรมานเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆ หากรอแล้วต้องสูญเสียไปคงไม่อาจทำใจยอมรับได้เลย
     หากเป็นไปได้นีลคงตัดสินใจขึ้นไปนอนข้างกายโจรสลัดเช่นเดียวกับที่พวกเขาทำทุกๆ คืน… โอบกอด คลอเคลียและผล็อยหลับไปในที่สุดเมื่อความอ่อนล้าเข้าแทนที่  คิดแล้วก็อยากให้กลับไปเป็นเช่นนั้นในเร็ววันแต่อาการของฮุคคงไม่หายไปอย่างรวดเร็วเฉกเช่นภาพมายา
     หลังจากนั่งในท่าทางเดิมมานานในที่สุดชายหนุ่มผู้เฝ้าไข้จึงเอนตัวลงในท่าสบายพร้อมทั้งหยิบแหวนทองฝังเพชรที่ตนเป็นผู้เก็บขึ้นมา รอยยิ้มปรากฏขึ้นเล็กๆ ขณะที่สวมแหวนคืนให้ที่นิ้วนางข้างขวา แม้จะแอบเสียดายที่ไม่ได้เห็นแหวนวงนี้บนมือซ้ายแต่สำหรับนีลแล้วเขาพึงพอใจหากแหวนอยู่ติดตัวของคิลเลี่ยน โจนส์

 

END.

– – – – – – – – – – – –
     Non canonnn!! ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าอารมณ์แบบนี้มาจากไหน อาจแค่อยากเห็นสองคนนี้ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมั้งครับ แปลกใจเหมือนกันที่เขียนออกมา ฮาาา ไม่ถนัดคู่นี้ถึงจะชอบก็เถอะ… ไม่สามารถเข้าถึงบทบาทของฮุคได้ อีกอย่าง..เขียนไปเขียนมากลายเป็นฝันของฮุคไปเสียเฉยๆ ไม่แน่อาจมีมาต่อกลายเป็นอินเซปชั่น #ตึ่งโป๊ะ!

 

[OUAT]MadWhale : In the Darkness

Standard

 

Title : In the Darkness
Paring : Victor Frankenstein l Dr.Whale + Mad Hatter l Jefferson
Series : Once Upon A Time
Writer : Zol Redfox

 

…เสียง….เสียงบางอย่าง……เสียงของเหล็ก……การกระทบกันของโลหะบางอย่าง…. ในตอนนี้มีเพียงความมืด..มืดสนิทเหมือนคนตาบอด แต่กลับยังคงรู้สึกได้ถึงสัมผัสภายนอก…..ที่นี่คือที่ไหน….และทำไมถึงขยับตัวไม่ได้ดังที่ใจคิด….เหมือนถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยบางอย่างที่แน่นหนา…

 

 

   ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นยามากมายจนรู้สึกแสบจมูกไปหมด… เขาอยากจะอ้าปากและหายใจออกมาทางนั้นแทน…แต่กลับทำไม่ได้ดังที่สมองสั่งการ… นี่เขา…เดี๋ยวก่อน..นี่เกิดอะไรขึ้น? ยิ่งคิดยิ่งหาคำตอบมากเท่าไหร่สติที่ถูกควบคุมเอาไว้มาเป็นเวลานานก็แถมจะบดละเอียดและแตกเป็นเสี่ยงๆ เขาต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้และตอนนี้..

 

 

   เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขา.. ชายหนุ่มมั่นใจว่าลูกนัยน์ตาทั้งสองข้างยังใช้การได้ดี แต่ถูกปกปิดเอาไว้ด้วยผ้าสีดำผืนหนา … ริมฝีปากเองก็เช่นกันแม้จะไม่ใช่ผ้าผืนหนาแต่ลิ้นอุ่นที่พยายามดุนสัมผัสกับสิ่งแปลกปลอมก็สามารถทำให้เขาทราบได้ว่ามันเป็นเส้นหนังบางอย่างที่คาดและรัดปากของตนเอาไว้

 

 

   นี่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนอยู่ในท่าทางไหน.. นั่ง? ยืน? หรือบางทีอาจกลับหัว???!! จะสภาพไหนก็ช่าง ขอให้มีสติและไม่แตกตื่นกับสถานการณ์นี้ให้ได้คงดีไม่น้อย แต่มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด.. ความมืดและเสียงประหลาดซึ่งดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนทำให้หัวใจของเขาเหมือนตกวูบและหายไป ลมหายใจที่กำลังสูดเข้าออกมันช่างลำบากลำบนเสียเหลือเกิน.. เขาไม่เคยรู้สึกว่าการหายใจมันยากจนกระทั่งตอนนี้

 

 

   สัมผัสเย็นชืดจากชิ้นอุปกรณ์บางอย่างแตะแนบลงบริเวณข้างแก้มของเขา ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านเข้ามาจนขนลุกไปทั้งตัว ความกลัวก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ หากนี่เป็นฝันร้ายเขาก็อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมาเสียที..ขอให้เป็นแค่ฝัน ..ฝันเท่านั้น… แต่ดูเหมือนว่าคำขอของชายหนุ่มจะไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อยเมื่อเครื่องเงินลักษณะแบนเกลี่ยมาตามโครงหน้าและหยุดอยู่ที่ปลายคางก่อนจะกดลงบนบริเวณลำคอ

 

 

   การหายใจติดขัดและขาดช่วงไปชั่วครู่ เขากลั้นหายใจทันทีที่ปลายแหลมนั้นกดลงบนผิวเนื้อจนรู้สึกเจ็บ แต่แล้วคมมีด.. ซึ่งเขาเดาว่าน่าจะใช่.. กลับเลื่อนลงมาที่ผ้าพันคอสีม่วงซึ่งปกปิดบาดแผลบางอย่างเอาไว้.. บุคคลปริศนาดึงมือของตัวเองออกก่อนจะปลดผ้าผืนบางซึ่งรัดรอบคอของชายตรงหน้าออก เผยบาดแผลฉกรรจ์รอบลำคอขาว…

 

 

   แผลเป็นซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นได้.. ลักษณะการเย็บไม่ต่างจากศีรษะที่ถูกสะบั้นไปแล้วครั้งหนึ่งแล้วนำกลับมาเชื่อมต่ออีกครั้ง.. นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เพราะวินาทีที่ถูกเชือดเฉือนไปแล้ว แม้ร่างกายไร้ศีรษะจะสามารถขยับได้อยู่ครู่หนึ่งแต่มันก็ไม่ต่างจากการตาย

 

 

   อาการตื่นกลัวของ ‘เหยื่อ’ เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อสัมผัสประหลาดลงแนบบนแผลเป็นบริเวณลำคอของตน.. สัมผัสคล้ายกับริมฝีปากที่กำลังเกลี่ยอย่างแผ่วเบาและใจเย็น ไอร้อนจากลมหายใจกระทบกับผิวของเขาจนรู้สึกได้อย่างชัดเจน.. เสียงครางร้องดังผ่านลำคอด้วยความสับสน ตื่นกลัว และอยากจะร้องไห้…ใช่..เขาอยากจะร้องไห้ออกมากับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญในตอนนี้

 

 

   แม้จะพยายามขยับมากเพียงใด แต่เหมือนสิ่งที่พันธนการตนกลับรัดแน่นมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามคิดหาทางออก…ทางออก ที่หากเป็นชีวิตของเขาจริงๆ มันคงเป็นการกระโดดลงหมวกทรงสูงสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีตและใช้เดินทางไปทั่วทุกอาณาจักร.. ต่างตรงที่ตอนนี้เขาไม่มีเวทมนตร์ .. มันใช้งานไม่ได้อีกแล้ว..และคงไม่มีวันใช้ได้อีก

 

 

   ‘เดอะ แมดแฮตเตอร์’ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นทุกข์มากกว่าครั้งไหนๆ เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร หรือเป็นเพราะตนเองที่พลาดพลั้งไป… แต่มันคงทำอะไรในตอนนี้ไม่ได้เมื่อสัมผัสจากริมฝีปากถูกกดลงหนักกว่าเดิมแถมยังรับรู้ได้ถึงลิ้นอุ่นที่ลงมาแนบกับผิวของเขาอีกด้วย…อยากให้มันจบลงเสียที….อยากให้เรื่องนี้มันหยุดเสียที

 

 

   ดูเหมือนว่าเจฟเฟอร์สันจะไม่โชคดีเท่าไหร่นักเมื่อเสื้อกั๊กตัวสวยถูกปลดกระดุมออกในที่สุดเสียงลมหายใจกลายเป็นอาการหอบถี่ๆ แทน อย่างน้อยเขาก็อยากจะปลดเจ้าของที่อยู่ในปากของตนออก มันรู้สึกหายใจได้ไม่สะดวกเอาเสียเลย.. . ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวตอนนี้คือเขากำลังจะถูกทรมานใช่ไหม… นี่เขากำลังจะถูกฆ่า… แถมยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเสียอีกว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้อย่างไร

 

 

   ไม่นานนักผู้กระทำกลับปลดสายที่พันคาดโพรงปากของเดอะแมดแฮตเตอร์ออก เขาโยนมันทิ้งไว้บนโต๊ะจนสามารถได้ยินเสียงกระทบดังขึ้นมาอย่างชัดเจน… วินาทีนั้นเองที่เจฟเฟอร์สันพูดโพล่งขึ้นมาในทันที

 

 

“ปล่อยผมไป”

 

 

   น้ำเสียงสั่นเครือไม่ต่างจากร่างซึ่งสั่นเทาเสียจนคล้ายลูกหมาที่เพิ่งตากฝนมาหมาดๆ .. ดูน่าเอ็นดูเกินกว่าจะปล่อยให้หนีไปโดยง่าย.. ทั้งน้ำเสียงและท่าทางที่แสดงออกมาทำให้อยากจะรัดร่างเอาไว้ให้แน่นขึ้นและลงมืออย่างเชื่องช้าภายใต้เสียงกรีดร้องคร่ำครวญ

 

 

   ไม่อยากจะเชื่อว่าเสียงของโลหะดังขึ้นอีกแล้ว…เขาอยากจะรู้ว่านั่นใช่สิ่งที่ตนกำลังคิดอยู่รึเปล่า.. ‘เครื่องมือแพทย์’ หากเดาไม่ผิดมันต้องใช่แน่ๆ และพอพูดถึงแพทย์…ก็ดันทำให้คิดถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา

 

 

“ดร.เวล”

 

 

   ชื่อของศัลยแพทย์ที่ตนรู้จักถูกเอ่ยออกมาแผ่วเบาภายใต้เสียงหอบหายใจถี่ๆ เขาเพียงแค่คิดถึงด็อกเตอร์เวล.. ด็อกเตอร์แฟรงเกนสไตน์ที่ตนได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วย สำหรับแมดแฮตเตอร์แล้วแม้จะทราบว่าแฟรงเกนสไตน์เป็นคนแบบไหนและชื่นชอบที่จะทำอะไร…แต่สถานการณ์นี้คงไม่ใช่เขาหรอก… เจฟเฟอร์สันเชื่อแบบนั้น

 

 

   อาการชะงักงันและนิ่งไปครู่หนึ่งของร่างเงาตรงหน้าทำให้เขาอยากจะหยุดหายใจ… เป็นไปไม่ได้….เป็นไปได้…..ศีรษะรู้สึกหนักอึ้งไปหมด อยากจะรับรู้…แต่อีกใจก็อยากจะปฏิเสธหากคนคนนี้คือวิคเตอร์ แฟรงเกนสไตน์จริงล่ะก็.. ทำไมคนที่ใจดีและสุภาพแบบนั้นถึง..

 

 

“เวล..นั่นคุณใช่ไหม?”

 

 

   ไม่มีคำตอบจากชายตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย… และดูเหมือนจะถูกเมินไปเสียอีก.. ลมหายใจแผ่วเข้าปะทะบริเวณข้างใบหูก่อนที่ปลายจมูกจะถูกไล้มาตามใบหน้าอย่างเชื่องช้า สัมผัสที่ข้างแก้มรู้สึกได้ว่าอีกคนสวมถุงมือยางที่ใช้ในการผ่าตัดและทดลอง เขาเลื่อนมือลงมาจับที่บริเวณลำคอพร้อมกับใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองกดลงบริเวณคอหอย แม้จะเป็นแรงเพียงเบาๆ แต่มันก็ทำให้การหายใจของตนติดขัดได้มากทีเดียว

 

 

   อาการแตกตื่นเกิดขึ้นทันตาเห็นเหมือนกับการหย่อนซีเซียมลงทำปฏิกิริยาในน้ำ ช่างทำหมวกพยายามสูดหายใจเข้าลึกเมื่อรู้สึกว่าแรงกดมีมากขึ้นจนเริ่มขาดอากาศหายใจ ทันทีที่เสียงของเดอะแมดแฮตเตอร์จะถูกเปล่งออกไปอีกครั้งมันกลับถูกขัดด้วยท่อลมบางอย่างลักษณะคล้ายกับหลอดอันยาวที่ถูกสอดใส่เข้าในโพรงปาก เขาสำลักในทันทีเมื่อมันถูกยัดให้ลึกไปจนถึงหลอดอาหาร ร่างกายบิดเกร็งจนกระตุกเป็นช่วง… เสียงหอบหายใจดังขึ้นถี่ ขณะเดียวกับที่พยายามหันใบหน้าหลบสิ่งแปลกปลอมที่สอดใส่เข้ามา

 

 

   แสงจากหลอดไฟลงกระทบกับคมมีดจนสะท้อนไปแยงนัยน์ตาสีฟ้าซึ่งตอนนี้ถูกปกปิดด้วยผ้าสีดำผืนหนา… ชายตรงหน้าของเจฟเฟอร์สันก็มีนัยน์ตาสีเดียวฟ้าเช่นเดียวกันแม้จะอ่อนกว่าแต่ก็เป็นสีที่สวยหากได้สบตาเป็นเวลานาน…
ตอนนี้คนตรงหน้าเริ่มลงมือปลดเสื้อตัวในออก แม้ร่างกายจะสั่นเทามากเพียงใดแต่เจฟเฟอร์สันยังคงพยายามเอ่ยพูด…แม้เสียงหอบหายใจจะหนักมากเพียงใดแต่เจฟเฟอร์สันยังคงพยายามร้องขอ… เสื้อสีเข้มถูกถอดออกในที่สุด ผิวร่างของแมดแฮตเตอร์ปรากฏต่อหน้าของ ‘คุณหมอ’ ที่ใช้เวลาเล่นสนุกกับร่างกายเขามาเป็นเวลานาน และ…คงไม่หยุดเพียงเท่านี้

 

 

   มีดผ่าตัดถูกวางแนบผิวหนังของเหยื่ออีกครั้งและครั้งนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจจะลงมีดต่างจากในตอนแรกที่ใช้มันลูบไล้อย่างอ้อยอิ่งตามโครงหน้าสวยของแมดแฮตเตอร์ ความรู้สึกเย็นวาบทำให้เจ้าตัวรู้สึกสั่นสะท้านไปหมดยิ่งมันลงแตะตรงส่วนอ่อนไหวก็ยิ่งรู้สึกแปลกจนต้องผ่อนลมหายใจออกมาทางปากแผ่วเบา

 

 

   ‘คุณหมอ’ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กับอีกฝ่ายพลางเอ่ยกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหู ด้วยน้ำเสียงที่เจฟเฟอร์สันไม่มีวันลืมไปได้…น้ำเสียงเรียบๆ ที่มักจะพูดสุภาพและติดตลกในบางโอกาส..เสียงของด็อกเตอร์เวล

 

 

“ตอนนี้คุณกลัวผมแล้วหรือยัง คุณเจฟเฟอร์สัน?”

 

“……..”

 

 

   ไม่มีคำเอ่ยพูดใดใดออกจากปากของชายหนุ่มผู้เป็นเหยื่อ .. อาจเพราะอาการช็อคที่สุดท้ายแล้ว..ก็เป็นดังที่ตนคิดจริงๆ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างเวลจะทำแบบนี้กับตน.. เวลต้องมีเหตุผล..และเขามักจะมีเสมอ เหตุผลว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้…ทำไมถึงต้อง……

 

 

   มุมปากของศัลยแพทย์ยกขึ้นยิ้มเล็กๆ ขณะพินิจมองภาพตรงหน้า แม้จะไม่ใช่สิ่งที่น่าดูเท่าไหร่นักแต่วิคเตอร์กลับรู้สึกดีอย่างประหลาด … อาจเพราะแฟรงเกนสไตน์เรียกร้องให้ทำแบบนี้มานานมากแล้ว… ผ่าตัด…กรีดเนื้อ…กลั่นโลหิต.. การทดลองที่เขาโหยหามาเป็นเวลา 28 ปี ….. มันปะทุขึ้นมาในวันเดียว…รู้สึกดีเสียจนอยากให้คนที่ตนสนใจได้เป็นผู้ลิ้มลองมัน

 

 

   สิ่งเดียวที่เจฟเฟอร์สันรู้สึกในตอนนี้คือความเสียใจ.. เขาวางใจเวลมาตลอด …ดร.เวลเป็นคนดีมากคนหนึ่งซึ่งเขาเคยรู้จักแต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน…หรือแท้จริงแล้วเขาไม่เคยรู้จักตัวตนจริงๆ ของวิคเตอร์กันนะ… ทั้งหมดที่เขาทำมันก็แค่การหลอกลวงให้ตนเชื่อใจ อีกทั้งคำพูดมีน้ำหนักเหล่านั้น…การแสดงออก ทุกๆ อย่าง….มันไม่ใช่ของจริงงั้นหรือ..

 

 

   แมดแฮตเตอร์พยายามก้มใบหน้าของตนลงแม้ว่าท่อลมอันยาวจะสอดใส่อยู่ในปากของตนก็ตาม รอบดวงตาของเขาแม้จะไม่สามรถมองเห็นได้แต่มันกลับแดงก่ำไปหมด เสียใจจนรู้สึกคับแน่นไปหมดเหมือนกับหัวใจเพิ่งถูกขยี้ทิ้งไป… ในขณะเดียวกันแฟรงเกนสไตน์กลับไม่พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย เขาฟังเพียงเสียงอดกลั้นที่ช่างทำหมวกไม่พยายามแสดงออกมาอยู่สักพัก ก่อนจะจับใบหน้าซึ่งถูกปิดนัยน์ตาสีสวยเอาไว้ขึ้นพร้อมกับดึงท่ออันยาวออกมาวางไว้บนโต๊ะข้างๆ

 

 

   เสียงไอดังไม่ขาดสาย เจฟเฟอร์สันแทบจะกระโดดได้หากไม่ถูกพันธนาการร่างกายจนรัดแน่นขนาดนี้ล่ะก็… เขาไอไม่หยุดจนจมูกเริ่มแดง เสียงหายใจดังหอบถี่และหนักเหมือนในตอนแรก…และแล้วแมดแฮตเตอร์จึงตัดสินใจถามแฟรงเกนสไตน์ออกไป

 

 

“ทำไมคุณถึงทำกับผม…แบบนี้…”

 

 

   แม้จะเป็นน้ำเสียงอ่อนแรงแต่มันกลับทำให้เวลเพ่งความสนใจได้ดี เขาไม่เมินเฉยเหมือนครั้งก่อน…รอยยิ้มถูกคลี่ออกช้าๆ เมื่อฟังจนจบคำถาม… แฟรงเกนสไตน์ไม่คิดอะไรนอกจาก ‘การทดลอง’ แน่นอนว่าเขาไม่รู้จักความสุขหรือความรัก เพราะมักจะสูญเสียสิ่งเหล่านั้นไปเมื่ออ้าแขนรับมันมา…แต่ครั้งนี้จะไม่มีอีกแล้ว….มันจะไม่เกิดขึ้นอีก…ตราบใดที่วิคเตอร์ยังสนใจเจฟเฟอร์สันอยู่..เขาจะไม่ทิ้งไปง่ายๆ เขาแค่แสดงออกแตกต่างจากคนอื่นเพียงเท่านั้นเอง

 

 

 

“ผมจะทำให้คุณเป็นของผมตลอดกาล”

 

 

– END –