[Marvel]Dark Reign: Frostiness (2)

Standard
Title :  Frostiness (2)
Pairing :  Victor Von Doom and Loki + Tony Stark
Comics : Dark Reign: The Cabal (Marvel Studio)
Writer : Zol Redfox

 

วันเทศกาลแม้จะเป็นตอนเช้าแต่กลับเริ่มครื้นเครงตั้งแต่หัววัน เสียงละเล่นและเสียงเพลงจากภายนอกปราสาทไม่ได้ปลุกให้วิคเตอร์ วอน ดูมตื่นขึ้นต่างจากเทพแอสการ์ดเช่นโลกิ โลกิในร่างของสตรีลุกขึ้นนั่งโดยมีเพียงผืนผ้าห่มคลุมปกปิดห่อตัวที่เปลือยเปล่า เธอหันใบหน้าคมสวยนั้นไปยังชายผู้ซึ่งนอนหลับอยู่ข้างกายมอบจุมพิตลงที่ข้างขมับก่อนจะขยับตัวลงจากเตียง ฝ่าเท้าที่เหยียบลงบนพื้นหินนั้นรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาแทบจะทันทีแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของยักษ์น้ำแข็งเช่นเธอ เธอชอบความเย็น

 

ภายนอกกรอบหน้าต่างบานโตมองจากตรงนี้สามารถมองเห็นวิวได้ไกลสุดสายตา หากเป็นฤดูใบไม้ผลิคงจะสวยมากกว่าสีขาวโพลนที่ปกคลุมไปจนทั่ว อย่างน้อยที่หมู่บ้านก็มีสีสันสวยงาม คิดแล้วก็อยากเข้าไปก่อกวนเหล่าประชาชนเสียจริงถือว่าเป็นการปั่นหัวดูมอีกทางเพียงคิดก็สนุกขึ้นมาแล้วสิ มิดกาเดี้ยนแสนชาญฉลาดผู้นี้จะทำเช่นไรกันหากว่าเธอลงไปป่วน

 

“You got up early, Loki.”

 

น้ำเสียงยามตื่นนอนของวิคเตอร์ฟังดูเซ็กซี่กว่ายามปกติเสียอีก โลกิคิดเช่นนั้น เธอคลี่ยิ้มกว้างแล้วเดินลากผืนผ้าห่มกลับมายังเตียงนอนพร้อมทั้งทิ้งร่างลงทับผู้เป็นเจ้าของห้องโดยทันที ร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่เข้าสัมผัสกันอีกครั้งนัยน์ตาสีอ่อนของดูมสบมองมายังเธอราวกับกำลังตั้งคำถาม เหตุใดโลกิถึงเดินกลับมานอนทับบนตัวของเขา แม้จะไร้ซึ่งคำพูดกล่าวแต่เหมือนว่าเทพแอสการ์ดจะเข้าใจแม้เพียงสบตามอง

 

“It’s so cold. Hold me tight, Doctor.”

 

เธอยิ้มทะเล้นพร้อมทั้งเบียดกายเข้าหา ใบหน้าสวยวางลงแนบใกล้กับบ่าซุกอยู่ไม่ห่างรอวิคเตอร์ วอน ดูมโอบกอดร่างเปลือยเปล่าของเธอ การเสนอเรือนร่างไม่ได้ถูกตอบปฏิเสธ การที่ดูมโอบกอดเธอไม่ใช่เพราะทำตามคำสั่งแต่เขาต้องการกอด กอดที่อาจจะแฝงด้วยอารมณ์และความคิดบางอย่าง

 

“You need to have a bath.”

 

“Not now… I want to stay here. I don’t want to leave you.”

 

ประโยคคำพูดที่แม้จะพยายามแสดงออกอย่างยียวนกวนประสาทแต่กลับมีอารมณ์หนึ่งแฝงอยู่ภายใต้นั้น ดูมสัมผัสได้ เขารู้สึกและรับรู้ได้ การที่โลกิมาหาเขาที่นี่ในครั้งนี้ไม่ใช่เพราะต้องการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว เธอต้องการพักใจ แม้จะต้องการรู้เรื่องที่อีกฝ่ายผ่านพบมาแต่วิคเตอร์กลับเลือกที่จะเพิกเฉย

 

“I must go.”

 

“Don’t leave me.”

 

แอสกาเดี้ยนกล่าวพูดขัดขึ้นแทบจะในทันที เธอหลับตาลงนอนทับอยู่บนร่างของจอมวายร้ายเช่นด็อกเตอร์ดูมโดยไม่คิดจะขยับตัวไปไหนในยามนี้ พวกเขาทั้งคู่คงอยู่เช่นนั้นไปอีกสักพักใหญ่จนกว่าจะมีใครมาเรียก

 

 

“Master Doom, it’s time to show you in the public.”

 

โบริส ชายชราคนสนิทเดินเข้ามาภายในห้องนอนขนาดกว้าง บนพื้นห้องมีชุดเสื้อผ้ากองวางไว้อยู่ที่มุมหนึ่งเขาทราบโดยทันทีว่าผู้มาเยือนจะสวมด้วยชุดเสื้อผ้าตัวใหม่ โลกิในตอนนี้กำลังแต่งตัวด้วยชุดสีเขียวเข้ารูปประดับตกแต่งชุดอย่างสวยงามจนใครต่อใครต่างต้องหันมองเมื่อพบเจอ ไม่นึกเลยว่าดูมจะมีชุดของเธอเตรียมไว้ให้ ขณะเดียวกันวิคเตอร์ก็จัดแจงตนเองจนแล้วเสร็จ เขาสวมด้วยชุดเหมาะกับฤดูกาล ชุดเสื้อคลุมที่มีขนสัตว์ฟูฟ่องเช่นเดียวกับตัวที่โบริสเดินนำไปคลุมให้แก่โลกิ

 

“You make me shy, Victor. We look like a King and Queen~ ”

 

เขานึกไว้แล้วว่าโลกิต้องกล่าวพูดออกมาเช่นนั้น ท่าทางของเธอดูดี๊ด๊ามากกว่าก่อนหน้า ดูมมองเธอไม่วางตา ชุดที่ตนสั่งตัดโดยเฉพาะนั้นเหมาะกับตัวโลกิอย่างพอดิบพอดี สายตาของดูมมองสำรวจเธออย่างครุ่นคิด พิจารณาถึงเรื่องอื่นหาใช่เรื่องของชุดเสื้อผ้าที่ตนทราบอยู่แล้วว่าจะต้องออกมาดูดี

 

“What are you thinking?”

 

“I think you should go with me. The Latverian will know who you are.”

 

“AHAM! Midgardian! Say it again. Show me to your people for what?”

 

ดูมไม่ได้กล่าวตอบแม้ว่าโลกิจะพยายามเข้ามาเย้าหยอกหรือเขี่ยนิ้วมือเข้ากับหน้ากากโลหะ เขากลับนิ่งเฉยราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ส่วนโลกิก็ยอมถอยห่างออกไปเอง การที่เธอเงียบไปนั้นไม่ใช่เพราะกลัวว่าวิคเตอร์จะรู้สึกกวนใจแต่เธอต้องการจ้องมองบุรุษข้างกายในทุกอิริยาบถ วิคเตอร์ยังคงดูน่าเกรงขามและองอาจ ไร้ซึ่งความอ่อนแอ การซ่อนสิ่งเหล่านั้นภายใต้ส่วนลึกของจิตใจกลับทำให้น่าค้นหามากขึ้นเธอต้องการจะเห็นความอ่อนแอนั้นของวิคเตอร์ วอน ดูม

 

แม้โลกิจะคิดกับตัวเองเช่นนั้นแต่สายตาที่จ้องมองกลับมองด้วยความรู้สึกความรู้สึกหนึ่ง เธอได้บอกกับวิคเตอร์ในสิ่งที่ต้องการกล่าวมาโดยตลอดเมื่อคืนวานนี้ ใจลึกๆ ก็แอบหวังให้อีกคนจดจำแต่ความเป็นจริงวิคเตอร์จะไม่มีวันจดจำคำเหล่านั้น วิคเตอร์จะไม่มีวันนึกถึงและนำข้อความเหล่านั้นกลับมาขบคิดเพราะอีกคนจะนึกอยู่เสมอว่าคำพูดที่ถูกเปล่งออกมาในสถานการณ์นั้นเป็นคำโกหก เป็นเพียงการเย้าหยอกตามประสาเทพีแสนเจ้าเล่ห์มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมเช่นเธอ

 

โลกิไม่ได้เข้าไปเกาะแกะดูมในยามนี้แม้เธอคิดจะกระทำแต่สิ่งที่เธอแสดงออกคือการเดินขนาบข้างเจ้าของชุดเกราะตัวโต ไม่ว่าจะมองอย่างไรผืนผ้าคลุมของพวกเขาก็เป็นแบบเดียวกัน ดูมจงใจอย่างเห็นได้ชัด ครู่หนึ่งที่เธอนึกถึง ‘โทนี่ สตาร์ค’ ใครมีสิทธิ์ในตัวด็อกเตอร์ดูมมากกว่ากัน เทพแอสกาเดี้ยนเช่นเธอหรือมหาเศรษฐีอย่างโทนี่ สตาร์ค โลกิมั่นใจว่าคือเธอไม่ใช่มิดกาเดี้ยนขี้เต๊ะผู้นั้น

 

เธอคิดเข้าข้างตัวเอง ครั้งนี้เทพแอสการ์ดเช่นโลกิเป็นผู้ชนะ เธอขยับยกมุมปากอย่างพอใจ สตาร์คถูกเขี่ยทิ้งไปแล้ว ความจริงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่เคยมีโอกาสเป็นไปได้เสียด้วยซ้ำตราบใดที่ยังถูกจั่วหัวว่าเป็นฮีโร่กับวายร้าย ผู้ที่มีสิทธิ์เหนือกว่ายามนี้คือเธอ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับวิคเตอร์แน่นแฟ้นไม่เสื่อมคลายแม้จะคอยหักเหลี่ยมกันอยู่บ่อยครั้งแต่แผนที่แสนแยบยลมากมายกลับสร้างผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าการทำลาย ความสัมพันธ์ของพวกเขาถึงยืนยาวเสียยิ่งกว่าไอออนแมน

 

 

การที่ดูมจะสนใจและรู้สึก ‘ชอบ’ ใครสักคนน้อยนักที่จะไร้ซึ่งการแอบแฝงผลประโยชน์ ใช่ว่าโลกิจะไม่รู้เรื่องระหว่างโทนี่ สตาร์คกับวิคเตอร์ วอน ดูม บางโอกาสโลกิมักจะแวะเวียนมายังลัตวีเรียยามเมื่อรู้สึกเบื่อหน่ายหรือต้องการพูดคุยกับเพื่อนเก่า โลกิมักมาในรูปลักษณ์ที่หลากหลายบ้างก็แฝงเป็นลัตวีเรียน บ้างก็มาในรูปลักษณ์ของบุรุษรูปงามเดินเตร็ดเตร่ร่วมกับประชาชนของดูมแต่โดยส่วนมากโลกิมักจะเข้ามายังปราสาทโดยตรง เธอเคยมาในรูปลักษณ์ของบุรุษหลายครั้งแต่น้อยนักที่จะปรากฏตัวให้ดูมได้จับต้อง ที่น่าประหลาดใจคือหลานสาวของดูม ‘วัลเลเรีย ริชาร์ดส์’ รับรู้ได้ไวกว่าใครอื่น เด็กหญิงมักทราบอยู่เสมอเวลาโลกิอยู่ที่นั่น

 

ครั้งหนึ่งโลกิได้บังเอิญผ่านมาเยี่ยมเยียนลัตวีเรียในช่วงเวลาที่ดูมและสตาร์คใช้เวลาร่วมกัน ที่ที่สตาร์คอยู่ตรงนั้นเคยเป็นของเธอ มันเคยเป็นมาตลอดตั้งแต่ก่อนที่ ‘นอร์แมน ออสบอร์น’ หรือ ‘กรีนก็อบลินส์’ จัดตั้ง ‘The Cabal’ ขึ้นมา สถานที่นั้นทำให้โลกิและดูมมีโอกาสพบกันมากกว่าเคย  หลังจากที่ดูมออกจากที่นั่นดูเหมือนเธอจะหายหน้าหายตาไปนานจนเกินไป ที่ที่เธอเคยอยู่จึงถูกแทนด้วยมหาเศรษฐีอย่างโทนี่ สตาร์ค ไม่ใช่ความผิดของใครแม้แต่คนเดียว ความสัมพันธ์ในสถานะอื่นของพวกเขาทั้งสองไม่เคยชัดเจนต่อกันเลย

 

“You need me because you want me or you need me because you really need me, Doom?”
 

 

“Shut up, metal man. Doom will not answer your questions. Then stop asking.”
 

 

“Come on! You put me in so tell me!”

 

แน่นอนว่าวอน ดูมไม่ยอมพูดตอบแม้สตาร์คจะพยายามกล่าวถาม เมื่อถูกบ่ายเบี่ยงและเก็บเงียบไม่ปริปากพูดฝ่ายที่พูดไม่หยุดก็คือโทนี่ สตาร์ค อีกคนสาธยายเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์มากมายไม่มีทีท่าว่าจะหยุดต่างจากดูมที่นั่งท้าวแขนกับพนักโซฟาตัวโตฟังเสียงแสนน่ารำคาญของสตาร์คซึ่งนั่งอยู่บนเตียงนอนหลังโต

 

โลกิไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่ถูกกล่าวออกจากปากของบุรุษทั้งสอง สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองกำลังทำร่วมกันนั้นคือเรื่องใด? นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เธอแพ้ทาง โชคยังดีที่วิคเตอร์มีความกระหายในเรื่องเวทมนตร์คาถา แม้จะเป็นนักวิทยาศาสตร์แต่เขากลับเรียนรู้ศาสตร์ที่เหนือธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง ไม่นึกแปลกใจเลยว่าเหตุใดดูมถึงชอบที่จะจับสิ่งต่างๆ มาศึกษาและทดลอง ด้วยสาเหตุนี้เองที่ทำให้โลกินำสิ่งที่วิคเตอร์ต้องการมามอบให้ ‘แอสกาเดี้ยน’

 

 

“Loki”

 

“Yes?”

 

วิคเตอร์ ดูมเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่าเธอเงียบมาตลอดทางเดิน ภาพในอดีตหวนย้อนกลับคืนมาให้โลกิเห็นราวกับเพิ่งเกิดได้ไม่นานนี้ ดวงตาซึ่งไร้ความก้าวร้าว เกรี้ยวกราดแปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยแม้จะเพียงน้อยนิดแต่เธอกลับได้รับมันอีกครั้ง รอยยิ้มของเทพมุสาขยับยกเพียงเล็กน้อย ความอ่อนแอคือการแสดงออกอารมณ์ให้อีกฝ่ายได้รับรู้มากจนเกินไป โลกิไม่ต้องการเช่นนั้น แต่แม้จะพยายามปฏิเสธใจลึกๆ เธอกลับโหยหา.. เขาโหยหาไม่ว่าจะอยู่ด้วยรูปลักษณ์ใด ไม่ว่าจะสถานะใดที่พักใจของเธอยังคงเป็นที่ลัตวีเรีย

 

“You worry about me how sweet you are, Victor.”

 

“You have something in your mind. You are here because you need someone.”

 

“Today you think too much about me. What happened with real Victor Von Doom hmm?”

 

โลกิบ่ายเบี่ยงคำถามและคำตอบด้วยประโยคและรอยยิ้มแสนยียวน เธอแสร้งเป็นไม่สนใจข้อความที่ดูมพยายามจะสื่อถึง ยิ่งดูมซักถามและแสดงความห่วงใยมากขึ้นมันกลับทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอน การที่เธอมาอยู่ที่ลัตวีเรีย การที่เธอตั้งใจมาอยู่ที่นี่เหตุผลที่ทำให้เธอไม่อาจทนอยู่กับมันได้ แม้โลกิจะโหยหาอ้อมกอดมากเพียงใดแต่กลับไม่สามารถร้องขอได้เลย เทพมุสาไม่สามารถแสดงออกถึงความต้องการเหล่านั้นได้ ผู้ใดที่แสดงความต้องการในตัวของอีกฝ่ายก่อนคือผู้แพ้ นี่คือกฎที่พวกเขาทั้งสองต่างรู้แก่ใจ ‘Stop asking.. Stop feels sorry to me Victor because I want you more.’ นั่นคือคำพูดภายในใจลึกๆ ที่ถูกแสดงออกในรูปแบบรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ของโลกิ

 

“We have a festival today you should go with me. I know the Asgardian like you love music and food.”

 

“You ask me for a date right?”

 

“Whatever you think. I’m just asking because you are my guest.”

 

ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเธอดูมีความสุขมากกว่าเก่า ในใจก็อยากจะไปสร้างปัญหาให้แก่ดูมอยู่หรอกแต่คงทำได้เพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น หากเธอทำให้ดูมหัวเสียและโกรธขึ้นมาจริงๆ ครั้งนี้คงไม่มีสถานที่ใดให้เธออยู่พักใจเป็นแน่

 

หลังจากที่ดูมต้องพบปะเหล่าประชาชนและพูดสุนทรพจน์สั้นๆ โดยที่เธอยืนอยู่ข้างกายตลอดเวลา ในยามนี้จึงถึงเวลาที่จะพาโลกิออกไปยังหมู่บ้าน เดินเที่ยวเล่นงานเทศกาลแม้จะไม่ใช่วิสัยของดูมแต่คงดีกว่าจะเก็บตัวเพียงเงียบๆ ภายในปราสาท เหตุผลหนึ่งคือเขาต้องการโอ้อวดว่าลัตวีเรียยิ่งใหญ่ไม่ได้แตกต่างจากแอสการ์ด ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งคือต้องการให้เหล่าลัตวีเรียนเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างดูมและชาวแอสการ์ดยังคงเป็นไปด้วยดี โลกิเปรียบเสมือนตัวแทนประชาชนกลุ่มนั้น

 

งานเทศกาลดูครึกครื้นและรื่นเริงตลอดวัน เด็กๆ พากันวิ่งเล่นแม้อากาศจะหนาวเย็นมากก็ตาม ชุดตัวหนาของพวกเขาทำให้โลกิคิดอยากจะลองสวมใส่บ้าง ถึงจะคุ้นเคยกับอากาศเช่นนี้แต่เธอก็ต้องการความอบอุ่นเสียอยู่ดี เธอไม่นึกเลยว่าหลังจากผ่านอะไรหลายอย่างมาชาวลัตวีเรียยังคงมองเธอไม่ได้แตกต่างจากเคย พวกเขามองเทพที่มากซึ่งเล่ห์เหลี่ยมและกลอุบายราวกับเธอเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเล็กๆ แห่งนี้ โลกิไม่อาจปฏิเสธได้ว่านั่นทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา วิคเตอร์ไม่ได้โกหกเลยแม้แต่คำเดียว ลัตวีเรียยินดีต้อนรับเธอเสมอไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่

 

ความสบายใจของโลกิทำให้ด็อกเตอร์ดูมไม่คิดเข้าไปขัด หากตัดเรื่องเทพออกไปแล้วโลกิไม่ได้แตกต่างจากมนุษย์คนหนึ่งแม้แต่น้อย เขาอยากจะวางใจในเรื่องนั้นแต่ก็ไม่สามารถทำได้เต็มร้อย ขณะที่ดูมคิดจะพักในหัวของแอสกาเดี้ยนผู้นี้อาจกำลังวางแผนบางอย่างอยู่ก็เป็นได้ ถึงพวกเขาทั้งสองกำลังพักแต่ก็ต้องมีแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเสียอยู่ดี

 

“You are beautiful, my lady.”

 

“Thank you, young lady. I think you are so beautiful more than me.”

 

โลกิกล่าวพูดพร้อมมอบรอยยิ้มแลกกับดอกไม้ดอกเล็กที่เด็กหญิงมอบให้แก่เธอ โลกิอาจจะรู้สึกว่าเป็นราชินีของลัตวีเรียไปแล้วจริงๆ ก็เป็นได้ ชาวลัตวีเรียดูรักเธอ นอกจากนำของทำมือและอาหารมาให้แล้วพวกเด็กๆ ยังมาชวนไปละเล่นร้องเพลงเสียอีก ดูมไม่คิดปฏิเสธตราบใดที่โลกิไม่ได้ก่อความวุ่นวายให้แก่เขาและประชาชน

 

วิคเตอร์ ดูมไม่มีโอกาสอยู่ร่วมกับประชาชนของเขานานเท่านี้มาก่อนโดยปกติเขาเพียงพบหน้ากันสั้นๆ แล้วกลับไปวางแผนชั่วร้ายไม่ก็พักผ่อนสำหรับเตรียมพร้อมในหลายๆ เรื่อง เห็นได้ชัดว่าหลายคนยังรู้สึกเกร็งและเกรงกลัวอำนาจของวิคเตอร์ นั่นนับเป็นเรื่องที่ดีเพราะคนเช่นดูมไม่คิดจะก้มหัวให้ใครอีก อำนาจของเขาไม่ได้มาจากการกดขี่แต่มาจากการสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับ ดูมเคยอยู่ในช่วงเวลาที่เลวร้ายและตกต่ำดังนั้นเขาจึงพยายามไม่ทำให้ประชาชนต้องตกอยู่สภานการณ์เช่นที่เขาเคยผ่านมา

 

เวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมงจนท้องฟ้าเริ่มไร้ซึ่งแสงแดด อากาศเย็นตัวขึ้นในทุกขณะ ผู้คนเริ่มนั่งพักและดื่มทานอาหารสำหรับมื้อเย็น นี่คงถึงเวลาที่พวกเขาต้องกลับเข้าปราสาทแล้วเช่นกัน ดูมคล้องแขนกอดอกระหว่างยืนเฝ้ามองโลกิ เทพแอสการ์ดยังคงรื่นเริงเธอนั่งเล่าเรื่องราวมากมายให้เหล่าผู้คนของเขาได้รับฟังขณะดื่มเครื่องดื่มแถมเย้าหยอกหว่านเสน่ห์ใครต่อใครไปทั่วเสียอีก

 

“Don’t be jealous, Victor. I always choose you.”

 

โลกิกล่าวหยอกเย้าพร้อมทั้งเขี่ยปลายนิ้วมือลงใต้ปลายคางซึ่งถูกปกป้องด้วยชุดเกราะโลหะของดูม เธอคลี่ยิ้มยั่วยวนก่อนลุกขึ้นเดินนำไปเป็นคนแรก การใช้เวลากับเรื่องพวกนี้ทำให้เธอสบายใจ รู้สึกสนุกและผ่อนคลายจนต้องการอยู่ที่นี่ไปตลอด เธออยากจะอยู่ตลอดไปแต่ก็ทราบแก่ใจว่าคงเป็นไปไม่ได้ จอมวายร้ายอย่างพวกเขาทั้งสองมาอยู่ด้วยกันนอกจากจะถูกจับตามองเป็นพิเศษแล้วคงได้มีแต่ใครใครแวะมาเยี่ยมเยียนไม่หยุดหย่อน คิดแล้วก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน

 

“If you choose Doom you will not go back.”

 

“Sorry..? What?”

 

“You are clever more than I think, woman. You know what I mention to.”

 

ประโยคของวิคเตอร์ทำให้เธอต้องแสดงสีหน้าประหลาดใจนั่นเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงมาก่อน มิดกาเดี้ยนผู้นี้คิดวางแผนอะไรอยู่เหตุใดจึงกล่าวบอกกับเธอเช่นนี้ สิ่งนี้หาใช่ความหวาดระแวงไม่ มันเป็นเพียงความคาดหวังภายในใจแต่กลับถูกคำมากมายพยายามบอกปฏิเสธและให้ล้มเลิก สิ่งที่ดูมตั้งใจจะสื่อถึงแท้จริงมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย

 

“Oh? Is it a joke? It’s so funny, Midgardian.”

 

“Doom never lies. I am not you, Loki.”

 

“Shame on me.”

 

โลกิขยับยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ แม้จะเป็นเรื่องแนวนี้แต่ดูมกลับไม่คิดเลิกจิกกัดแม้แต่น้อย คำที่บุรุษผู้นี้พยายามสื่อถึงแน่นอนว่าเธอเข้าใจแต่มันเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เธอรู้สึกถูกสั่นคลอนเพียงเพราะสิ่งที่เธอได้รับและโอบกอดด้วยคำพูดจากบุรุษผู้ซึ่งเป็นที่รักของชาวลัตวีเรีย

 

“Do not leave this place.”

 

“Victor”

 

“…”

 

ไร้ซึ่งคำกล่าวพูดของพวกเขาทั้งสอง มีเพียงความเงียบและดวงตาที่สบมองกันและกันเพียงเท่านั้นที่สื่อถึง โลกิอยากจะหลบสายตาให้รู้แล้วรู้รอด สิ่งที่เธอคิดว่าวิคเตอร์จะไม่มีวันนำกลับมาไตร่ตรองดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจผิด ชายผู้นี้เข้าใจแล้วถึงสิ่งที่เธอพยายามบอกเมื่อคืนวานนี้

 

 

I will not ask again, Iron man.”
 

 

I want to see you. It’s too long… Last time we met …. I always think about you.”
 

 

ร่างของโทนี่ สตาร์คลุกขึ้นคลานเข้าใกล้ ท่อนแขนทั้งสองเข้าโอบกอดร่างของจอมวายร้ายจากทางด้านหลัง ครู่หนึ่งที่วิคเตอร์กลับนึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ แต่เพียงสั้นๆ เขากลับสลัดความทรงจำเหล่านั้นทิ้งอย่างง่ายดาย วอน ดูมไม่อาจทราบได้เลยว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่แสดงให้เห็นนั้น เนื้อแท้ไม่ใช่โทนี่ สตาร์คอย่างที่เขาแอบคิดหวัง ผู้ที่กำลังปั่นหัวเขาอยู่นี้คือเทพแอสการ์ดนามว่า ‘โลกิ’ และเขาผู้นี้ก็ตั้งใจพูดบอกในสิ่งที่เก็บไว้มานาน ทุกคำโกหกมักจะแฝงด้วยความจริงเสมอ

 

Tell me the truth, Stark. Why are you here?”
 

 

โลกิในร่างของสตาร์คเผลอขยับยิ้ม รอยยิ้มจางๆ ที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกมากมาย เขากระชับกอดร่างนั้นไว้พร้อมกับเปล่งน้ำเสียงแผ่วเบาที่ข้างใบหูของวิคเตอร์ซึ่งไร้การปกปิดจากหน้ากาก
 

 

“I’ve missed you for so long. I need you.. You are the only one I want… I love you, Victor. I love you.”

 

 

Advertisements

[Marvel]Dark Reign: Frostiness

Standard

Title :  Frostiness
Pairing : 
Victor Von Doom and Tony Stark + Loki
Comics : Dark Reign: The Cabal (Marvel Studio)
Writer : Zol Redfox

Note : กิจกรรม Week 3 ของ 
“Walkin’ in a Winter Wonderland”

 

‘ลัตวีเรีย’ ประเทศเล็กๆ แห่งหนึ่งในแถบยุโรป ผู้คนมากมายไม่เคยได้รู้จักประเทศเล็กๆ แห่งนี้ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจชายผู้เป็นผู้ปกครองประเทศ ‘วิคเตอร์ วอน ดูม’ หรือที่รู้จักกันในนามของ ‘ด็อกเตอร์ดูม’ จอมวายร้ายชื่อดังที่มักจะพัวพันกับเรื่องใหญ่โตหลายๆ เรื่อง

 

ก่อนที่ดูมจะได้ปกครองประเทศเกิดของตัวเองเขาต้องพยายามทำหลายสิ่งเพื่อพิสูจน์ให้เหล่าประชาชนได้รับรู้ว่าคนเช่นเขาสามารถ ‘รัก’ ได้ เขามี ‘ความรัก’ ไม่ได้แตกต่างจากใคร รักผู้เป็นมารดาและบิดา รักประเทศบ้านเกิด รักหญิงสาวคนหนึ่งเสมือนผู้ชายทั่วไป รักที่ไม่สามารถเปิดเผยให้เหล่าวายร้ายหรือฮีโร่คนใดได้เห็น ดูมเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าความอ่อนแอ

 

พื้นหลังของวิคเตอร์มีน้อยคนนักจะล่วงรู้ว่าเคยเป็นยิปซีเร่ร่อนมาก่อนแต่ด้วยยุคสมัยและความทะเยอทะยานในแบบของวิคเตอร์ ดูมทำให้เขาเติบโตและกลับมาในฐานะ ‘ด็อกเตอร์’ ไม่ใช่เพียงในนามแต่ในฐานะชายผู้ซึ่งประสบความสำเร็จจากต่างประเทศ

 

เรื่องราวในอดีตมากมายถูกฝังกลบและไม่มีใครได้ล่วงรู้ ในตอนนี้เรื่องราวถูกเขียนขึ้นใหม่โดยมีด็อกเตอร์ดูมผู้ปกครองลัตวีเรียเป็นวายร้าย

 

ฤดูหนาวในเดือนพฤศจิกายน ลัตวีเรียไม่ได้หนาวเหน็บเช่นช่วงสิ้นปีหรือต้นปีแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ผู้คนกลับเริ่มสวมใส่ชุดที่หนามากขึ้นกว่าช่วงฤดูใบไม้ร่วง วิคเตอร์ วอน ดูมซึ่งอยู่บนระเบียงหน้าประตูบานโตทอดสายตาลงมองเบื้องล่าง ประชาชนของเขา บ้านของเขา ประเทศของเขา ลัตวีเรียมีเรื่องราวผ่านเข้ามามากมายและส่วนมากก็มักเป็นเรื่องราวที่ทำให้ประชาชนของเขานั้นล้มตาย

 

“Uncle Doom, you look sad.”

 

เสียงเล็กๆ ที่เจือด้วยความเศร้าถูกเปล่งขึ้นที่เบื้องหลังของบุรุษเจ้าของชุดคลุมสีเขียวใต้เกราะโลหะ ร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงในชุดเสื้อฮู้ดสีฟ้าก้าวเดินเข้ามาใกล้ทีละน้อย เธอสอดมือเล็กๆ ไปหาพื้นผิวโลหะที่ปกคลุมฝ่ามือหนาของดูมไว้ ภายใต้หน้ากากนั้นดวงตาสีอ่อนสบมองเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความแข็งกร้าวมากกว่าอ่อนโยน

 

“You need to rest.”

 

“Why are you here, young lady?”

 

“I can’t sleep. I wonder about you. Since ‘he’ has gone you..”

 

“Valeria”

 

ดูมกล่าวขัดด้วยน้ำเสียงที่ก้องกังวานและเปี่ยมด้วยพลังแม้ท่าทางและน้ำเสียงนั้นจะทำให้ใครต่อใครรู้สึกกดดันแต่สำหรับ ‘วัลเลเรีย ริชาร์ดส์’ วัยสามขวบผู้เป็นลูกสาวของรี้ด ริชาร์ดส์และซูซาน สตอร์ม เธอกลับไร้ซึ่งความกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าดูม เธอรู้ว่าดูมจะไม่มีวันทำร้ายเธอ

 

“You can tell me everything, uncle Victor. I am an only one  who always stand beside you. So… please tell me.”

 

“I know you are worry about me, Valeria. But Doom has one thing to do. It’s not for me it’s for them.”

 

ดูมกระชับมือเล็กนั้นไว้ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมาอยู่ในอ้อมกอด ที่เบื้องล่างนั้นเหล่าผู้คนของลัตวีเรียต่างกำลังตกแต่งประดับประดาด้วยสิ่งของมากมายเพื่อเตรียมสำหรับงานเทศกาล

 

“Our people need us. In the future you will know.”

 

“I don’t want to be a Queen of Latveria The throne belong to Kristoff, your son.”

 

“Clever girl.”

 

“I know.”

 

วัลเลเรียหัวเราะเล็กน้อย อย่างไรแล้วผู้ที่จะดูแลประเทศนี้ต่อจากดูมก็คือลูกชายบุญธรรมของเขาไม่ใช่เธอซึ่งเปรียบเสมือนหลานสาว

 

ก่อนหน้านี้สิ่งที่วัลเลเรียพยายามจะถามไถ่ผู้เป็นพ่อทูนหัวอย่างดูมคือเรื่องของ ‘โทนี่ สตาร์ค’ หรือที่ผู้คนต่างรู้จักกันในนามของ ‘Iron man’ โทนี่ สตาร์คและด็อกเตอร์ดูมมีความสัมพันธ์กันมาเนิ่นนาน พวกเขาทั้งสองต่างยกย่องกันและกันเพียงเงียบๆ อีกฝ่ายเป็นบุรุษที่ชาญฉลาดเทียบเท่ากับตน พวกเขาไม่เคยปริปากพูดออกไป

 

เหตุการณ์หลายเหตุการณ์ทำให้พวกเขาทั้งสองมาบรรจบพบกันเสียทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เรื่องข้ามเวลาหรือแม้แต่เรื่องขโมยของ ทุกครั้งที่อเวนเจอร์สบุกมาที่ลัตวีเรีย โทนี่ สตาร์คจะเป็นผู้ที่เข้าหาดูมไม่ใช่ใครอื่น พวกเขามักพบกันในฐานะฮีโร่และวายร้ายแต่กลับมีหลายครั้งที่วิคเตอร์ วอน ดูมเสนอตัวช่วยเหลือสตาร์คโดยไม่เอ่ยกล่าว เขาปรากฏตัวขึ้น ณ สถานที่นั้นและหายไปราวกับไม่เคยอยู่ที่นั่น สตาร์คไม่อาจพูดกล่าวขอบคุณได้ทันท่วงที การหายตัวไปของดูมชักจูงให้ไอออนแมนต้องเดินทางมายังลัตวีเรียเสียทุกครั้งและแน่นอนว่าพวกเขาต่างใช้เวลาร่วมกันแม้เพียงสั้นๆ ดูมรู้แก่ใจว่าอีกฝ่ายมีใคร ความรู้สึกของพวกเขาทั้งสองไม่ได้หนักแน่นพอที่จะช่วงชิง ดูมไม่คิดช่วงชิง.. สถานะของพวกเขาจึงเป็นได้เพียงเท่านี้

 

 

“He won’t come back.”

 

วัลเลเรียหันใบหน้าไปหาชายชราที่เดินจูงมือเธอมาส่งเข้านอนหลังจากที่ดูมต้องผละไปจัดการเรื่องบางเรื่อง แท้จริงแล้ววอน ดูมต้องการอยู่เพียงลำพังในตอนนี้

 

“Mr.Stark will not come back.”

 

“Why?”

 

“Master Doom said ‘He is an Avengers.'”

 

‘โบริส’ ชายชราผู้เปรียบเสมือนพ่อบ้านของดูมกล่าวอธิบายให้เด็กหญิงวัยสามขวบได้รับฟัง ที่เขาจะสื่อถึงคือสตาร์คนั้นเป็นฮีโร่แต่วิคเตอร์เป็นได้เพียงวายร้ายไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด

 

 

“Uncle Doom is not an evil! He is a man. Just a man with kindly heart and …”

 

“Pride and wrath. He can’t removes it from his heart.”

 

“They do not know the real uncle Victor! Uncle Boris we could do something for him.”

 

“We can’t do anything, Valeria. Please go to sleep and forget this.”

 

วัลเลเรียมุ่ยหน้า เธอรู้สึกไม่พอใจเรื่องที่ไม่สามารถจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ แม้จะชาญฉลาดเกินวัยและมากความสามารถแต่เรื่องความรักและเรื่องที่ผู้คนต่างเข้าใจมันคงไม่สามารถแก้ไขได้หากว่าดูมไม่คิดจัดการด้วยตัวเอง

 

ฤดูหนาวเดือนธันวาคมอากาศหนาวเย็นมากกว่าเคย ผืนหญ้าถูกปกคลุมด้วยสีขาวของหิมะกองโต สิ่งที่ช่วยขจัดความเหงาและความหนาวเหน็บเหล่านี้ได้คงจะมีเพียงงานรื่นเริงจากเทศกาลประจำปี วันหยุดที่เหล่าผู้คนได้สังสรรค์ใช่ว่าดูมเอาแต่ยืนมองจากที่ห่างไกล เขาเองก็ลงไปพบปะผู้คนรวมทั้งมอบสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่ประชาชนของเขาด้วย

 

ชุดคลุมสีเขียวที่เคยพาดบังแผ่นหลังในตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นผ้าคลุมตัวหนาห่อด้วยขนสัตว์ แม้จะอยู่ภายใต้ชุดเกราะแต่ก็ใช่ว่าเขาจะรู้สึกอุ่นได้หากปราศจากไอร้อน

 

ในปราสาทของเขาดูมอยู่เพียงลำพัง วัลเลเรียเดินทางกลับไปแล้วเมื่อสองวันก่อนเพื่อฉลองกับครอบครัวแม้ว่าเธอจะคะยั้นคะยอให้ดูมกลับไปนิวยอร์กด้วยกันแต่เขายังหนักแน่นในการปฏิเสธ

 

“Father”

 

คริสตอฟผู้เป็นลูกชายกล่าวเรียกผู้เป็นบิดาด้วยความสุภาพ เขาแต่งด้วยชุดเต็มยศพร้อมเดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง นัยน์ตาสีอ่อนของดูมสำรวจมองลูกชายบุญธรรมเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย

 

“You look good today, Kristoff.”

 

“I appreciate that, father.”

 

พวกเขาทั้งสองไม่ได้กล่าวพูดสิ่งใดมากนัก สำหรับคริสตอฟแล้วแม้ตนจะเป็นหนุ่มและมีวุฒิภาวะมากกว่าวัลเลเรียแต่การอยู่ต่อหน้าของดูมผู้เป็นบิดาเขากลับเกร็งมากกว่าเวลาที่วัลเลเรียอยู่กับดูม

 

“If you…”

 

“Wish you have a good trip, son.”

 

วิคเตอร์ไม่ได้กล่าวคำใดอีก ไม่แม้แต่สนใจผู้เป็นลูกชาย นั่นอาจเป็นการวางตัวอย่างหนึ่งของด็อกเตอร์ดูมหรือบางทีเขาอาจพยายามปกปิดสิ่งที่เริ่มแสดงออกให้คนรอบตัวได้รับรู้ ไม่เพียงวัลเลเรีย โบริสและคริสตอฟที่จับความรู้สึกเขาได้ ดูมไม่อยากให้ใครล่วงรู้ความอ่อนแอที่อยู่ภายใต้หน้ากากโลหะนี้

 

ความหนาวเย็น ความหนาวเหน็บ บรรยากาศในฤดูหนาวคงทำให้อารมณ์คล้อยตามไปโดยง่าย เขาเลิกคิดถึงเรื่องเหล่านั้น สิ่งที่ต้องทำยังมีอีกมาก นอกจากประชาชนแล้วดูมยังมีเรื่องใหญ่ที่ต้องทำอยู่อีก

 

คืนก่อนวันงานเทศกาลด็อกเตอร์ดูมได้ตระเตรียมสิ่งของสำหรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยตนก็สมควรทำอะไรที่ยิ่งใหญ่สมกับที่มักแสดงออก ชุดสีเขียวถูกถอดแขวนไว้ที่ราวเสื้อข้างโต๊ะกระจก ชุดเกราะโลหะถูกถอดออกทีละส่วนเพื่อเตรียมส่งตัวเองเข้านอน เรือนผมสีน้ำตาลเข้มค่อนไปทางดำถูกสางด้วยเรียวนิ้วเพื่อจัดให้เข้าทรง หน้ากากที่เคยบดบังใบหน้าถูกวางลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง เขาพร้อมที่จะทิ้งตัวลงนอนแล้วแต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจทำให้ตนกระทำดังที่หวังได้คือเสียงปริศนาซึ่งดังขึ้นมาทักทายจากทางด้านหลัง ดูมไม่ได้หันใบหน้าซึ่งไร้การปกปิดไปหา

 

“Hello~ Victor. I know you really really~ miss me.”

 

“…”

 

“Come on, man! Turn your face to me. I want to see your face.”

 

“Why are you here, Stark?”

 

แม้เสียงอันแสนคุ้นเคยจะเป็นของโทนี่ สตาร์คแต่เขากลับไม่ปักใจเชื่อ การที่อีกฝ่ายสามารถเข้ามายังห้องนอนของดูมได้โดยที่ดูมไม่ทันรู้ตัวมีอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

 

สตาร์คกระโจนลงนอนบนเตียง จ้องมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของวิคเตอร์ วอน ดูมซึ่งไม่มีทีท่าจะหันใบหน้ากลับมาหาหรือทิ้งตัวลงนอนเลยแม้แต่น้อย

 

“Blah blah blah~ Stop asking me like that. I am here because I want to.”

 

“Doom commands you to answer.”

 

“You really love to talk like this, Doom.”

 

ความเฉยชาถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวของเขาเอง การปรากฏตัวของโทนี่ สตาร์คในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ ดูมจะไม่ถามถึงอเวนเจอร์สหรือใครอื่นอย่างไรแล้วช่วงเวลาหนึ่งก็ทำให้เขาคล้อยตามไปได้โดยง่าย การพบสตาร์คในตอนนี้ไม่ได้ทำให้หัวใจที่แสนอ้างว้างนั้นอุ่นใจขึ้นเลยมันกลับสร้างความเฉยชามากกว่าเคย

 

“I will not ask again, Iron man.”

 

“I want to see you. It’s too long… Last time we met …. I always think about you.”

 

ร่างของโทนี่ สตาร์คลุกขึ้นคลานเข้าใกล้ ท่อนแขนทั้งสองเข้าโอบกอดร่างของจอมวายร้ายจากทางด้านหลัง ครู่หนึ่งที่วิคเตอร์กลับนึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ แต่เพียงสั้นๆ เขากลับสลัดความทรงจำเหล่านั้นทิ้งอย่างง่ายดาย

 

“Tell me the truth, Stark. Why are you here?”

 

“……”

 

เจ้าของชื่อขยับใบหน้าเข้าใกล้ กระชับอ้อมกอดแล้วกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหู เอ่ยสิ่งที่ดูมไม่มีวันจะได้ยินออกมาให้รับฟัง วินาทีนั้นเขามั่นใจได้ในทันทีว่าชายผู้นี้ไม่ใช่โทนี่ สตาร์ค
“…”

 

“Stop teasing me, Loki. I know it’s you.”

 

“Surprise!!”

 

สิ้นสุดคำพูดร่างที่เคยมีรูปลักษณ์ของโทนี่ สตาร์คกลับเปลี่ยนไปแทบจะในทันที ร่างของสตรีในชุดสีเขียวเข้มดูวาบหวิวปรากฏขึ้นโดยที่ยังสวมกอดด็อกเตอร์ดูมไว้เช่นตอนแรก เธอมอบจุมพิตลงที่ข้างแก้ม มือเรียวสัมผัสลูบไปกับปลายคางของบุรุษในอ้อมกอด

 

“Do you miss me, Victor?”

 

“Never.”

 

“Ehe.. Don’t be shy, daring. I know you miss me more than Tony Stark.”

 

ดูมจับท่อนแขนของเธอไว้ตั้งใจจะดึงออก การปั่นหัวของเทพแอสการ์ดไม่ได้ทำให้รู้สึกตลกหรือชอบใจเลยแม้แต่น้อย คงเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของโทนี่ สตาร์คด้วยกระมัง ต่างจากโลกิในร่างของสตรี เธอดูจะชอบใจกับการปรากฏตัวในร่างนี้มากกว่าบุรุษเพราะทุกครั้งที่มาหาดูมเธอมักจะมาในรูปลักษณ์นี้เสมอ

 

“What do you want?”

 

“Mmmhm.. I want to rest. You always say [Latveria is your place. You can stay here, Loki.] So.. I will.”

 

“Because you run away from Asgard or you want to hide?”

 

“Shhhh… Don’t say like that.”

 

วิคเตอร์พ่นลมหายใจออกมายาวๆ ไม่ได้แสดงความเหนื่อยหน่ายแต่อย่างใด เขาทราบดีว่าการปรากฏตัวของผู้ที่ไม่เคยคาดคิดมีได้อยู่เสมอ ใช่ว่าเขารู้สึกรำคาญกับการปรากฏตัวของโลกิ ดูมรู้สึกยินดีเสียด้วยซ้ำไปที่ได้พบเพื่อนเก่า

 

“I miss you, Victor. The Cabal makes me bored. I don’t want to meet Osborn. I was there because you are. But now you are here.”

 

“The Asgardian like you say [I miss you]. What do you think how I feel?”

 

“I think you want me~”

 

โลกิยิ้มกว้าง เธอขยับตัวมานั่งทับอยู่บนตักพร้อมทั้งยกมือทั้งสองข้างสัมผัสอังเข้าที่ใบหน้าซึ่งไร้การปกปิดของวิคเตอร์ รอยยิ้มของเธอยังแสดงเด่นให้เห็นชัด เธอกวาดมองไปทั่วใบหน้าของดูม

 

“Handsome man.”

 

“….”

 

เทพีแห่งแอสการ์ดมอบจุมพิตลงที่ปลายจมูก เธอดันร่างของวิคเตอร์ลงนอนกับเตียง ดูมไม่อยากคิดเลยว่าการอยู่กับโลกิจะทำให้รู้สึกสงบใจขึ้นได้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองไม่ได้ดูดีเฉกเช่นคนอื่น พวกเขาต่างเข้าหากันเพื่อสิ่งที่ต้องการหรืออาจเรียกว่าหวังประโยชน์ร่วมกัน

 

“I will take care of you, Victor. Relax~”

 

วิคเตอร์ขยับยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก หลังจากที่ไม่ได้เผยรอยยิ้มมานานไม่นึกเลยว่าจะมาหยุดอยู่ที่การเย้าหยอกของโลกิ

 

คืนก่อนงานเทศกาลประจำปี วิคเตอร์ วอน ดูมไม่นึกเลยว่าตนจะสามารถข้ามผ่านความอ้างว้างและหนาวเหน็บนี้ได้เพียงเพราะแอสกาเดี้ยนเพื่อนเก่าอย่าง ‘God of Mischief’