[Star Wars]Last chance

Standard
Title: Last chance
Pairing: Captain Han Solo and Luke Skywalker
Star Wars: Episode V + Episode VIII
Note: Time travel

 

SPOILER ALERT

 

 

‘Where’s Han?’

 

นั่นคือประโยคที่ลุคกล่าวถามเพื่อนชนเผ่าวู้คกี้ซึ่งปรากฏตัวขึ้นหลังจากพังบานประตูบ้านพักเข้ามา สีหน้าแรกของ ‘ลุค สกายวอร์คเกอร์’ มาสเตอร์เจไดแสดงความประหลาดใจเมื่อได้พบเพื่อนเก่า ชายสูงวัยเช่นเขาหายตัวไปเนิ่นนานหลายปี ตัดขาดจากสงคราม ปิดกั้นจากทุกสิ่ง ปฏิเสธทุกคนรวมทั้งเลอาผู้เป็นน้องสาว เขาผิดหวังในตัวเอง ความรู้สึกเหล่านั้นยังคงวนเวียนอยู่ภายในใจแม้ลึกๆ แล้วลุคยังคงรู้สึกคิดถึงเพื่อนเก่าและช่วงเวลาเก่าๆ การได้พบชิวเบคก้าทำให้อดจะนึกถึงเพื่อนชายคนสนิทอย่าง ‘ฮาน โซโล’ เสียไม่ได้เพราะฮานและชิววี่ตัวติดกันอย่างกับถูกมัดไว้

 

ลุคไม่อาจปฏิเสธได้ว่าภายใต้ความประหลาดใจกลับมีความดีใจซ่อนอยู่ แต่แล้วความรู้สึกเหล่านั้นกลับพังทลายลงแทบจะในทันที

 

“ท่านต้องรีบไป เรื่องอื่นจะเล่าให้ฟังบนยานฟัลคอน”

 

“ฟัลคอน?”

 

‘มิลเลนเนียม ฟัลคอน’ ยานสุดรักสุดหวงของกัปตันโซโล ในตอนนี้กลับกลายเป็นของเด็กสาวนามว่า ‘เรย์’ แล้วหรอกหรือ? คำพูดของเธอทำให้ดวงตาของมาสเตอร์เจไดเบิกกว้าง นัยน์ตาสีฟ้าสวยนั้นสั่นไหวแต่ใบหน้ากลับแสดงออกถึงความฉงนสงสัย หัวคิ้วมุ่นเข้าหากันจนขมวดเป็นปม สาเหตุใดเด็กสาวคนนี้ถึงมากับฟัลคอน? หากมากับฟัลคอนแล้วนอกจากชิวเบคก้าก็ต้องมีฮาน ..

 

“แล้วฮานล่ะ?”

 

สีหน้าของเรย์และท่าทางของชิวเบคก้าทำให้หัวใจของลุคเหมือนถูกบีบรัด เขาทราบคำตอบดีแล้ว.. คำตอบที่ทำให้เขาต้องการนั่งอยู่ตรงนั้นไปตลอดทั้งวัน .. รู้สึกผิดที่ตนหนีจากผู้คนอันเป็นที่รัก รู้สึกผิดที่ทิ้งฮานและเลอาไว้ตรงนั้นทั้งที่ไม่สมควรทำ ความผิดหวัง ลุคผิดหวังในตัวเองและเขาก็แบกรับสิ่งเหล่านั้นมาเนิ่นนาน

 

ความจริงเรื่องที่ฮาน โซโลไม่อยู่แล้วทำให้ลุคสกายวอร์คเกอร์หวั่นวิตก เขาคิดอะไรมากมายทั้งเรื่องของฮานและเรื่องของเลอาหลังจากที่ฮานไม่อยู่แล้ว หากว่าเขายังอยู่ที่นั่นมันจะเกิดเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นหรือเปล่า.. หากเขาอยู่ที่นั่นฮานจะยังอยู่แล้วพูดกับเขาว่า ‘Be careful, kid’ หรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ไม่สามารถแก้ไขสิ่งใดได้อีกแล้ว

 

ลุคยังจดจำได้ดี น้ำเสียง คำพูด ท่าทางของฮาน สีหน้าของชายที่ตนเคยไม่ถูกชะตาด้วยตั้งแต่วันแรกที่พบหน้า ฮานเป็นสมักเกลอร์ ยียวนเต๊ะท่าแถมโก่งราคาค่าเดินทางจนเขาอยากให้ ‘เบน เคโนบี’ เลิกคุยด้วย แต่สุดท้ายก็จมหัวชนท้ายกันจนได้ หากวันนั้นพวกเขาไม่พบกันคงไม่ได้อยู่ด้วยกันจนตอนนี้

 

มันไม่ใช่เพียงจังหวะเวลาแต่มันคือพรหมลิขิตที่ทำให้บุคคลทั้งสองมาพบเจอกัน หากลุคไม่ได้เข้ามายังคันติน่าคงไม่ได้พบฮาน หากว่าลุงของเขาไม่ได้ซื้อ R2-D2 และ C-3PO มาเขาคงไม่ได้พบฮาน หากว่าเบน เคโนบีไม่ได้อยู่ที่นั่น ลุคจะไม่มีวันได้พบฮาน โซโล.. เช่นเดียวกันกับสมักเกลอร์หนุ่มคนนั้น หากว่าฮานไม่ถูกจับเรื่องขนของเถื่อนคงไม่ได้พบลุค หากว่าแจ๊บบ้าไม่ได้เป็นเจ้าหนี้ของฮานก็คงไม่ได้พบลุค หากฮานและชิวเบคก้าไม่ได้มายังแทนทูอินก็คงไม่ได้พบลุค สกายวอร์คเกอร์ แม้พวกเขาสองคนจะเริ่มต้นกันได้ไม่ดีแต่สุดท้ายกลับสนิทกันจนไม่สามารถขาดจากกันได้

 

‘ฉันขอโทษ ฮาน’

 

คืนนั้นลุคเดินจากบ้านพักตรงไปยังสถานที่จอดยานมิลเลนเนียม ฟัลคอน ภายในยานลำเก่าที่แสนคุ้นเคย ความรู้สึกเก่าๆ หวนคืน ถาโถมราวกับลมพายุ รุนแรงไม่ต่างจากเกลียวคลื่น การที่เขาปิดกั้นตนเองออกจากภายนอกและสมดุลของพลังทำให้ไม่อาจรับรู้เรื่องราวเหล่านี้

 

ลุครู้สึกผิด ในใจของเขาปวดร้าวคล้ายกับหัวใจจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ไม่ใช่เพียงเพราะเรื่องที่ทำให้ฮานและเลอาผิดหวัง แต่การที่เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยเหลือฮานนั่นคือเรื่องที่ทำให้ลุครู้สึกผิด รู้สึกผิดจนพูดกับตนเองอยู่หลายครั้งว่า ‘ฉันขอโทษ ฮาน’

 

ภายในห้องนักบินแผงควบคุมยานและที่นั่งนักบินหันเหความสนใจของลุคไปครู่หนึ่ง เก้าอี้ที่กัปตันโซโลเคยนั่งพร้อมกับส่งเสียงโวยวายต่างๆ นานา ไม่อยากนึกเลยว่าในตอนนี้เขากลับคิดถึงมันมากกว่าครั้งไหนๆ โหยหามันมากกว่าครั้งอดีตและหวังว่าจะได้ยินอีกสักครั้ง…เครื่องรางนำโชคของฮาน ลูกเต๋าสองลูกที่แขวนอยู่เหนือศีรษะยังคงทอประกายและโดดเด่นทุกครั้งที่จ้องมอง ลุคจดจำได้ดีว่าทำไมมันจึงเป็นเครื่องรางนำโชค ฮานบอกกับเขาว่าเจ้าของชิ้นนี้ทำให้ได้ยานมิลเลนเนียม ฟัลคอนมา สมบัติชิ้นสุดท้ายก่อนหมดตัวจากการเล่นไพ่ซาแบ็ค

 

‘นายมักจะเชื่อดวงกับโชคอยู่เสมอ ฉันเชื่อแล้วว่านายเป็นนักพนันตัวยง’

 

ลุคพ่นลมหายใจหนัก ฝ่ามือกำเครื่องรางของฮานไว้แน่น เขาปล่อยตัวลงบนที่นั่งประจำของฮาน โซโล สัมผัสมืออีกข้างไปกับคอนโซลตรงหน้าแล้วเอนตัวพิงกับเบาะก่อนจะหลับตาลง ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของลุค สกายวอร์คเกอร์ไม่ว่าจะฮานหรือเลอา เขาอยากจะมีช่วงเวลาแบบนั้นอีกสักครั้ง.. เป็นเด็กหนุ่มชาวนาที่ออกผจญภัยไปกับพวกเขาเหล่านั้น เสี่ยงอันตราย ทำภารกิจเจไดและรักษาสมดุลแห่งพลัง

 

ฮานเคยพูดอยู่บ่อยครั้งในสมัยนั้น ‘ตัวนายเองยังดูแลตัวเองไม่ได้เลย’ ท่าทางของฮานไม่ใช่การต่อว่าแต่เป็นความห่วงใย คงเพราะเห็นลุคดูเป็นเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ถึงชอบถูกบ่นใส่แบบนั้นแต่เขาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเด็กหนุ่มเช่นลุค สกายวอร์คเกอร์เติบโตมาเป็นแบบใด

 

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเหมือนฮานจะห่วงเขาเกินหน้าเกินตาไปเสียหน่อย ห่วงใยโดยไม่ยอมพูดออกมาว่าห่วงใย ทุกช่วงเวลาทุกคำพูดที่ฮานบอกกับเขา ลุคจดจำมันได้ทั้งหมดแม้แต่ครั้งที่ต้องออกไปเสี่ยงตายบนยาน X-wing สายตาของฮานที่จ้องมองมายังเขา มีเพียงสีหน้าที่บ่งบอกถึงความห่วงใย ฮานไม่ยอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจ ลุคถึงได้แต่ยิ้มตอบรับไปเพียงเท่านั้น วินาทีที่เขาตัดสินใจเดินออกจากจุดเดิมราวกับมีบางสิ่งทำให้ฮาน โซโลยอมเอ่ยปากพูดแม้จะเป็นเพียงคำสั้นๆ ‘Be careful, kid.’

 

‘นายมักจะเป็นแบบนั้นเสมอ..และฉันก็รักนายที่เป็นแบบนั้น’

 

รอยยิ้มของลุคในช่วงเวลาหลายปีหลังจากตกอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัว ความทุกข์ระทม.. ช่วงเวลาสั้นๆ ที่หวนนึกถึงภาพในอดีต ภาพเก่าๆ ที่สดใหม่ทุกครั้งเมื่อความรู้สึกถูกส่งไปถึง ลุคได้ยินเสียงของฮานและเลอา ทั้งสองคนมักจะทะเลาะกันบ่อยครั้ง บางครั้งกลับทำให้หน่ายใจแต่บางครั้งกลับรู้สึกตลกคนทั้งสอง ลุคส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าที่ปรากฏทำให้มาสเตอร์เจไดต้องประหลาดใจ ฮานกับเลอาอยู่ตรงนั้น กำลังถกเถียงกันเหมือนเคย ชิวเบคก้านั่งอยู่ใกล้ๆ บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น ยานมิลเลนเนียม ฟัลคอนกลับกลายเป็นห้องพักไปได้อย่างไร?

 

ลุคหันไปหาชิววี่พร้อมกับทำหน้าสงสัย เขาก้มลงมองมือของตนเอง ความรู้สึกที่เหมือนจริงนี่คืออะไร? มือทั้งสองข้างที่ยังไม่ถูกเวเดอร์ฟันขาดสะบั้น ลุคคว้าหากระจกหรือถาดที่สามารถสะท้อนเงาของตัวเองได้ ใบหน้าอ่อนวัยที่มีบาดแผล นี่เหมือนครั้งที่เขาเกือบตายอยู่บนดาว Hoth ห้องพยาบาลที่เขาพักไข้หลังจากเกือบแข็งตายหากฮานไม่ออกไปช่วย

 

สกายวอร์คเกอร์หนุ่มพยายามตั้งสมาธิ มันอาจเป็นภาพความทรงจำ เขาอาจติดอยู่ในภาพเหล่านี้ มันคงเป็นภาพฝันที่ตัวเขาต้องการ.. แต่ทำไมถึงเป็นที่นี่

 

ลุคไม่สามารถหาคำตอบหรือคำอธิบายใดได้ ในเมื่อตอนนี้เขาจดจ่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามากกว่าสิ่งอื่น หากมีโอกาสอีกครั้งเขาจะทำอะไรและจะให้มันเป็นไปอย่างไร? สกายวอร์คเกอร์ที่กำลังเหม่อลอยไม่ทันได้ระวังตัวแม้แต่น้อย เขาดันถูกเลอาจู่โจมเข้าให้แล้ว ริมฝีปากของเจ้าหญิงผู้เป็นน้องสาวของเขาเอง อยากจะโพล่งออกไปเสียจริงเชียวว่าฉันเป็นพี่เธอนะเลอา..

 

เลอาทำไปก็เพียงประชดฮานเท่านั้น แน่นอนว่าฮานคงจะรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก หลังจากที่เลอาออกไปแล้วกัปตันโซโลถึงย่อตัวลงมาหาเขาพร้อมกับพูดขึ้นว่า

 

“นายติดฉันสองครั้งแล้วนะลุค”

 

เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบกลับหรือแสดงสีหน้าใด เขาจ้องมองใบหน้าที่อยู่ใกล้ ไม่แน่ใจนักว่าที่ฮานพูดคือเรื่องไหนบ้างเพราะในตอนนี้ความรู้สึกเก่าๆ ถาโถมเข้าหาจนไม่อาจอดกลั้นได้อีก ความรู้สึกที่เขาต้องการฮานจนเผลอคว้าชายตรงหน้าเข้ามาสวมกอดแน่นแนบกาย ลุคไม่ยอมปล่อยให้ฮานออกจากอ้อมกอดแม้ว่าชิววี่จะส่งเสียงร้องถามออกมา ฮานเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรถึงจะแสดงสีหน้างงๆ อยู่ก็เถอะ

 

“เฮ้.. เป็นอะไรไป?”

 

ฮานยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังเด็กหนุ่ม สถานการณ์นี้กำลังทำให้สมักเกลอร์สับสนจนหันไปหาเพื่อนซี้ชาววู้คกี้เพื่อหาคำตอบแต่กลับได้มาเพียงการยักไหล่และส่ายหัว

 

“ฉันดีใจที่นายอยู่ตรงนี้ ดีใจที่ฉันมีนายอยู่ด้วย…”

 

เขาคิดว่าลุคคงกำลังหมายถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้า เรื่องที่เขาออกไปตามหาและช่วยลุคเอาไว้ ฮานโบกปัดมือเป็นการบอกให้ชิวเบคก้าออกไปข้างนอกก่อน ที่ไล่ไปนั้นอาจเพราะไม่อยากให้เห็นว่าตัวเขากอดตอบเด็กหนุ่มคนนี้แน่นแค่ไหน ให้ตายเถอะสกายวอร์คเกอร์ ถ้าหากไม่มีเขาแล้วจะอยู่ได้อย่างไร

 

“ใครจะดูแลนายถ้าไม่ใช่ฉัน”

 

“คงไม่มีใครดูแลฉันได้ดีเท่านายแล้วฮาน”

 

ในตอนแรกฮานตั้งใจจะพูดเรื่องที่เขาช่วยชีวิตของอีกคนแต่พอถูกลุคแสดงออกเช่นนี้เขาเองก็ทำตัวไม่ค่อยถูกอยู่เหมือนกัน เขาเอ็นดูลุคและเขาทราบดีว่าลุคชอบเลอา มันอาจเป็นเหตุผลที่ในบางครั้งฮานจึงยอมถอยห่างออกมาอยู่ในที่ของตัวเอง เขารักหนุ่มสาวทั้งสองคน..

 

“ขอบคุณที่ช่วยฉันทุกครั้ง.. ขอบคุณที่ไว้ใจฉัน ฮาน… แม้ว่าฉันจะทำให้นายผิดหวัง”

 

“นี่นายทำให้ฉันภูมิใจเรื่องไหนบ้างเนี่ย ไอ้หนู?”

 

นั่นคือประโยคปากเสียตามนิสัยของกัปตันโซโล ถึงเขาจะอยากทำให้บรรยากาศกลับไปเป็นแบบเดิมแต่มันคงเป็นไปไม่ได้เมื่อลุคดึงเขาเข้าหามากกว่าเดิม ท่อนแขนกระชับกอดแนบแน่นเป็นการบอกว่าลุคจะไม่ยอมปล่อยเขาออกไปโดยง่าย

 

“รู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ถนัดเรื่องปลอบ…”

 

ฮานยกมือขยี้เรือนผมของลุคก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบา

 

“ฉันอยู่ตรงนี้ ไม่ทิ้งนายไปไหนหรอกลุค.. จนกว่าฉันจะแน่ใจว่านายดูแลตัวเองได้แล้ว”

 

“ฉันคงทำใจไม่ได้..หากสักวันหนึ่งนายหายไป”

 

มาสเตอร์เจไดในร่างของเด็กหนุ่มกล่าวออกมาแผ่วเบา ประโยคนั้นบีบคั้นหัวใจเขามากเกินกว่าจะทนไหว นี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่เขาจะได้เจอกับฮาน โซโล มันคงเป็นโอกาสสุดท้ายหลังจากผ่านมาหลายปี แม้ว่านี่จะเป็นเพียงภาพในอดีตส่วนหนึ่งที่เขาจดจำได้แต่มันช่างเสมือนจริง

 

“ฮาน”

 

“…ฉันฟังอยู่..”

 

เพียงชั่วอึดใจที่ลุคตัดสินใจกล่าวความรู้สึกนั้นออกไป อย่างน้อยครั้งนี้มันก็ไม่สายเกินไปสำหรับเขา

 

“ฉันรักนาย”

 

“……”

 

“ฉันรักนาย ฮาน”

 

 

Advertisements

3 thoughts on “[Star Wars]Last chance

  1. ฮื้อออออ โอกาสสุดท้ายที่จะได้บอกรักฮาน ภาษาดีมากเลยค่ะ อ่านไปก็นำ้ตาปริ่ม อยากอ่านตอนตาอมากเลยว่าฮานจะตอบยังไง😭😭

    • ขอบคุณมากครับ 😊 เป็นพล็อตที่คิดออกตอนนั่งดู เจอฉากนั้นแล้วก็อยากจะวิ่งออกจากโรงไปเขียนทันทีเลย ฮาา

      • พล็อตดีมากเลยค่ะ จะคอยติดตามฟิคนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่าา😆

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s