[Marvel]Wolverine: Wild Animals

Standard

 

Title:  Wild Animals
Pairing:  Victor Creed l Sabretooth and Wolverine l James ‘Logan’ Howlett
Comics: Wolverine (Marvel Studio)
Writer: Zol Redfox

 

 

Note : กิจกรรม Week 12 ของ 
Wild Animals in this chapter is Sabretooth, Wolverine and Tiny Wolverine

 

 

 

เจมส์ ‘โลแกน’ ฮาวเล็ตต์ คิดเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งกับตนเองอยู่หลายครั้ง คิดมาเนิ่นนาน บางทีเขาอาจจะคิดถึงเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่สูญเสียความทรงจำครั้งแรก หรืออาจจะครั้งที่สอง? ที่แน่ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของเขาทั้งชีวิตได้เลย เขาไม่อยากเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ไม่เคยคิดอยากจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ เขาต้องการเป็นคนธรรมดา ผู้ชายแสนธรรมดาที่มีครอบครัวและมีลูกๆ ลูกที่เป็นที่รักของเขามากกว่าใครอื่น แต่ความพิเศษนั้นกลับถูกฝังหยั่งลึกไว้ในสายเลือด ในกรรมพันธุ์ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ‘วูล์ฟเวอรีน’ ไม่มีสิทธิ์ได้เลือกและเขาก็ต้องยอมรับกับความพิเศษนี้ ‘มนุษย์กลายพันธุ์’ ที่มีกรงเล็บและประสาทการรับรู้ดั่งสัตว์ป่า

 

หากมีโอกาสโลแกนก็อยากจะหายไปใช้ชีวิตแสนเรียบง่ายแต่ส่วนหนึ่งกลับพยายามต่อต้านเขาถูกปลูกฝังจากเพื่อนคนสำคัญ ‘ชาร์ลส์ เอ็กซ์ เซเวียร์’ ชายผู้ที่ทำให้โลแกนเป็นอย่างที่เป็นแม้ภายในใจจะบอกกับตนเองมานับครั้งไม่ถ้วน คนเช่นเจมส์ ฮาวเล็ตต์ไม่ต้องการเป็นฮีโร่ เขาต้องการพักจากการเป็นฮีโร่… พอแล้ว.. มันมากเกินพอแล้ว ไม่มีใครรู้ดีไปมากกว่าตัวของเขาเอง

 

‘Enough, old man. You can’t do this shit anymore. You can’t do it anymore…’

 

หยาดเลือดไหลหยดลงกระทบกับพื้นกรงเล็บแหลมที่เชือดเฉือนมานักต่อนักค่อยๆ เคลื่อนกลับคืนสู่ใต้ผิวหนัง กรงเล็บที่ถูกหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับอดาแมนเทียม โลหะที่แข็งแกร่งมากที่สุดชนิดหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดโลแกนได้มันมาเพราะการเข้าร่วม ‘Project X’ และเขาก็ไม่ได้ยินดีกับมันสักเท่าไหร่ เขาพอแล้ว.. ตลอดหลายสิบปีที่มีชีวิตมาเขาพอแล้ว การต่อสู้ที่ผ่านมาตลอดร้อยปี สงครามที่เคยฝ่าฟันมา..เหล่าผู้คนที่เขาต้องสู้ตลอดมา เขาพอแล้ว.. วูล์ฟเวอรีนพอกับเรื่องเหล่านี้แล้ว

 

 

หลายเดือนที่วูล์ฟเวอรีนหายเข้ากลีบเมฆ ไม่มีใครทราบว่าชีวิตของชายผู้นี้เป็นเช่นไร ผู้ที่สามารถบอกได้ดีที่สุดเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโลแกน หากให้กล่าวในตอนนี้เขาก็คงบอกออกมาว่า ‘สบายดี’   ชุดสูทวูล์ฟเวอรีนที่เคยสวมตลอดมาถูกเก็บไว้ภายในกล่องไม้ เก็บซ่อนไว้ราวกับว่าจะไม่มีผู้ใดได้สวมชุดนี้อีก ชีวิตของโลแกนเป็นไปอย่างที่เขาต้องการ ชีวิตเรียบง่ายอยู่กลางหุบเขา ท่ามกลางป่าไม้และสัตว์ป่า ‘ความสุข’ นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องการมาตลอดหลายปี หากไม่สามารถพบความสุขกับมนุษย์ได้อย่างน้อยก็ขอให้ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติก็เพียงพอ

 

ไม่นึกเลยว่าความสุขของเขานั้นจะสั้นนัก…

 

..Sniff… Sniff..

 

ความคุ้นเคย…ความโกลาหล.. จมูกที่ไวต่อกลิ่นดั่งสัตว์ป่าสูดดมกลิ่นที่ลอยมาตามสายลม ไม่ใช่เรื่องดี.. ไม่เคยเป็นเรื่องดีเลยเมื่อเขาต้องพบหน้าชายคนนี้ การพบกันของพวกเขาทั้งสองมันไม่เคยดีเลยแม้สักครั้งเดียวยกเว้นครั้งแรกสุดที่ผ่านมานานหลายสิบปี.. โลแกนขมวดคิ้วหลังจากวางข้าวของลงบนโต๊ะ เขาก้าวเท้าเดินไปหยุดอยู่ที่บานประตูบ้าน ไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้มาเยือนเคาะประตูเสียด้วยซ้ำ เพียงกลิ่นอันแสนคุ้นเคยนี้มาแตะจมูกก็ทราบในทันทีแล้วว่าคือใคร เขากระชากบานประตูเปิดออก

 

“Fuck off, Creed. I’m …..”

 

เสียงของวูล์ฟเวอรีนขาดตอนไปครู่หนึ่ง คิ้วที่ขมวดมุ่นนั้นเป็นปมมากกว่าเก่า สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ชายร่างยักษ์อย่างที่เขาคาดการณ์ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้าเป็นสัตว์หน้าขนตัวสีน้ำตาลเข้มแกมดำ อุ้งมือของมันแสดงเด่นอยู่ตรงหน้า ใบหน้าและคมเขี้ยว ให้ตายเถอะครีด..นี่นายเล่นอะไรของนาย? โลแกนไม่เคยเข้าใจการกระทำนี้เลย

 

“Do ya miss me, runt?”

 

นั่นคือประโยคคำพูดของ ‘เซเบอร์ทูธ’ คู่ปรับตลอดกาลของวูล์ฟเวอรีน ไม่นึกเลยว่าการมาหาครั้งนี้จะมีสัตว์หน้าขนในอุ้งมือติดมาด้วย

 

“What do you want from me, bub?”

 

น้ำเสียงประชดประชันยังคงแฝงอยู่ในประโยคคำพูด เขาแสดงสีหน้าไม่พอใจแหงนใบหน้ามองชายร่างสูงกว่า โลแกนไม่เคยแสดงสีหน้าพอใจเลยสักครั้งเมื่อต้องมาพบหน้าเซเบอร์ทูธ มือทั้งสองกระชับกำหมัดแน่น รู้สึกได้ถึงโลหะที่กำลังเคลื่อนอยู่ใต้ผิวหนัง เตรียมพร้อมเข้าปะทะกับชายตรงหน้าในทุกเมื่อ ‘วิคเตอร์ ครีด’ ไม่เคยปล่อยให้เขาได้พักหายใจ ทุกครั้งพวกเขาทั้งคู่มักจะปะทะกันและแทบทุกครั้งก็มักจะเป็นเหตุผลอันแสนไร้สาระของครีด …ครีดกระหายในตัวของวูล์ฟเวอรีน…

 

“You didn’t answer my question.”

 

“Grr.. NEVER.. I never miss you, Creed.”

 

โลแกนขมวดคิ้วแสดงสีหน้าไม่พอใจขณะที่ครีดหลุดส่งเสียงหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่ทำเอาโลแกนอยากจะเฉือนปากสักทียิ่งเห็นรอยยิ้มที่ฉีกกว้างโชว์คมเขี้ยวแหลมดั่งเสือตัวโตนั่นแล้วยิ่งอยากจะข่วนเข้าที่ใบหน้าจนเป็นรอยกรงเล็บของเขา เขาได้เพียงคิดเพราะเมื่อกรงเล็บแหลมนั่นเฉือนลงบนผิวเนื้ออีกคนไม่นานแผลที่เกิดขึ้นจะสมานกลับเข้าที่ดังเดิม..

 

ภายในอุ้งมือทั้งสองของครีดอุ้มสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเอาไว้ไม่ได้ปล่อยให้หลุดหนี แท้จริงแล้วจะจับด้วยมือเดียวโลแกนแน่ใจว่าครีดสามารถทำได้โดยง่าย การมาประคองสองมือคงทำให้เห็นเหมือนเป็นการถนอม สิ่งมีชีวิตที่ครีดมองว่าไม่แตกต่างจากวูล์ฟเวอรีนเลยสักนิด.. ความจริงแล้วมันไม่แตกต่างเลยคงถูกต้องกว่า

 

“Here..”

 

“What?!”

 

“My gift.”

 

“What are you doin’? Why you bring this ‘Wolverine’ to me?”

 

“’Cause he is tiny and I think ‘bout you when I saw this runt.”

 

โลแกนเงียบไปสักพักใหญ่ มองจ้องใบหน้าของเซเบอร์ทูธก่อนจะปิดประตูบ้านลงในทันที นี่ครีดเล่นบ้าอะไร จู่ๆ มาบอกว่าเห็นวูล์ฟเวอรีนตัวนั้นแล้วคิดถึงเขา แค่นึกก็ขนลุกขึ้นมาแล้ว นี่ไปโดนใครฉีดยาอะไรมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือแค่เป็นบ้าอยากขอคืนดี? ไม่ล่ะ.. เขาขอผ่าน

 

“Runt!!”

 

เซเบอร์ทูธเริ่มส่งเสียงโหวกเหวก เขาจงใจส่งเสียงดังๆ กวนประสาทเสียมากกว่า การก่อกวนโลแกนเป็นสิ่งที่เขารักเสมอมา นอกจากตามล่าวูล์ฟเวอรีนแล้วยอมรับเลยว่าเขารักการได้ปะทะกับวูล์ฟเวอรีนแม้หลายครั้งมันจะไม่มีเหตุผลก็ตาม

 

“Go away, Sabretooth!! Go back with ‘YOUR’ tiny Wolverine!!”

 

โลแกนส่งเสียงตะโกนกลับออกไป อยากจะกระโดดเสียบลำตัวอีกคนด้วยกรงเล็บอยู่หรอกแต่เขาขออยู่เงียบๆ ท่ามกลางธรรมชาตินี้ทีเถอะ ไม่ต้องการได้กลิ่นคาวเลือดหรือปะทะกับใคร อยู่เงียบๆ มาได้หลายเดือนไม่นึกเลยว่าครีดจะตามเขาจนเจอ…อีกครั้ง… เป็นแบบนี้ทุกครั้งไม่ว่าเขาจะไปซ่อนอยู่ที่ใดของมุมโลก

 

บานประตูถูกเปิดออกในที่สุดเรียกว่ากระเด็นจากที่เคยอยู่เข้ามาในตัวบ้านคงถูกกว่า โลแกนนึกไว้อยู่แล้วว่าอีกคนจะต้องพังเข้ามา ไม่เคยมีการทำอะไรนุ่มนวลต่อกันเลยสักครั้ง เขามองเจ้าวูล์ฟเวอรีนตัวเล็กกระโดดวิ่งเข้าไปในบ้านก่อนจะหันกลับไปหาเซเบอร์ทูธที่ตั้งท่าเตรียมเข้าปะทะเสียเต็มที่ ฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเขาได้กลิ่นอย่างชัดเจนและแน่นอนว่าฮอร์โมนนั้นก็ทำให้ร่างกายของเซเบอร์ทูธขยายใหญ่ขึ้น เข้าสู่โหมดออกล่าเต็มตัว

 

“You forgot again, runt”

 

เซเบอร์ทูธส่งเสียงคำรามในลำคอ เสียงคำรามที่ดูจะแสดงความปิติเป็นอย่างมากเมื่อเห็นกรงเล็บแหลมเคลื่อนผ่านออกจากผิวเนื้อนั้น

 

SNIKT!!

 

เสียงอันแสนคุ้นเคย…

 

“I remember everything you did to me.”

 

“Nah~ Logan. You forgot one thing.”

 

ครีดส่งเสียงคำรามดัง มือกางกรงเล็บทั้งสองข้างพร้อมวิ่งเข้าปะทะกับร่างเล็กของวูล์ฟเวอรีน เสียงของโลแกนที่พยายามออกแรงจัดการกับชายตรงหน้า เขาต้องใช้แรงและกำลังมหาศาลทุกครั้งที่ต้องเข้าปะทะกับเซเบอร์ทูธ กรงเล็บแหลมแทงเข้าไปในผิวเนื้อของวิคเตอร์ ครีดจังหวะนั้นเองที่อุ้งมือใหญ่คว้าจับกับลำคอของโลแกนกระแทกเข้ากับข้างกำแพงในทันที เลือดที่ไหลรินออกจากบาดแผลกลางลำตัวแม้จะทำให้เจ็บแสบแต่กลับหยุดความกระหายของสัตว์นักล่าอย่างเซเบอร์ทูธไม่ได้เลย

 

กรงเล็บแหลมของครีดกรีดลงบนลำคอของวูล์ฟเวอรีน เขาพยายามส่งเสียงและออกแรงขัดขืน แต่กลับดูไร้ค่าเมื่อพยายามสู้แรงเซเบอร์ทูธตรงๆ เขาไม่มีทางชนะสัตว์ป่าแสนกระหายตรงหน้านี้ได้เลย ครีดแสยะยิ้มกว้าง แสดงความพึงพอใจอย่างที่เขามักกระทำ รู้สึกดีเสียจนอยากจะขย้ำชายตรงหน้าเสียเดี๋ยวนั้น ลิ้นร้อนเลียชิมรสเลือดที่ไหลซึมออกมาจากบาดแผล ไม่ว่าอย่างไรรสชาติของวูล์ฟเวอรีนก็ยังคงอร่อยไม่ได้ต่างจากที่ผ่านมา

 

 

“You’re my Wolverine. Always and forever.”

 

“Hhh.. Fuck…”

 

 

Advertisements

[Marvel]Hawkeye: All my life

Standard
Title: All my life
Pairing: Bruce Banner l The Hulk and Clint Barton l Hawkeye
Comics: Civil War II (Marvel Studio)
Writer: Zol Redfox
Note: เรื่องราวช่วง CWII หลังจากที่ยูลิซิสเห็นนิมิตว่าบรูซ แบนเนอร์จะกลายเป็นฮัล์ค เหล่าฮีโร่เลยยกโขยงกันไปหา โดยมีโทนี่ สตาร์ค (Iron man) ไปเพื่อพิสูจน์ว่าบรูซสบายดีแต่แครอล เดนเวอร์ส (Captain Marvel) เชื่อนิมิตว่านิมิตจะเกิดขึ้นเลยต้องการจะจับกุม

 

 

 

บรูซ แบนเนอร์เคยบอกกับคลิ้นท์ บาร์ตันเรื่องที่เขาไม่ได้กลายเป็นเดอะฮัล์คมานานหลายเดือน นั่นเป็นสัญญาณที่ดี แบนเนอร์เหนื่อยมามากพอแล้ว เขาทำการทดลองกับตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก เขาไม่ต้องการทำร้ายใคร เขาไม่ต้องการฆ่าใคร เขาเลือกที่จะฝากภาระอันแสนหนักอึ้งให้กับคลิ้นท์ .. ภาระที่แม้แต่คลิ้นท์เองก็ต้องการปฏิเสธ เหตุผลของบรูซมันมีอะไรมากเกินกว่าที่เขาบอกกับคลิ้นท์ ตาเหยี่ยวผู้ที่ไม่เคยยิงพลาดแม้สักเป้าเดียว

 

“ฉันไม่ได้กลายเป็นฮัล์คมาเกือบปีแล้ว”

 

“โว้ว?! นั่นเยี่ยมไปเลย เป็นสัญญาณที่ดีมาก”

 

บาร์ตันแสดงสีหน้าประหลาดใจ รู้สึกดีใจกับอีกฝ่ายที่ในที่สุดการควบคุมพลังและอารมณ์ก็เหมือนจะเป็นผล เขาคิดว่าวันนี้อาจจะเป็นการถูกเรียกมาเพื่อเป็นการฉลอง แต่แล้วทำไมถึงมีเขาเพียงคนเดียว? บาร์เล็กๆ ที่แสนไม่สะดุดตาแถมสีหน้าของบรูซกลับแฝงไว้ด้วยความสิ้นหวัง มันเป็นความเหนื่อยอ่อนและคลิ้นท์ก็รู้ดีว่าชายตรงหน้าต้องการพักผ่อน

 

แบนเนอร์ล้วงหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋า ปล่อยลงบนโต๊ะที่มีขวดเบียร์ก่อนจะเลื่อนกล่องใบเล็กมาไว้ตรงหน้า เขาเปิดมันออก ของที่บรรจุภายในเป็นสิ่งที่แม้แต่บาร์ตันก็นึกไม่ออกว่าควรจะทำอย่างไรกับมัน วัสดุที่เป็นโลหะขนาดพอๆ กับหัวธนู

 

“นายอยากให้ฉันทำอะไรกับมัน?”

 

คลิ้นท์เลิกคิ้วแสดงความสงสัย เขาภาวนาในใจว่าขอให้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงแต่จากสีหน้าของด็อกเตอร์แบนเนอร์แล้ว.. คงไม่ใช่เรื่องดี

 

“ฉันอยากให้นายฆ่าฉัน”

 

“บรูซ… ฉันจะไม่ฆ่านาย”

 

ตาเหยี่ยวโพล่งขึ้นในทันที แต่บรูซกลับไม่ยอมฟังและยังกล่าวต่อไปราวกับว่าตนไม่ได้ยินสิ่งที่ชายตรงหน้าพยายามพูดบอก เขาต้องมั่นคงและไม่ยอมใจอ่อน เขารู้มาตลอดว่าบาร์ตันเป็นคนอย่างไร ชายผู้ที่น่านับถือ ชายผู้ที่เขาสามารถวางใจได้ นิสัยที่ทำให้บรูซมักจะยอมอ่อนข้ออยู่บ่อยครั้ง บาร์ตันเป็นที่รักของทุกคนรวมถึงตัวเขาด้วย

 

“ถ้าหากฉันกลายเป็นเดอะฮัล์คหรือกำลังจะกลายเป็นเขา แค่เสี้ยววินาทีนั้น.. ฉันอยากให้นายฆ่าฉัน”

 

“ฉันไม่มีวันฆ่านาย บรูซ”

 

“นายจำเป็นต้องทำ”

 

ด็อกเตอร์แบนเนอร์ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรือมุกตลก เขาเหนื่อยมามากพอแล้วและการมอบหน้าที่อันแสนหนักอึ้งนี้ไว้กับคนที่เขาวางใจ คนที่เขาเชื่อใจมากที่สุดอย่างบาร์ตันมันเป็นทางเลือกที่ทำให้บรูซรู้สึกสบายใจ อย่างน้อยชีวิตของเขาก็อยู่ในมือคนที่เขาต้องการฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้ให้.. คลิ้นท์ บาร์ตันไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลย

 

“ทำไมถึงเป็นฉัน…?”

 

ลมหายใจถูกพ่นออกมาแผ่วเบา สายตาของบรูซ แบนเนอร์หลุบต่ำลง เขาอธิบายเหตุผลมากมาย เหตุผลว่าทำไมถึงต้องเป็นคลิ้นท์ ทำไมถึงเป็นคนที่ใกล้ชิดกับเขาแทนที่จะเป็นคนอื่น .. เหตุผลจากวิสัยทัศน์และความเชื่อที่เขามีให้แก่ฮอคอาย ไม่ว่าใครคงไม่ต้องการรับภาระอันแสนหนักอึ้งนี้ไว้ เหตุผลเดียวที่เขามอบให้แก่คลิ้นท์กลับทำให้ตาเหยี่ยวยอมใจอ่อน

 

“ฉันบอกนายไปแล้วคลิ้นท์… ฉันเชื่อนายด้วยชีวิตของฉัน ชีวิตฉันขึ้นอยู่กับนาย… มันเป็นแบบนั้นมาตลอด เป็นแบบนั้นเสมอมาและฉันก็อยากให้นายเป็นคนตัดสินใจว่าเมื่อไหร่มันคือเวลาที่ฉันต้องไปจากนาย… ไปจากทุกคน”

 

“บางที… บรูซ.. บางทีที่นายทำมามันอาจได้ผล การทดลองของนาย มันต้องได้ผล”

 

เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์มุ่นคิ้วเข้าหากัน นัยน์ตาฉายแววผิดหวัง เขารู้สึกผิดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้าใส่เมื่อทราบว่าสักวันหนึ่งเขาจำเป็นต้องยิงลูกดอกใส่คนสำคัญของตัวเอง บรูซ แบนเนอร์

 

“คลิ้นท์ ฉันรู้ว่าฉันเห็นแก่ตัวที่เอาภาระนี้มาให้นาย แต่ถ้าหากชีวิตฉันกำลังจะจบลงฉันก็อยาก…ให้มันเป็นฝีมือนาย… ความรู้สึกสุดท้ายที่ฉันรู้คือมีนายอยู่ใกล้ๆ เสมอ”

 

บาร์ตันลดสายตาลงมองกับโต๊ะ เขาไร้ซึ่งคำพูดตอบใดๆ  รู้สึกพูดไม่ออกและไม่รู้ว่าควรจะกล่าวคำใดกลับไปกระทั่งมือข้างนั้นเลื่อนมาวางแนบลงกับแขนซึ่งวางค้ำกับโต๊ะ สัมผัสผิวกายของตาเหยี่ยวกระทั่งหยุดลงบนข้อมือ บรูซไม่ได้พูดคำใดต่อ พวกเขาใช้เวลาอยู่ตรงนั้นภายใต้ความเงียบ ปล่อยให้บรรยากาศและสายตาบอกความรู้สึกของกันและกัน คลิ้นท์ยกมือขึ้นวางลงบนหลังมือของนักวิทยาศาสตร์ตรงหน้า เขาสบตามองก่อนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

“ฉันจะทำเพื่อนาย และฉันก็ขอให้มันไม่มีวันเกิดขึ้น..”

 

 

 

… หลายเดือนต่อมา

 

“พวกนายมาที่บ้านฉันแล้วกล่าวหาว่าฉันจะทำในสิ่งที่มันยังไม่เกิดขึ้น?!”

 

“บรูซใจเย็นๆ ก่อน”

 

โทนี่ สตาร์คพยายามพูดปลอบชายในชุดเสื้อกาวน์ ชายผู้ที่ทำการทดลองกับตัวเองตลอดมาเพื่อไม่ให้ตนกลายเป็นเดอะฮัล์ค เขายอมรับว่าไม่พอใจกับการกระทำเหล่านี้ เหล่าเพื่อนพ้อง.. การยกเหล่าฮีโร่ทั้งอเวนเจอร์ส เอ็กซ์เม็น อินฮิวเมนและชิลด์มายังที่พักอันแสนห่างไกลจากตัวเมืองของเขา เพื่อขอคำพิสูจน์ว่าตนจะไม่กลายเป็นฮัล์คอีก ความกดดันและหัวข้อถกเถียง บรูซรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง คำพูดที่ไม่มีมูลเหตุ.. ภาพนิมิตที่ยังไม่เกิดขึ้นแต่แครอล เดนเวอร์สกลับเชื่อว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น สิ่งที่แฮงค์ แม็คคอยทำ.. การแฮ็คข้อมูลงานวิจัยของเขา สิ่งที่มาเรีย ฮิลล์ขอให้ทำ การจับกุมตัวเขา.. ส่วนโทนี่… เขาคงไม่ใจเย็นลงถึงแม้ว่าโทนี่จะพยายามปลอบ

 

“ฉันไม่ได้กลายเป็นฮัล์คมาจะครบปีแล้วเพราะงานทดลองของฉัน”

 

“บรูซ?”

 

“แต่พวกนาย.. พวกนายมาที่นี่และพยายามพิสูจน์ว่าฉันจะกลายเป็นเขา อะไรที่ทำให้คิดว่า…..”

 

 

 

CHUCK!!

 

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบแทบจะทันทีเมื่อร่างของบรูซ แบนเนอร์ล้มลงกับพื้นหญ้า ไร้ซึ่งคำพูดกล่าว ไร้ซึ่งลมหายใจ ไร้ซึ่งคำตอบและเหตุผล.. ลูกธนูที่ทะลุผ่านร่างนักวิทยาศาสตร์คนดัง ลูกธนูที่ถูกทำขึ้นด้วยกระบวนการแสนพิเศษ ชายผู้ซึ่งตัดสินใจในชั่ววินาทีที่แววตาของบรูซ แบนเนอร์เปลี่ยนไป เขาโยนคันธนูลงจากต้นไม้ จุดซ่อนตัวของเขาคือบนต้นไม้สูงห่างออกไปจากที่พักของแบนเนอร์ สายตาอันเฉียบคมของเขาสามารถมองเห็นได้ในมุมมองแบบตาเหยี่ยว…คลิ้นท์ บาร์ตัน… ฮอคอายกำลังรอถูกควบคุมตัว

 

สีหน้าของคลิ้นท์ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดมากนักนอกจากความรู้สึกผิด เขาถูกคุมตัว เขาคิด.. คิดว่าตนจะสามารถยืนอยู่ตรงหน้าของบรูซได้แต่เมื่อเห็นร่างอีกคนนอนอยู่บนพื้นเข่าทั้งสองข้างกลับอ่อนฮวบจนล้มลงไปนั่งในทันที คลิ้นท์ไม่อาจปริปากพูดตอบได้ เขาพูดไม่ได้.. ในตอนนี้เขาไม่สามารถตอบได้ หยาดน้ำตาไหลรินออกจากนัยน์ตาคู่สวยทั้งสองข้าง ตาเหยี่ยวที่มองทุกสิ่งได้อย่างคมชัดและไม่เคยผิดพลาด เขาไม่อยากพูดตอบอะไรทั้งสิ้น แค่ขอได้ใช้เวลาอยู่ใกล้กับบรูซ แบนเนอร์อีกสักครู่หนึ่งเท่านั้น..

 

 ‘บรูซ.. ฉันขอโทษ.. ’

 

 

 

ร่างของฮอคอายถูกหิ้วส่งไปยังห้องคุมขัง เขาต้องถูกสอบสวนและขึ้นศาลเพื่อหาคำตอบจากเรื่องทั้งหมดนี้ หลายชั่วโมงหลายวันที่คลิ้นท์ทนอยู่กับตัวเอง ความเกลียดชังที่เขามอบให้กับตัวเอง ไม่จำเป็นต้องให้ใครมามอบให้.. เขาผิดหวังกับเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกคืน พร่ำบอกกับตัวเองว่า ‘ฉันขอโทษ บรูซ..’

 

หลายคนถูกขึ้นไปเป็นพยานให้แก่ศาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งโทนี่ สตาร์คและแครอล เดนเวอร์สผู้เป็นสาเหตุของเรื่อง สตาร์คไปที่นั่นเพื่อพิสูจน์ว่าแบนเนอร์สบายดีไม่ได้เป็นไปตามนิมิตที่แครอลเชื่อพวกเขาให้การตามความจริงที่พวกเขาเชื่อและรู้สึก… ส่วนบาร์ตัน คำถามที่เขาได้รับเป็นคำถามที่ทุกคนต้องการทราบทั่วทั้งมุมโลก เหตุผลที่เขาฆ่าดร. บรูซ แบนเนอร์

 

“ดร.แบนเนอร์วางใจให้ผมจัดการเขา …. บรูซ… ”

 

คลิ้นท์ทิ้งช่วงพูดไปครู่หนึ่ง สูดหายใจเข้าและพยายามอดกลั้นอารมณ์ไม่แสดงความอ่อนแอให้แก่ใครได้เห็นอีก แต่สีหน้าและแววตาของเขายังเจือด้วยความรู้สึกผิดและความเศร้าโศกอยู่ตลอดเวลา

 

“สายตาที่ผมมองอะไรต่างๆ มันแตกต่างจากที่คนอื่นมองเห็นนั่นเป็นเหตุผลที่ผมไม่เคยพลาด เหตุผลว่าทำไม ดร.แบนเนอร์ถึงวางใจให้ผมเป็นคนจัดการเขา”

 

ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ รอฟังคำพูดอธิบายของอเวนเจอร์คนดังอย่างฮอคอาย

 

“เสี้ยววินาทีที่พวกเขากำลังถกเถียง แค่เสี้ยววินาทีนั้นที่ผมเห็นประกายสีเขียวในแววตาของบรูซ แบนเนอร์ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจ”

 

เสี้ยววินาทีที่บาร์ตันเลือกปลิดชีพเพื่อนคนสนิท ชายผู้เป็นหลายๆ สิ่งสำหรับเขา.. ชายผู้ที่เคยใช้เวลาร่วมกันมาไม่ว่าจะเป็นในร่างของบรูซ แบนเนอร์หรือเดอะฮัล์ค ทุกครั้งคือคลิ้นท์ บาร์ตันนี่เองที่คอยกล่อมให้แบนเนอร์ใจเย็น แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป บรูซสิ้นหวังและบางทีบรูซอาจจะไม่สามารถได้ยินเสียงของบาร์ตันที่คอยขับกล่อมได้อีกแล้ว นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองด้วยฝีมือของนกน้อยที่อยู่เคียงข้างกับเขาเสมอมา

 

 

“ดร.แบนเนอร์ เชื่อผมด้วยทั้งชีวิตของเขา เหมือนที่ผมเชื่อเขาด้วยทั้งชีวิตของผม”