[AU-Farrelleto]Soup, Cigarettes and Firearms (1)

Standard

 

Title : Soup, Cigarettes and Firearms [1]
Paring : Vitaly Orlov / Harry Mitchel
Movie : Lord of War + London Boulevard
Rate : PG15
Writer : Zol Redfox

 

Soup Cigarettes and Firearms

*หมายเหตุ*:  เนื้อหามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดและความรุนแรงโปรดใช้วิจารณญาณ

 

 

 

Lord of War

 

 

ในนิวยอร์กมีร้านอาหารมากมายให้เลือกสรร ร้านอาหารราคาแพง ร้านอาหารราคาถูก แม้แต่ร้านอาหารราคาถูกแสนถูก แต่ละร้านมีจุดเด่นและการดึงดูดลูกค้าที่แตกต่างกัน ทั้งด้านรสชาติ บรรยากาศ สภาพแวดล้อมรวมถึงเรื่องบุคคลากรของแต่ละร้าน

Brighton Beach หรือ Little Odessa นับเป็นแหล่งของร้านอาหารที่หลากหลายแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก หนึ่งในนั้นคือร้านอาหารเล็กๆ ของครอบครัวออร์ลอฟ

‘วิตาลี ออร์ลอฟ’ ลูกชายคนเล็กของบ้านคือพ่อครัวประจำร้าน ฝีมือทำอาหารของเขาไม่ได้ดีเลิศหรือสามารถแข่งกับใครๆ ได้ เรียกว่าพอทานได้อาจไม่ผิดเสียทีเดียว ทุกๆ วันวิตาลีจะทำเมนูอาหารซ้ำเดิมโดยเฉพาะเมนูซุปที่มักจะถูกพี่ชายอย่าง ‘ยูริ ออร์ลอฟ’ พูดใส่ว่า ‘ซุปของนายฆ่าคนตายได้’ หากเป็นไปได้เขาก็อยากจับพี่ชายคนนี้กรอกปากด้วยซุปจนหมดหม้อเลยทีเดียว

ร้านอาหารเล็กๆ ของครอบครัวออร์ลอฟไม่ได้มีลูกค้ามากมายเช่นร้านอื่น นอกจากเรื่องรสชาติอาหารแล้วยังมีเรื่องบรรยากาศของร้านและทำเลที่ตั้งอีกด้วยที่ทำให้บรรดาลูกค้าตัดสินใจไม่มานั่งร้านเล็กๆ แห่งนี้ บางวันพวกเขาก็ไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลยแม้แต่คนเดียว

แต่แล้ววันหนึ่งยูริกลับมองเห็นเส้นทางในการทำธุรกิจ เขาเลือกที่จะเข้าวงการตลาดซื้อขายอาวุธโดยมีน้องชายแสนน่ารักอย่างวิตาลีเป็นหุ้นส่วน ตั้งแต่วันนั้นครอบครัวออร์ลอฟก็มีเงินไม่ขาดมือ พวกเขาสองพี่น้องไม่เคยบอกพ่อกับแม่ และไม่มีวันบอก

อย่างไรก็ดีใช่ว่าการทำธุรกิจนี้จะราบรื่น ครั้งหนึ่งลูกค้าตัวแสบของพวกเขาทั้งสองกลับทำการซื้อขายด้วยโคเคน จ่ายด้วยสารเสพติดแทนที่จะเป็นเงินสดอย่างที่ตกลง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆ สิ่ง เมื่อการเสพโคเคนของยูริเป็นการเฉลิมฉลองแต่สำหรับวิตาลีแล้วนั่นเป็นการ ‘เสพติด’

วิตาลีเสพติดจนไม่อาจเลิกได้โดยง่าย เมาจนหัวทิ่มก็เคยมาแล้วหลายครั้ง มีความ ‘อยาก’ เสียจนคลั่ง เรียกว่าเสพติดเป็นชีวิตจิตใจ เขาไม่เคยลองมาก่อนแต่เมื่อลองแล้วครั้งหนึ่งกลับไม่อาจที่จะเลิกเสพได้เลย

ใบหน้าแสนน่ารักน่าเอ็นดูของน้องเล็กจากที่เคยมอมแมมเพราะการทำอาหารในครัวกลับเริ่มมีขอบตาคล้ำ พูดจาไม่เป็นศัพท์ เมาหัวราน้ำในทุกวัน จดจ่ออยู่กับโคเคนจนไม่เป็นอันทำงาน เหตุผลทุกประการทำให้ต้องถอนตัวจากธุรกิจและถูกส่งเข้ารับการบำบัด ยูริอาจนึกรู้สึกผิดอยู่ในใจที่ทำให้น้องชายต้องตกอยู่ในสภาพย่ำแย่หลังจากนี้เขาต้องเดินหน้าทำธุรกิจเพียงลำพัง ขณะที่วิตาลีเสพติดโคเคน ยูริอาจไม่ทราบเลยว่าเขาเสพติดการทำงานในสายอาชีพนี้

วิตาลีถูกทิ้งให้อยู่ในนิวยอร์กกับพ่อแม่ เข้ารับการบำบัดอยู่หลายครั้งแต่เมื่อออกมาก็ต้องกลับเข้าไปใหม่เพราะอาการเสพติดที่ไม่หายขาด เขาไม่อาจยับยั้งความ ‘อยาก’ นั้นได้เลย บางครั้งการทำงานในครัวก็สร้างความกังวลหลายอย่างแก่ผู้เป็นพ่อและแม่ บางครั้งวิตาลีเสพจนน็อคคาห้องครัว อาการหวาดระแวงและหดหู่แสดงเด่นชัดเมื่อพยายามเลิกยา ใช้เวลาอยู่หลายปีจึงหยุดความอยากนั้นได้บ้างแต่พอเที่ยวเล่นกับสาวๆ เขาก็ได้ยามาเสพอยู่เนืองๆ

หลังจากผ่านไปหลายเดือนเขาก็สามารถตั้งตัวใหม่ได้อีกครั้ง ลดความอยากเหล่านั้นได้มากกว่าเคย กลับมาทำงานครัวได้เช่นที่ผ่านมา แถมดันมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นอีกด้วย วิตาลีเคยคิดว่าอาจเป็นเพราะผลจากการพยายามเลิกเสพโคเคน

“วิตาลี ออเดอร์เข้า”

ผู้เป็นแม่สอดใบออเดอร์ผ่านช่องเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างหน้าร้านและห้องครัวหลังกล่าวจบประโยค ชายหนุ่มเจ้าของชื่อคว้าจับกระดาษแผ่นนั้นเหน็บไว้กับเส้นเชือกเหนือเคาท์เตอร์เพื่อให้อ่านได้สะดวก นัยน์ตาสีสวยไล่อ่านอย่างถี่ถ้วน น่าแปลกใจที่ช่วงนี้เมนู ‘ซุป’ ที่ยูริเคยพูดว่าสามารถฆ่าคนตายได้กลับถูกสั่งออกไปเป็นประจำ นี่นับเป็นวันที่ห้าติดต่อกันแล้ว ทำลายสถิติเลย แอบดีใจอยู่เหมือนกัน

ลูกชายคนเล็กของบ้านมักจะใช้เวลาอยู่ภายในครัวมากกว่าหน้าร้าน เขาไม่ได้มีโอกาสพบหน้าลูกค้าเท่าใดนัก แต่อย่างว่า.. ร้านเล็กๆ ของครอบครัวออร์ลอฟหากไม่ใช่ลูกค้าที่ต้องการอาหารราคาถูกรองท้องก็คงเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่เคยรู้จักร้านของพวกเขามาก่อน ปกติแล้วคนที่มาทานมักจะมาทานเพียงสองสามครั้งก็หายต๋อม นั่นน่าน้อยใจอยู่มากทีเดียว

วันนี้วิตาลีค่อนข้างอารมณ์ดี ชิมซุปและพยายามปรุงให้อร่อยกว่าวันใดๆ เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ.. เขาเชื่อเช่นนั้น แม้จะไม่อาจทราบได้ว่ารสชาติของซุปมื้อนี้จะถูกปากหรือไม่แต่ซุปถ้วยนั้นก็ถูกนำเสริฟพร้อมเมนูอาหารอื่น หวังว่าจะไม่ถูกด่ารอกนะ? ชายหนุ่มใช้เวลาอยู่ในครัวเช่นนั้นกระทั่งปิดร้าน

“วิตาลีวันนี้ลูกทำอะไรกับซุปหรือเปล่า ลูกค้าบอกรสชาติแปลกไป”

โอ้.. เอาแล้วไง.. เขากะพริบตาปริบๆ อยากจะทำเป็นไม่รับรู้เสียจริงเชียว

“ผมทำแบบเดิมนะ แบบที่ยูริบอกว่าฆ่าคนตายได้น่ะ”

“ลูกค้าบอกแปลกใหม่แต่ชอบแบบเดิมที่ลูกทำมากกว่า”

“ลูกค้าคนเดิม?”

เขาเริ่มตั้งคำถามด้วยความสงสัย การที่ทราบว่ารสชาติแปลกไปจะต้องเป็นลูกค้าที่มาเป็นประจำเป็นแน่

“คนเดิมตลอด ลูกคิดว่าเราจะมีลูกค้าประจำกี่คนกันเชียว?”

แปลกใจจัง.. วิตาลีมุ่นคิ้วเล็กๆ การที่มีลูกค้าประจำนั่นนับว่าดีอย่างน้อยก็มีเงินเข้าทุกวัน พรุ่งนี้คงต้องผละออกไปชะโงกหน้ามองดูเสียหน่อยว่าคือใคร อาการตื่นเต้นแสดงเด่นออกมาจนได้ ถึงช่วงนี้จะเลิกเสพโคเคนแต่อาการตื่นเต้นในตอนนี้ก็ดูไม่ได้แตกต่างเลย

คืนนั้นวิตาลีเก็บตัวอยู่ในห้อง อาการอยากยากลับมาอีกครั้ง เขาอดกลั้นและบังคับให้สู้ต่อความอยากแต่อาการหวาดระแวงกลับเข้ามาแทนที่ นี่เป็นผลจากการขาดยา

วันรุ่งขึ้นวิตาลีตั้งตารอลูกค้าคนนั้นจนแสดงท่าทางหลุกหลิกลนลานตลอดวัน อยู่ไม่นิ่งจนโดนผู้เป็นแม่ดุราวกับเด็กชายอยู่หลายครั้ง เขาอยากรู้นี่ว่าคนที่มาทานซุปเป็นประจำคือใคร อยากรู้จนเริ่มไม่เป็นอันทำงาน เมื่อไหร่ออเดอร์นั้นจะมากันนะ?

และแล้ว…วิตาลีก็ได้รับใบออเดอร์อย่างที่หวัง เมนูอาหารเดิมในทุกวันมีหรือจะจำไม่ได้ แม้บางครั้งจะมีอย่างน้อยหนึ่งเมนูที่เปลี่ยนไปแต่ทุกครั้งจะต้องมีซุปอยู่ด้วยเสมอ เขาทำตาโตมองกระดาษในมือราวกับถูกรางวัล ชูขึ้นเหนือศีรษะแล้วยิ้มร่าเหมือนเด็กชาย ในที่สุดออเดอร์ก็มาเสียที!

เขาลงมือทำอาหารราวกับคนเสียสติ แท้จริงแล้วในยามปกติช่วงนี้คงไม่ต่างเท่าไหร่.. เมื่อจัดการออเดอร์เป็นที่เรียบร้อยถึงพาร่างมาหลบอยู่หลังบานประตู แอบชะโงกแอบมองไม่ต่างจากเด็กชายที่มีความอยากรู้อยากเห็น เมื่อเห็นอาหารถูกนำเสริฟลงบนโต๊ะเขาจึงทราบได้ทันที

ชายหนุ่มมุ่นคิ้วเล็กๆ ไม่ได้แอบหวังไว้ว่าคือผู้หญิงหรือผู้ชาย อายุมากหรืออายุน้อยแต่ลูกค้าคนนี้กลับเหนือความคาดหมาย เขาหรี่ตามองอย่างกังขา ตั้งคำถามว่าใช่หรือ? คนนี้คือลูกค้าที่ชื่นชอบฝีมือการทำซุปจริงหรือ?

“แม่” ลูกชายคนเล็กกระซิบเรียก ตัวเขาก็ไม่ทราบว่าจะกระซิบด้วยสาเหตุใด “นั่นคือลูกค้าประจำเราเหรอ?” น้ำเสียงน่าหลงใหลถูกเปล่งขึ้นแผ่วเบา กระซิบกระซาบราวกับต้องการให้เป็นความลับแม้แต่กับพ่อที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้เครื่องคิดเงิน

“ใช่ ‘เขา’ นั่นแหละลูกค้าประจำ แล้วนี่เราจะกระซิบทำไมหื้ม?”

“เปล่ากระซิบนะ แม่ไม่ได้ยินเอง” วิตาลีท้วงกลับแล้วขยับถอยหลังเข้าห้องครัว ความตื่นเต้นกลับกลายเป็นความหวาดระแวง เขาแอบมองอีกครั้งผ่านช่องเล็กๆ ที่มักจะมีใบออเดอร์ลอดผ่าน

ชายผมสีอ่อนแซมด้วยสีเงินเทาๆ นั่งอยู่ที่โต๊ะข้างบานกระจก เขามองออกไปด้านนอก อาจกำลังมองร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่วิตาลีไม่ได้สนใจในเรื่องนั้น สิ่งที่ทำให้สนใจคือการแต่งตัวที่ดูมูลค่าสูงนั่นต่างหาก ชุดสูทสีน้ำเงินเข้มกับเนคไทที่เข้าคู่ เรือนนาฬิกาที่โผล่ให้เห็นบนข้อมือขวาก็ดูราคาแพง นี่เขาตั้งใจมานั่งร้านเล็กๆ แสนซอมซ่อนี่จริงหรือ? ยิ่งนึกยิ่งทำให้เริ่มกลัว เขาไม่เคยกลัวใครแต่อาการจากการที่ไม่ได้เสพยาทำให้หวาดระแวงใครต่อใครไปเสียหมด ยิ่งก่อนหน้านี้ตนทำธุรกิจเรื่องอาวุธกับยูริด้วยแล้วนั่นกลับสร้างความวิตกจริตมากกว่าเดิม ชายในชุดสูทราคาแพงที่ไหนจะมานั่งอยู่ที่ร้านอาหารรสชาติแย่ๆ แบบนี้กัน

“แม่” วิตาลีกระซิบเรียกอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยมองลอดมาจากช่องรับออเดอร์จดจ้องไปยังผู้เป็นแม่ เธอขมวดคิ้วเล็กๆ พลางสั่นศีรษะ ไม่ได้แสดงความรำคาญใจแต่กำลังสงสัยว่าวันนี้ลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอเป็นอะไรขึ้นมา

“เขาสวมสูทมาวันแรกหรือแต่งแบบนั้นมาทุกวัน?”

“แต่งแบบนี้ทุกวัน เราจะถามทำไมอีก? ไปๆ เข้าไปทำออเดอร์อื่นต่อ”

ชายหนุ่มไม่ได้กลับไปทำอาหารแต่อย่างใด เขาไม่มีออเดอร์ต้องจัดการ ในตอนนี้ถึงแอบมองอยู่หลังบานประตูครัว จ้องมองไม่วางตาราวกับกลัวว่าชายคนนั้นจะลุกมายิงตนได้ทุกเมื่อ .. ใช่แล้ว.. ปืน! ต้องมีปืนพกเอาไว้ ต้องเก็บไว้ใกล้ๆ ป้องกันตัว ถูกต้องแล้ว.. ต้องไปเอาปืนที่ยูริให้เป็นของขวัญมาใช้ เขาท่องวนไปมาอยู่ในหัวไม่ต่างจากคนขาดสติ ดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิมด้วยอาการตื่นตระหนก ลุกลี้ลุกลนจนเผลอออกทางหน้าร้านแทนที่จะเป็นหลังร้าน

ร่างแสนมอมแมมที่กำลังเยื้องย่างเข้าหาทำให้ชายในชุดสูทเงยใบหน้าขึ้นมอง พวกเขาสบตากันในทันที เหมือนลูกค้าผู้นี้กำลังอ่านวิตาลีอยู่

Hamno! (Shit!) วิตาลีสบถในใจ ดันเผลอมองไปแล้ว ตายแน่! แถมยังละสายตาไปไหนไม่ได้ด้วย เหมือนโดนแช่แข็งอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวสิ! นั่นมองแบบนั้นทำไม จะขยับไปไหน! นายกำลังหันมองใคร?

“พ่อครัว?” เขาหันไปถามคุณนายออร์ลอฟ คำพูดแรกถูกเปล่งออกมาจากชายในชุดสูท น้ำเสียงที่ฟังเป็นเอกลักษณ์นั่นเพียงคำเดียวก็ทราบโดยทันทีว่ามาจากเมืองผู้ดี

“วิตาลีทำตัวดีๆ หน่อย” ผู้เป็นแม่ส่งเสียงดุด้วยภาษาถิ่นแน่นอนว่าเจ้าลูกชายตัวแสบก็ตอบกลับมาด้วยภาษาถิ่นแทบจะทันที “ผมยังไม่ทันทำอะไรเลย!” ม่านตาของเขาขยาย ดวงตากลมโตพอเบิกกว้างแล้วกลับทำให้ดูน่ารักไปเสียอีก ชายในชุดสูทกำลังมองอย่างสนใจ

“ผมคุยกับเขาได้หรือเปล่าครับคุณนาย? ขอบคุณ”

เขากล่าวขอบคุณทิ้งท้ายเมื่อเธอพยักหน้ารับ แถมบอกให้เจ้าลูกชายนั่งลงเสียด้วย เธอกับสามีหลบไปนั่งอยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทแม้จะอยู่ห่างออกไปแต่วิตาลีกับลูกค้าก็ยังคงอยู่ในสายตา พวกเขากลัวลูกชายจะทำอะไรไม่ดีขึ้นมาเสียมากกว่า

“คุณออร์ลอฟ..”

“วิตาลี” ชายหนุ่มตอบกลับในทันที “คุณออร์ลอฟนั่นพ่อฉัน”

“วิตาลี” เขาทวนเบาๆ “ผมยินดีที่ได้พบกับพ่อครัวประจำร้าน” น้ำเสียงนั้นฟังน่าหลงใหล หากอีกฝ่ายไม่สวมชุดสูทจนดูเหมือนพวกมาเฟียหรือนักฆ่าวิตาลีคงรู้สึกยินดีมากกว่านี้

“ผมชอบซุปฝีมือของคุณมากและอยากจะทานแบบนี้ในทุกๆ วัน ผมถามสักหน่อยได้ไหมว่าวันนั้นคุณปรุงรสแบบพิเศษเพราะวันพิเศษหรือเปล่า?”

ที่ชายในชุดสูทกำลังกล่าวถึงคือวันที่วิตาลีพยายามปรุงรสให้อร่อยกว่าวันอื่นๆ อีกฝ่ายกำลังจะบอกว่ามันห่วยใช่ไหมนะ?

“ความลับทางการค้า”

ชายหนุ่มยกแขนคล้องกอดอก พยายามไม่แสดงท่าทีหลุกหลิกกระวนกระวาย หากจะตอบว่าปรุงเพื่อลูกค้าคนพิเศษมันก็จะฟังแปลกจนเกินไปถึงเลือกตอบบ่ายเบี่ยง

แม้ท่าทางของวิตาลีจะดูไม่ผิดแปลกแต่กลับดึงดูดสายตาของชายชุดสูทได้เป็นอย่างดี เขาจ้องมองอย่างสนใจ พยายามไม่จดจ้องจนดูเสียมารยาทเกินไป ทำไมชายหนุ่มตรงหน้าถึงแสดงท่าทีรั้นๆ ใส่เขากัน? นี่ไม่พอใจอะไรเขาอยู่หรือเปล่า

“แฮร์รี่ มิทเชลคือชื่อของผม”

เจ้าของชื่อกล่าวขึ้นเมื่อพบว่าวิตาลียังคงแสดงสีหน้ารั้นๆ ใส่ ทั้งขมวดคิ้วหรี่ตามองไม่หันไปทางอื่น แถมพอเริ่มขยับตัวก็ดันขยับตาม ดูกำลังหวาดระแวงเป็นอย่างมาก

“ทำอะไรให้อึดอัดหรือเปล่า?”

“นายคิดว่าไงล่ะ?”

Blyat! อยากจะถามจริงๆ ว่ามาแถวนี้เพราะธุรกิจหรือแค่ผ่านมา แต่พ่อกับแม่ดันอยู่ด้วยนี่สิ วิตาลีขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมเคร่งเครียดจากความหวาดระแวงไปหมด

“คิดว่าคุณมีคำถามอยู่ในใจ ลองถามผมก็ได้”

มิทเชลสามารถอ่านท่าทางและสีหน้าของวิตาลีออกเพียงในระยะเวลาสั้นๆ เขาอ่านคนค่อนข้างบ่อยทีเดียว

“นายอยู่แถวนี้เหรอ?”

“ทางผ่านที่พักเลยมาแวะทานอยู่บ่อยๆ ถ้าจะถามต่อว่าทำไมอาจจะทำร้ายจิตใจกันเกินไป”

เขาค่อนข้างจะตอบดักคอเพราะแม้คำตอบของมิทเชลจะไม่ได้ถูกกล่าวบอกแต่วิตาลีนั้นก็ทราบอยู่แก่ใจ ร้านโล่งๆ แบบนี้.. ..

“ไม่เบื่อรึไงทานอยู่แต่ซุปรสชาติเดิมๆ หลายคนบอกห่วยเลยนะ”

“ผมชอบถึงได้ทาน อย่าประเมินฝีมือตัวเองต่ำนักเลย หลังจากนี้ผมจะยังคงมาทานเหมือนเดิม”

ไม่อาจทราบได้ว่าความหวาดระแวงของพ่อครัวประจำร้านอย่างวิตาลีจางหายไปเมื่อใด หลังจากถามเรื่องคาใจ? หลังจากถามเรื่องซุป? เขาคงหาคำตอบไม่ได้ในตอนนี้ ถึงจะคลายความกังวลมาได้บ้างแต่ไม่สามารถเปลี่ยนใจเรื่องที่แฮร์รี่ มิทเชลอาจเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายในวงการเดียวกันกับยูริ เขายังคงกลัวถูกเป่าสมองอยู่ดี

มิทเชลไม่ได้กล่าวคำพูดใดอีกหลังจากนั้น มือจับกระดาษทิชชูขึ้นซับริมฝีปากแทนการใช้ผืนผ้า วางเงินจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะและแยกอีกจำนวนหนึ่งไว้ตรงหน้าของชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังทำตาโตใส่

“นี่อะไร?” วิตาลีเขี่ยๆ แบงค์เพื่อนับ เขาพบว่าจำนวนเงินเกินมามากโข นัยน์ตาสีฟ้าใสมองตามร่างในชุดสูททีตอนนี้ลุกขึ้นยืนติดกระดุมเสื้อเตรียมออกจากร้าน

“ทิปส์ของคุณโดยเฉพาะ คุณคุยสนุกมาก”

อยากจะเขวี้ยงเงินใส่หน้าหมอนี่ชะมัด!! วิตาลี ออร์ลอฟได้แต่ส่งเสียงคำรามในใจ เขาไม่ใช่เด็กนั่งดริ๊งนะเว้ย!

“ถือเป็นค่าเสียเวลาที่ทำให้เชฟมานั่งอยู่ตรงนี้”

คำว่า ‘เชฟ’ ดูสร้างความพอใจให้แก่วิตาลีในระดับหนึ่ง ปกติคงไม่ได้ถูกเรียกด้วยคำคำนี้บ่อยนัก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนในทันที

“ครั้งหน้าไม่ต้อง ฉันไม่อยากได้”

อยากได้สิวะ! เขาอยากได้จะตายชักแต่ไม่รู้ว่านี่มันสำหรับที่นั่งคุยจริงๆ หรือเปล่า ไม่ใช่มาหลอกตลบหลังว่าเป็นมัดจำอะไรหรอกใช่ไหม?

“ไว้ค่อยคิดอีกที”

มิทเชลตอบรับเพียงสั้นๆ แล้วดันประตูร้านเดินออกไป มาดผู้ดีแบบนี้ก็มีบ้างที่อยากตบให้คว่ำ วิตาลียืนแนบกระจกร้านมองออกไปยังชายในชุดสูทที่ตอนนี้หยิบแว่นกันแดดขึ้นสวม เหมือนว่ามิทเชลจะทราบถึงการกระทำเด็กๆ นั่นถึงหันใบหน้ากลับไปทางร้านก่อนสาวเท้าเดินออกจากถนนเส้นนั้น

“….”


ถ้าใครชม Lord of War แล้วจะทราบครับว่าคาแร็คเตอร์ตอนวิตาลีเสพยาและเลิกยาเป็นแบบไหน มีความสับสนในตัวเองดี เขียนไปก็สนุกดีนะครับดูสับสนชีวิต.. ส่วนมิทเชลนั้น โดยรวมมาดนิ่งมาก ยุ่งเกี่ยวกับแก๊งสเตอร์เป็นหลักเลย สวมสูทเดินไปเดินมาแต่ละทีดูดีมากๆ
ตั้งใจไว้ว่าจะ One-Shot แต่แล้วก็ออกมาเป็นแบบนี้ครับ ไม่จบอีก.. จงอย่าดองเลย #หิวข้าว #อยากชิมซุปฝีมือวิตาลี #มีปัญหากับตัวอักษรกับย่อหน้าอีกแล้วช่วยด้วยครับ #…