[Marvel]Ms.Marvel: Surfboard 

Standard
Title :  Surfboard
Pairing :  Kamala Khan l Ms.Marvel/ Carol Danvers l Captain Marvel + Dr.Walter Lawson l Captain Marvel
Comics : Ms.Marvel (Marvel Studio)
Writer : Zol Redfox
Note : กิจกรรม Week 6 ของ 
“I relate to that”

 

 

‘ฉันฝันมาตลอดว่าสักวันฉันจะได้พบกับฮีโร่ในดวงใจ ใครๆ ก็ต้องอยากเจอฮีโร่ของตัวเองถูกไหมล่ะ?!’

 

‘ฉันฝันมาตลอดเลย’

 

 

 

 

“คามาล่า!! ตื่นได้แล้ว ลูกมีนัดนะ คามาล่า ข่าน อย่าให้แม่เรียกซ้ำนะ!”

 

“ตื่นแล้วค่ะ!!”

 

เด็กสาววัยรุ่นกระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง ส่งเสียงตอบรับผู้เป็นมารดาแล้วรีบจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว แขนของเธอยืดไปคว้าจับสิ่งของขณะวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัว ถูกต้องแล้ว.. แขนของเธอยืดได้ราวกับเป็นยางยืด หากใครไม่ทันสังเกตคงนึกว่าเธอคือ Mr.Fantastic จาก Fantastic Four แต่สำหรับคามาล่า ข่านแล้วเธอเป็นเด็กไฮสคูลลูกครึ่งอเมริกันปากีสถานธรรมดาๆ เท่านั้นเอง

 

….. ธรรมดา…..??

 

ทิ้งเรื่องความธรรมดาของเด็กสาวคนนี้ไปสักครู่ เราจะมาพูดถึงความไม่ธรรมดาของเธอกันต่อ คามาล่า ข่านคือเด็กสาวผู้โชคดีคนหนึ่งที่ได้ลุกขึ้นมาเป็นฮีโร่หลังจากที่เธอตามข่าวฮีโร่ในดวงใจอยู่นาน เธอไม่ใช่ใครที่ไหนเธอคือ ‘Ms.Marvel’ แถมชื่อตำแหน่งนี้ก็เคยเป็นของฮีโร่ในดวงใจของเธออีกด้วย

 

‘แครอล เดนเวอร์ส’ หรือที่เคยรู้จักกันในนามของ ‘Ms.Marvel’ ในตอนนี้ได้กลายเป็น ‘Captain Marvel’ เรียบร้อยแล้ว การได้ทำงานร่วมกับเธอหรือการได้เจอหน้าเธอคือความฝันของเด็กสาววัยรุ่นอย่างคามาล่า เธอรักแครอลและเธอก็รักมากกว่าใครๆ

 

 

 

 

“เราไม่ได้สายใช่ไหมนะ?”

 

คามาล่าถามกับตัวเอง ทั้งที่ก่อนออกจากบ้านเด็กสาวแต่งตัวด้วยชุดเสื้อผ้าธรรมดาแต่ตอนนี้เธอกลับสวมด้วยชุดสูทประจำตัวของ Ms.Marvel และกำลังนั่งจุมปุ๊กรอใครบางคนอยู่บนดาดฟ้าตึก

 

“วันนี้มาเร็วกว่าปกตินะมิสมาร์เวล”

 

เสียงของผู้มาเยือนกล่าวขึ้นที่เบื้องหลังของเด็กสาวเหนือขึ้นไปเล็กน้อย คามาล่าหันขวับกลับไปหาแทบจะในทันที เสียงที่แสนคุ้นเคยแต่ไม่ว่าเมื่อใดเธอกลับไม่คุ้นชินเสียที คนคนนี้คือคนสำคัญของเธอ

 

“แครอล!!”

 

คามาล่ากระโจนเข้ากอดร่างหญิงสาวอายุมากกว่าในชุดสูท Captain Marvel เธอผู้นี้เอง แครอล เดนเวอร์ส เธอผู้เป็นฮีโร่ของคามาล่า บุคคลที่คามาล่าต้องการจะเป็น เธอรักแครอลมากกว่าใคร (หากตัดปีเตอร์ พาร์คเกอร์ออกไปแล้ว)

 

กัปตันมาร์เวลลูบแผ่นหลังของเด็กสาว กระชับกอดเธอแนบกายก่อนผละออก สายตาของเธอสำรวจชุดและรูปร่างของคามาล่าอีกครั้ง เธอขยับยิ้มเล็กๆ แต่กลับถอนใจออกมาแผ่วเบาเมื่อคิดถึงบางเรื่อง ไม่ว่าเมื่อใดแครอลก็ไม่สามารถทำใจเรื่องชื่อเดิมของเธอได้ ‘Ms.Marvel’ ไม่ว่าเมื่อใดเธอก็ไม่คุ้นชิน และไม่ว่าเมื่อใดเธอก็ไม่คุ้นกับการเป็น Captain Marvel ตำแหน่งที่คนสำคัญที่สุดของเธอเคยเป็น ‘ด็อกเตอร์ วอลเตอร์ ลอว์สัน’

 

“พร้อมจะไปกันหรือยัง?”

 

“แน่นอนค่ะ! พร้อมจนไม่รู้จะพร้อมยังไงแล้ว วู้ว!!”

 

แครอลยกมุมปากขึ้นยิ้มอีกครั้ง วันนี้พวกเธอสองคนนัดกันไปเที่ยว นี่เป็นเรื่องแปลกสำหรับคนอย่างแครอลเพราะเธอไม่ชอบการพักผ่อนแต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือเหตุผลใดเธอกลับรับปากคามาล่าว่าจะไปเที่ยวด้วยกันกับเธอ นัยน์ตาคู่สวยยังคงจ้องมองเด็กสาวสมญานาม Ms.Marvel กระเป๋าเป้ใบใหญ่ทำให้เธอคาดเดาว่าคามาล่าต้องเตรียมของไปเยอะมากแน่ๆ

 

ฮีโร่ในคราบบุคคลธรรมดาๆ ทั้งสองเลือกการเดินทางแบบปกติ จะให้บินไปกลับสำหรับกัปตันมาร์เวลนั้นง่ายแสนง่ายแต่กับมิสมาร์เวลอย่างคามาล่าคงจะลำบากสักหน่อย ถือว่าพวกเธอจะได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นก็ไม่เสียหายอะไร

 

ระหว่างการเดินทางแครอลและคามาล่าได้สนทนากันหลากหลายหัวข้อ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเดินทางแต่เป็นเรื่องของงานและหลายๆ สิ่งที่เคยผ่านมาในชีวิตของคนทั้งสอง เรื่องของมิสมาร์เวลอย่างที่แครอลเคยเป็นและเรื่องของมิสมาร์เวลในสายตาของคามาล่า ข่าน

 

… แครอลเอ็นดูคามาล่า …

 

… คามาล่ารักแครอล …

 

เธออาจรักแครอลมากจนเกินไป

 

 

 

“ทะเล!!! วู้ว!!”

 

เด็กสาวส่งเสียงร้องพร้อมกับชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ การมาเที่ยวครั้งนี้จะต้องเป็นอะไรที่สนุกมากแน่ๆ เธอคิดในใจแล้วเริ่มกระโดดไปมาแถมประโยคคำพูดมากมายก็พรั่งพรูออกมาไม่จบเสียด้วย เราจะไปเล่นน้ำกันเลยไหม? เราจะไปไหนก่อน? ที่พักเราอยู่ตรงไหน? เราควรทำอะไรก่อนดี!? คามาล่า ข่านคนเก่งของเรากระตือรือร้นเหมือนลูกลิง แครอลส่งเสียงหัวเราะเบาๆ

 

“ฉันตั้งใจจะพาเธอไปเล่นกระดานโต้คลื่น สนใจไหมสาวน้อย?”

 

คามาล่าตาลุกวาว แครอลเห็นได้อย่างชัดเจนว่าดวงตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับสงสัยจะอยากเล่นเสียเต็มที่ หลังจากตกลงกันเรียบร้อยสองสาวจึงนำกระเป๋าขึ้นเก็บบนห้องพัก พวกเธอสวมด้วยชุดสูทดำน้ำสีดำสนิทแถบสีน้ำเงินเข้ม กระดานโต้คลื่นถูกยกขึ้นหนีบข้างลำตัวพาเดินมายังริมทะเล ในตอนนี้กัปตันมาร์เวลและมิสมาร์เวลพร้อมจะลงทะเลกันแล้ว

 

“ครั้งแรกเลยใช่ไหม?”

 

“ครั้งแรกเลยที่ได้มาเล่นโต้คลื่นแถมมากับคุณด้วย”

 

เด็กสาวยิ้มแก้มแทบปริ ไม่ว่าอย่างไรแครอล เดนเวอร์สก็เป็นที่หนึ่งของเธอเสมอ

 

“ฉันยังจำครั้งแรกที่เล่นกระดานโต้คลื่นได้ คนสำคัญของฉันเป็นคนสอนเหมือนที่ฉันกำลังจะสอนเธอ”

 

คามาล่าทราบอยู่ลึกๆ ว่าเธอหมายถึงใครแต่คามาล่าเลือกที่จะไม่พูดถาม ถึงเด็กสาวจะดูกระตือรือร้นและยังอ่อนวัยไปบ้างแต่เธอเข้าใจและรู้ว่าเวลาใดควรพูดเวลาใดไม่ควรพูด เธอยิ้มกว้างพร้อมกับส่งเสียงตอบรับเพื่อให้แครอลทราบว่าเธอพร้อมแล้ว

 

“ถ้าพร้อมแล้วเราก็ไปกันเถอะสาวน้อย”

 

 

 

หลายปีก่อนหน้านี้
 

 

“คุณไม่เคยเล่นกระดานโต้คลื่นสักครั้งเลยเหรอแครอล?”
 

 

ชายหนุ่มกล่าวถามหญิงสาวคนสนิทที่เดินอยู่ข้างกาย เสียงคลื่นทะเลที่ซัดเข้าชายฝั่ง แรงลมที่พัดปลิวไสว กลิ่นน้ำทะเลและแสงแดดสร้างบรรยากาศให้แก่พวกเขาทั้งสองได้มากทีเดียว แครอล เดนเวอร์ที่มีผมสีบลอนด์ทองยาวจนถึงแผ่นหลังหันไปยิ้มให้กับชายคนนั้น เธอคิดอยู่ในใจว่านัยน์ตาสีฟ้านั่นช่างดึงดูดเหลือเกิน
 

 

“ไม่เลย ฉันไม่ได้มีโอกาสออกมาบ่อยๆ”
 

 

“ให้ผมสอนคุณดีไหม?”
 

 

“ตอนนี้เลยเหรอด็อกเตอร์ลอว์สัน?”
 

 

“ใช่ ผมหมายถึงตอนนี้เลย”
 

 

ด็อกเตอร์วอลเตอร์ ลอว์สันหรือที่รู้จักกันในชื่อของ Captain Marvel ส่งรอยยิ้มให้กับเธอ สำหรับแครอลแล้ววอลเตอร์เตอร์คือคนสำคัญ คือคนที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่ต้นและพวกเขาทั้งสองก็ได้ใช้เวลาร่วมกันมาเนิ่นนานไม่ว่าจะในฐานะเพื่อนมนุษย์หรือในฐานะของ Captain Marvel และ Ms.Marvel เขาเป็นคนเดียวที่แครอลไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับใครได้ วอลเตอร์เป็นคนเดียวที่เธอรัก
 

 

“ถ้าพร้อมแล้วเราก็ไปกันเถอะสาวน้อย”

 

 

Generations-Captain-Marvel-Capt-Mar-vell-1-The-Bravest-Marvel-Comics-Legacy-spoilers-13

 

Advertisements

[Marvel]Ghost Rider: Curfew

Standard
Title :  Curfew
Pairing :  The story between Ghost Rider and Jack O’Lantern (Lucifer)
Comics : Ghost Rider (Marvel Studio)
Writer : Zol Redfox
Note : กิจกรรม Week 5 ของ 
 “I see dead people”

 

3012434-sovgrzsvsluciferjackolantern1122.jpg

 

 

ตอนเด็กๆ ผมเคยถูกพ่อแม่บอกว่าถ้าเป็นเด็กดื้อปีศาจจะมาหา ถ้าหากเกเรปีศาจจะมาหลอก ด้วยวัยกำลังซนผมกับเพื่อนที่กำลังถึงวัยอวดเก่งจึงพากันออกไปทำอะไรที่เรียกว่า ‘เจ๋ง’  ตอนกลางดึก …วันนั้นเป็นวันที่ผมจะไม่ลืมเลย…

 

Single Lane Bridge

 

“Man, are you sure your dad won’t–?”

 

“Stop worryin’ about it, okay? He’s not waking up before his alarm clock goes off at six.”

 

“Yeah! But what are we doing?”

 

“We are put after ‘curfew’. We are brekin’ the law!!”

 

คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่พวกเราหนีออกจากบ้าน พวกผมตั้งใจหนีเที่ยวทั้งที่อายุไม่ถึงสิบขวบเสียด้วยซ้ำ ผมชื่อว่ามาร์คัสส่วนเพื่อนของผมชื่อดอนนี่ พวกเราเดินไปตามทางถนนมืดๆ ไร้จุดหมายเพียงคิดว่าหนีออกจากบ้านมาได้นั่นก็เรียกว่าเจ๋งแล้วสำหรับเด็กวัยเพียงเท่านั้น ผมรู้สึกเหมือนตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่ ทำเรื่องแหกกฎเอาไว้อวดคนอื่นว่าผมเก่งแค่ไหนมันจะต้องเท่มากๆ ต่างจากดอนนี่ เขาค่อนข้างหวาดระแวง ผมไม่โทษเขาเลยที่จะคิดแบบนั้นเพราะนั่นเป็นครั้งแรกที่พวกเราหนีออกจากบ้าน ผมไม่รู้หรอกว่าหนีออกมาแล้วจะไปทำอะไร กว่าจะรู้ตัวก็เดินห่างจากบ้านมาไกลจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำเสียแล้ว

 

แสงไฟสลัวที่แสดงเด่นอยู่ไกลสายตาภายใต้ความมืดทำให้พวกเรามองเห็นอย่างชัดเจน ดอนนี่แทบกระโจนหลบหลังพุ่มไม้เมื่อรู้ว่ากำลังจะมีรถมุ่งหน้ามาทางนี้ เขากลัวถูกจับและถูกทำโทษแต่ผมซึ่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นฉลาดและเก่งกว่าดอนนี่กลับพูดขึ้นว่า

 

“It’s not a cop car, man. It’s not a car! There’s only one headlight, okay? Just a motorcycle.”

 

“Oh.. okay.”

 

ดอนนี่แสดงท่าทางโล่งใจเมื่อเขาได้ฟังผมพูดอธิบาย ถูกต้องแล้ว.. นั่นไม่ใช่รถยนต์ ไม่ใช่รถตำรวจ ไม่ใช่แม้แต่รถมอเตอร์ไซค์ด้วยซ้ำ ผมคิดผิด… คุณอาจนึกไม่ถึงว่าเด็กชายสองคนที่พยายามหนีเที่ยวกลางคืนครั้งแรกและครั้งสุดท้ายกำลังอ้อนวอนให้พวกเขาเจอรถตำรวจดีกว่าสิ่งที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้า วินาทีนั้นผมไม่ทันได้คิดเสียด้วยซ้ำว่าสิ่งนั้นคืออะไร กว่าจะตั้งสติได้ผมก็ออกวิ่งโดยมีดอนนี่ตามมาไม่ห่าง แสงไฟที่เราเห็นเป็นไฟที่ออกมาจากหัวฟักทองขนาดใหญ่ …พวกเราถูกฟักทองเรืองแสงวันฮาโลวีนไล่หลัง! คุณอาจคิดว่ามันตลก แต่สำหรับผมแล้วผมรู้ทันทีว่าสิ่งที่พ่อกับแม่บอกเป็นเรื่องจริง ผมดื้อและเกเรปีศาจถึงตามตัวผม

 

หัวฟักทองนั่นไล่ตามเรามาติดๆ มันทำท่าเหมือนจะเขมือบเราเข้าไปให้ได้ ใบหน้าแสนน่ากลัวที่แสดงออกมาอย่างสยดสยองผมไม่มีวันลืมมันได้เลย พวกเราวิ่งมาถึงกลางสะพานผมตัดสินใจตะโกนบอกดอนนี่ ‘We gotta jump, Donnie!!!’ ร่างของผมกระโจนออกจากสะพานแทบจะทันทีที่ให้สัญญาณดอนนี่ว่า ‘Jump!!!’ ผมหล่นลงไปใต้น้ำ แสงสว่างวาบสีส้มเหนือผิวน้ำนั้นผมเห็นมันอย่างชัดเจน ใจของผมแม้จะรู้สึกกลัวแต่ก็ต้องพยายามเอาตัวรอด มันเป็นสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด

 

ไม่กี่วินาทีหลังจากที่แสงสีส้มนั่นหายไปผมถึงพาตัวเองลอยกลับขึ้นมาเหนือผิวน้ำอีกครั้ง เจ้าแจ็ค โอแลนเทิร์นนั่นหายไปแล้ว

 

“Donnie!! Where are you!!?”

 

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากดอนนี่ โชคยังดีที่ผมมองเห็นฟองอากาศและแขนที่ชูขึ้นมาเหนือน้ำ ผมรีบคว้าเขาไว้แล้วพากลับขึ้นฝั่งในทันที ถึงจะยากลำบากแต่ผมก็พาทั้งตัวเองและดอนนี่กลับขึ้นมาได้สำเร็จ วินาทีนั้นผมเชื่อสนิทใจว่าพวกเรารอดแล้ว แต่นั่นเป็นอีกครั้งที่ผมคิดผิด มือเล็กๆ ของผมสังเกตเห็นบางอย่างบนฝ่ามือรอยเลือดที่ไม่ใช่ของผม ผมแน่ใจว่าเป็นของดอนนี่  เขาบาดเจ็บ?!

 

“You are bleeding man. Are you—”

 

เสียงของผมเหมือนถูกกลืนหายไปเมื่อสายตาหันไปพบกับดอนนี่ ผมไม่สามารถพูดคำใดออกมาได้อีก ผมอยากร้องตะโกน อยากกรีดร้อง อยากร้องไห้ สติของผมแตกกระเจิงและตกอยู่ในสภาวะช็อค จะกรีดร้องตะโกนหรือร้องไห้ผมยังทำไม่ได้เลย ผมเหมือนกับหยุดหายใจไปแล้ว ใช่..ผมเหมือนกับหยุดหายใจแต่ดอนนี่… ดอนนี่เขาไม่อาจจะหายใจได้อีกแล้ว ผมช่วยเขาไม่ได้ไม่ใช่เพราะผมทำซีพีอาร์ไม่เป็นแต่ศีรษะของดอนนี่… ศีรษะของดอนนี่หายไป… ตรงพื้นหญ้านั้นมีเพียงรอยเลือดสาดกระจายกับร่างของอดีตเพื่อนชายของผม ผมตัวสั่นไม่หยุดไม่รู้ว่าเป็นเพราะความหนาวหรือเพราะความกลัว

 

ผมพยายามตั้งสติแต่มันทำได้ยากเมื่อเห็นร่างไร้ศีรษะของเพื่อนชาย กองเลือดที่กระจายอยู่บนพื้นทำให้ผมอยากถอยหนีและร้องไห้ ผมกรีดร้องอยู่ในใจภาวนาให้มันเป็นเพียงความฝันที่ผมจะตื่นขึ้นในตอนเช้า ผมภาวนาให้มันเป็นเพียงฝันร้าย… ในตอนเช้าผมจะพบกับดอนนี่ เขาจะยิ้มให้ผมและผมจะบอกกับเขาว่าเราจะเป็นเด็กดีและเชื่อฟังคำพูดของพ่อแม่ ผมอ้อนวอนอยู่ในใจแต่เหมือนไม่ใช่เพียงผมคนเดียวที่รับรู้ถึงความคิดเหล่านั้น

 

“I can live your life, Marcus.”

 

เสียงที่ทำเอาผมเสียวสันหลังวาบดังขึ้น ผมหันขวับกลับไปในทันที ‘แจ็ค โอแลนเทิร์น’ ที่ตอนนี้ลอยอยู่ตรงหน้าของผม มันกำลังพูด… ก่อนหน้านี้มันมีเพียงหัวฟักทองกับรอยยิ้มน่าสยดสยองแต่ตอนนี้ร่างของมันไม่ได้แตกต่างจากมนุษย์เลยแม้แต่น้อย ร่างของมันยืนอยู่บนสิ่งที่ช่วยให้มันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระราวกับบินได้ แม้บนใบหน้าจะปรากฏรอยยิ้มแต่ผมเห็นชัดว่ามันฉีกยิ้มมากกว่าเคย

 

“But it will cost by your soul.”

 

“………”

 

“Deal?”

 

ผมตัดสินใจยื่นมือออกไปหาเจ้าแจ็ค โอแลนเทิร์น ผมไม่อยากตาย ไม่อยากให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นแต่ผมทำอะไรไม่ได้ผมเป็นแค่เด็กอวดเก่งคนหนึ่งเท่านั้นเอง หากว่าการทำสัญญากับความกลัวจะช่วยให้ผมรอดชีวิตผมก็จะทำ ผมไม่คิดลังเลในตอนนั้น มือของผมยื่นไปหาแจ็คโอแลนเทิร์นแต่แล้วเสียงบางอย่างกลับดังขึ้น ร่างของแจ็ค โอแลนเทิร์นถูกโอบล้อมด้วยสายโซ่โลหะอันใหญ่ มันพูดกับผม

 

“We will talk again, kid. SOON!”

 

ไม่ทันสิ้นสุดประโยคศีรษะของมันกลับหลุดออกจากร่าง แรงกระชากที่ลำตัวพามันลอยไปไกลโดยที่หัวยังอยู่ตรงหน้าของผม ผมอ้าปากค้างมองสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงมอเตอร์ไซค์กระหึ่มดังมาจากอีกทาง ร่างของผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนนั้น เขาใช้สายโซ่รัดร่างของแจ็ค โอแลนเทิร์นและลากมันไถลไปกับพื้นถนนแสนขรุขระ

 

“I’m busy. Get me back there now.”

 

นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ผมได้ยินจากแจ็ค โอแลนเทิร์น ผมไม่รู้ว่าในตอนนั้นกำลังคิดอะไรแทนที่จะวิ่งกลับบ้านผมดันวิ่งตามหลังมอเตอร์ไซค์คันนั้น กว่าผมจะตามมาทันร่างของแจ็ค โอแลนเทิร์นก็ลงไปนอนอยู่บนพื้น ผมเดาว่ามันถูกรถบรรทุกที่จอดอยู่ตรงนั้นชน ตอนนั้นผมรู้สึกมีความหวังอย่างน่าประหลาด ชายที่เข้ามาช่วยผม..ชายคนนั้นบางทีเขาอาจไม่ได้มาช่วยผม เขาอาจกำลังทำหน้าที่บางอย่าง

 

ทั้งที่ผมควรจะกลัวแต่ผมกลับไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด มันอาจจะเป็นความตื่นเต้น.. มันอาจจะเป็นอะไรสักอย่าง ผมอาจบ้าไปแล้วเพราะชายคนนั้นตามจริงดูน่ากลัวไม่ต่างกัน เขาเป็น ‘ปีศาจ’ ที่อยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ ชุดหนังห่อคลุมร่างที่ไร้ซึ่งผิวกาย เขามีเพียงโครงกระดูก หัวกะโหลกของเขามีเปลวเพลิงลุกโชดช่วงจนผมรู้สึกได้ว่ามันร้อนมากกว่าที่เห็น นั่นใช่เพลิงจากนรกหรือเปล่า นี่…ผมตายแล้วหรือเปล่า?

 

“Devil you should go back to hell!”

 

“Hmm? What did you say?”

 

เจ้าโอแลนเทิร์นลุกขึ้นมาอีกครั้ง หัวฟักทองของมันแตกกระจายจากแรงกระแทกแต่ไม่นานก็กลับคืนสู่สภาพเดิม ชายในชุดเสื้อหนังคนนั้นดึงสายโซ่กลับเข้ามาเขาพูดอะไรบางอย่างผมได้ยินไม่ชัดเลยสักนิดเดียว ผมแอบอยู่แถวนั้นมองการต่อสู้ของปีศาจทั้งสองตัว คุณคงคาดไม่ถึงว่าการต่อสู้นั่นเหมือนกับหนังแอ็คชั่นหรือการ์ตูนเพียงแต่นี่เป็นโลกจริง ผมอยู่ท่ามกลางสิ่งเหนือธรรมชาติและผมจะไม่มีวันลืมมันเลย

 

“Nice… try … Devil.”

 

หัวกะโหลกเพลิงส่งเสียงออกมาคำต่อคำเมื่อแจ็ค โอแลนเทิร์นยิงลำแสงกระแทกอย่างแรง ผมเห็นอย่างชัดเจนว่าหัวกะโหลกนั่นแตกกระจายเป็นชิ้นๆ แต่หัวกะโหลกของเขากลับสามารถคืนสู่สภาพเดิมราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เขาเดินก้าวเข้าใกล้พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่น่าขนหัวลุกไม่ต่างจากเจ้าฟักทองนั่น

 

“But you’re only delaying the—”

 

“Inevitable? Yeah.. duh. Do you wanna know why?”

 

ผมเผลอกลั้นหายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า การปะทะกันของปีศาจทั้งสองเริ่มแผ่ขยายไปในวงกว้าง เสียงที่พวกเขาคุยกันผมได้ยินไม่ค่อยถนัด จับใจความได้แค่ว่าแจ็ค โอแลนเทิร์นต้องการสูบวิญญาณของทุกคนในเมือง Sleepy Hollow  ผมไม่อาจรออยู่ตรงนั้นได้อีก ร่างผอมๆ ของผมกระเด้งลุกขึ้นจากที่หลบซ่อนพร้อมก้าวเท้าออกวิ่งเพื่อกลับไปหาพ่อกับแม่เล่าเรื่องดอนนี่และสิ่งที่เกิดขึ้น ใครจะไปคิดว่าการตัดสินใจที่จะทำอะไรเจ๋งๆ เพียงครั้งเดียวจะเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นได้ ผมไม่รู้เรื่องราวหลังจากนั้นอีกนอกจากคำพูดปากต่อปากที่ว่ามีผีดิบผุดขึ้นมาจากสุสานมุ่งหน้าไปยังบ้านของนายอำเภอ เขาสู้สุดใจโดยมีปีศาจหัวกะโหลกนั่นคอยช่วยเหลือ

 

ผมคะยั้นคะยอให้นายอำเภอโอคอนเนอร์เล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมดแต่เขาไม่เคยคิดเล่าเรื่องราวเหล่านั้นเลยหลังจากที่ทั้งหมดจบลง ความช่วยเหลือจากปีศาจกะโหลกไฟที่นายอำเภอเรียกว่า ‘Ghost Rider’

 

 

EPSON scanner image