[FIC]Captain America WS : Last Night

Standard

 

 

Title : Last Night
Paring : Jack Rollins + Brock Rumlow
Movie : Captain America : The Winter Soldier 
Writer : Zol Redfox

 

 

     มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากคนสองคนที่สนิทกันจะใช้เวลาร่วมกัน… มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากเพื่อนสนิทสองคนจะออกไปนั่งดื่มและสนทนากันตอนกลางคืนจนใกล้รุ่งสาง … มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากทั้งสองคนจะกลับมาและนอนร่วมห้องกัน……และมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากคนสองคนจะปล่อยตัวนอนลงบนเตียงเดียวกัน

 

 

   นับเป็นเวลาหลายชั่วโมงกว่าที่เจ้าหน้าที่ทีมสไตร์คจะกลับมารู้สึกตัว สมองหนักอึ้งไปหมด กลิ่นของแอลกอฮอล์คลุ้งไปทั่วห้องจนรู้สึกสะอิดสะเอียน ทั้งที่รสชาติกลับพิสมัยน่าลิ้มลองกว่าหลายเท่า …

 

 

     เปลือกตาหนักอึ้งเสียจนไม่อยากพาตัวเองลุกออกจากเตียง เขาอยากนอนอยู่ตรงนี้และหลับเงียบๆ จนกว่าใครสักคนมาปลุก แน่นอนว่าต้องเป็นเพื่อนร่วมทีมสักคนมาลากเขาออกจากห้องเพื่อไปทำภารกิจ.. แต่กลับทำไม่ได้เมื่อความรู้สึกหนักอึ้งซึ่งกำลังกดทับร่างของตนจนทำให้หายใจไม่สะดวกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

     มือกร้านยกขึ้นเพื่อจะเสยเรือนผมของตนเอง…… ‘ติด’ .. คือความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัว ท่อนแขนของเขาขยับได้ไม่สะดวกอย่างที่ควรเป็น มันถูกกดทับเอาไว้ด้วยอะไรบางอย่าง …อะไรซึ่งหนักจนเขาไม่สามารถเดาได้ ดังนั้นแล้วชายหนุ่มจึงพยายามฝืนให้ตัวเองเปิดเปลือกตาขึ้น.. .. และก็ต้องพบสิ่งที่คาดไม่ถึง…

 

 

     ‘บร็อค รัมโลว์’ เจ้าหน้าที่ไฮดร้า…. หัวหน้าทีมสไตร์คกำลังนอนทับเขาอยู่ด้วยสภาพที่ไม่สวมเสื้อ.. ใช่…เขาเองก็ด้วย… โรลลินส์ไม่ได้แตกตื่นเมื่อเห็นว่าทั้งเขาและรัมโลว์อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน…..หรือหากจะพูดให้ถูกคือไม่ได้คิดอะไรเลย.. หรือควรจะคิด? ..

 

 

     วินาทีต่อมาผ้าห่มที่คลุมปิดท่อนล่างของหัวหน้าทีมจึงถูกดึงขึ้น เสียงร้องครางอย่างรำคาญดังออกมาเบาๆ เมื่อตนกำลังถูกรบกวนการนอน   รัมโลว์ขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับขยับตัวและกดศีรษะลงใกล้ข้างลำคอจนโรลลินส์สามารถสัมผัสได้ถึงไอร้อน…สัมผัสได้ถึงลมหายใจต่อเนื่องที่อยู่ใกล้กับตน
“ตื่นได้แล้วโดเบอร์แมน”

 

     ในที่สุดแจ็ค โรลลินส์จึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยากจะอธิบาย นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกอยากเลิกดื่มพวกแอลกอฮอล์เสียให้ได้.. อาการขาดสติอย่างรุนแรงคงไม่ได้ชักนำให้เขากับรัมโลว์ทำอะไรพิเรนๆ ไปเมื่อคืนหรอกนะ…

 

“รัมโลว์…”

 

     ไม่ใช่แค่เสียงที่พยายามปลุกเพื่อนร่วมเตียงแต่ในตอนนี้มือข้างที่ว่างกลับยกขึ้นตบใบหน้าเพื่อเรียกสติคนที่นอนหลับเป็นตายอยู่ข้างๆ อีกด้วย… หัวหน้าทีมสไตร์คขมวดคิ้วพร้อมส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจแถมยังใช้ใบหน้าดันมือที่มาตบกลับไปเสียอีก

 

“…เงียบน่ะ….โรลลินส์..”

 

     เมื่อความพยายามเบื้องต้นไม่เป็นผลคงต้องกลับมาใช้ไม้แข็งกันอีกครั้ง โรลลินส์ออกแรงชันเข่าของตนเองขึ้นหวังจะดันร่างซึ่งทับตนอยู่ให้พลิกกลับไปแต่ดูเหมือนไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อรัมโลว์ใช้ท่อนแขนของตนดันให้ขานั้นเบี่ยงไปด้านข้าง

 

“ถ้านายตื่นแล้วก็ลุกสักที ฉันจะได้ไม่ต้องออกแรง”

 

“ทั้งที่เมื่อคืนนายออกแรงไม่ยั้งแท้ๆนะแจ็ค โรลลินส์”

 

     ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องโดยทันทีเมื่อคำพูดของรัมโลว์ทำให้เขาแทบจะหยุดหายใจไปชั่วครู่.. โรลลินส์รู้สึกพูดไม่ออกกับคำล้อเล่นที่ได้รับกลับมา… แม้จะถูกหยอกอยู่หลายเรื่อง… แม้จะมีการแกล้งแซวกันไปมาตามประสาเพื่อนสนิทแต่ทำไมครั้งนี้เขาจึงรู้สึกแปลกกว่าครั้งไหน… นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่..

 

“ฉันทำอะไร?”

 

     เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นเดิมแม้ว่าในตอนนี้จะรู้สึกหน่วงไปหมด ยิ่งตื่นมาเจอรัมโลว์ปั่นหัวแต่เช้าก็ยิ่งรู้สึกอยากจะกลับไปนอนให้รู้แล้วรู้รอด… แต่ความคิดของโรลลินส์ก็ต้องถูกขัดขวางเมื่อเพื่อนร่วมทีมที่ทำตัวงัวเงียเมื่อครู่ลุกมานั่งทับร่างของตนจนได้

 

“แล้วนั่นนายจะทำอะไร”

 

     โรลลินส์เอ่ยถามขึ้นอีกครั้งขณะมองหัวหน้าทีมสไตร์คซึ่งยิ้มออกมานิดๆ ให้แก่เขา.. แม้จะไม่มีเสียงตอบรับหรือคำอธิบายใดใด แค่ทั้งสองคนมองสบสายตากันก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ อาจเพราะความสนิทสนมและช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกันมานานของทั้งคู่.. แต่น่าหน่ายใจที่เจ้าหน้าที่ไฮดร้าอย่างแจ็ค โรลลินส์ไม่ต้องการที่จะรับรู้สาส์นในครั้งนี้เลย

 

     ‘ไม่’ คือคำที่เอ่ยกลับไปแก่ชายที่กำลังนั่งทับร่างของตนอยู่ และหวังว่ารัมโลว์จะเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ไม่’ ที่ตนปฏิเสธออกไป … ไม่ใช่เช้านี้ที่เขาต้องไปออกกำลังหนักๆ … ไม่ใช่เช้านี้ที่เขาจะพาตัวเองออกไปทำภารกิจ…และไม่ใช่เช้านี้ที่เขาจะต้องถูกรัมโลว์ปั่นหัว..แม้จะโดนไปแล้วก็ตาม

 

 

     เสียงถอนใจดังขึ้นแผ่วเบาพร้อมกับใบหน้าที่ส่ายไปมาช้าๆ เพราะดูเหมือนว่าหัวหน้าทีมสไตร์คจะไม่รับฟังคำพูดของตนเลยแม้แต่น้อย
     ไม่นานนักรอยยิ้มของรัมโลว์กลับเปลี่ยนไป เขายกตัวขึ้นเล็กน้อยเหนือบริเวณที่ตนกำลังนั่งทับอยู่และชะงักไปชั่วครู่เหมือนเกิดบางอย่างขึ้น แม้ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมามาก แต่โรลลินส์สามารถสังเกตเห็นสีหน้าได้อย่างชัดเจนและเขาก็พอจะรู้แล้วว่านั่นเป็นเพราะอะไร

 

“มาออกกำลังตอนเช้ากันหน่อยดีกว่าโรลลินส์ ฉันรู้สึกว่าแอร์ในห้องจะเย็นไปสำหรับนาย”

 

“ถ้าแอร์มันเย็นสำหรับฉัน มันคงเย็นสำหรับนายด้วยรัมโลว์”

 

     ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง.. ไม่มีเสียงเอ่ยพูดอะไรอีกนอกจากความเงียบและการมองสบตากันเพียงเท่านั้น… ไม่มีใครสามารถทราบได้ว่าโรลลินส์และรัมโลว์คิดอะไร… ไม่มีใครสามารถทราบได้ว่าทั้งคู่กำลังสนทนาอะไรภายใต้ความเงียบ … ไม่มีใครสามารถเข้าใจถึงความสนิทสนมของทั้งสองคนได้ดีเท่ากับตัวของพวกเขาเอง

 

 

     แม้จะไม่มีคำตอบสำหรับโรลลินส์เรื่องเมื่อคืน… แม้จะไม่มีคำตอบเรื่องที่เสื้อผ้าถูกถอดอย่างเป็นปริศนา…. แม้จะไม่มีคำตอบอะไรเลยสำหรับเรื่องทั้งหมดนี้… แต่อย่างเดียวที่เขารู้คือตอนนี้เขามีสติต่างจากเมื่อคืน

 

– END –

 

>–)O ขอคนมีเมตตาพาเราไปเก็บทีครับ พีค 2RL ไม่ไหวแล้ว ชอบความสัมพันธ์เพื่อนๆ แบบนี้
ส่วนเรื่องที่เขียนข้างบนนี่ให้คิดเอาเองครับ แอบเอามาจากบอทด้วยเรื่องที่เขาคุยกันว่า ‘แอร์ไฮดร้าหนาวมาก’ แล้วก็มีแท็กข้างหลังเรื่องหนาวจนแข็ง #สวัสดีครับ

[FIC]Captain America WS : Silence

Standard

 

Title : Silence
Paring : Jack Rollins + Brock Rumlow
Movie : Captain America : The Winter Soldier 
Writer : Zol Redfox

 

…..เสียงนาฬิกา… เข็มนาฬิกาที่กำลังเดินบอกเวลา…. เสียงชีพจร… เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ…. หยดน้ำ… หยดน้ำเกลือที่กำลังหยดเป็นจังหวะเชื่องช้า… กลิ่นของยา กลิ่น..คละคลุ้งไปทั่วห้อง….. เสียงของลมหายใจ…ที่แทบไม่ได้ยิน

 

     นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ต้องมาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมภายใต้แสงไฟสลัวๆ นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วกับการนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยสภาพสะบักสะบอม.. นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วกับการมองเพื่อนร่วมรบที่กำลังถูกทีมแพทย์เข้ารักษา… แต่ไม่ใช่ครั้งนี้…

 

     ร่างของชายหนุ่มในชุดเสื้อทีมสไตร์คเยื้องย่างเข้าใกล้เตียงคนไข้ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตนอย่างช้าๆ  นัยน์ตาสีเข้มจับจ้องไปยังชายอีกคนซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง.. แน่นอนว่านี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเงียบขนาดนี้  ไม่มีคำเอ่ยพูดหยอกล้อ  ไม่มีคำเอ่ยกล่าวล้อเลียน  ไม่มีมุกตลก ไม่มีคำสบถหรือกนด่าออกจากปากของบร็อค  รัมโลว์หัวหน้าทีมสไตร์ค เอเจนท์ของไฮดร้า

 

     เวลา…ช้าเหลือเกิน … เวลา…เหมือนไม่เดินไปข้างหน้า เหมือนกับหยุดอยู่ตรงนี้และแสดงให้เขาเห็นภาพเพื่อนคู่หูซึ่งยังหลับไม่ได้สติ  เวลา… 3 ชั่วโมงไม่ต่างจาก 3 เดือนที่ผ่านเข้ามา …ทรมานเสียยิ่งกว่าการถูกกระสุนยิงทะลุร่าง ..ทรมานเสียยิ่งกว่าคมมีดปักทะลุอก…ทรมานไม่ต่างจาก…การสูญเสียสิ่งสำคัญ

 

     เขาทราบดีว่ามันก็เป็นแค่สภาพชั่วคราวที่ไม่นานคนไข้จะต้องหาย โรลลินส์เข้าใจดี… เขาผ่านสมรภูมิมามาก เพื่อนในทีมล้วนเคยตกอยู่ในสภาพแบบนี้กันมาก่อนแต่ความรู้สึกที่มีกลับต่างกัน… มันต่างกันเมื่อเพื่อนคนนั้นคือรัมโลว์  แรงระเบิดครั้งนี้ทำให้เพื่อนคู่หูนอนไม่ได้สติ อีกทั้งได้รับบาดเจ็บสาหัส … แน่นอนว่าเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้อาการของรัมโลว์ดีขึ้น ระหว่างนี้ก็ทำได้แค่ลุยภารกิจและรับตำแหน่งหัวหน้าทีมชั่วคราว

 

     โรลลินส์ไม่ได้ต้องการตำแหน่งนี้ แม้จะพูดหยอกอยู่บ่อยๆ ว่าสักวันเขาจะได้มาทำหน้าที่นี้แทน แต่เหตุผลที่เขายังอยู่ที่นี่… ยังคงทำงานกับไฮดร้า …เหตุผลเดียวของเขาคือรัมโลว์ … รัมโลว์เป็นทั้งเพื่อน คู่หู ครอบครัว คนสำคัญ… เขาคือทุกอย่างที่แจ็ค โรลลินส์ไม่สามารถทิ้งไปได้  และจะไม่มีวันทิ้งไปไหน..

 

“นายจะนอนไปถึงเมื่อไหร่”

 

      เสียงเอ่ยดังขึ้นในจังหวะที่ปลายนิ้วถูกวางลงบนหลังมือของคนเจ็บอย่างเชื่องช้า โรลลินส์ไม่ละสายตาไปจากคนตรงหน้า เขาหวังแค่ว่าบทสนทนาจะถูกต่อด้วยคำพูดกวนๆ จากน้ำเสียงเดิมๆ  แต่ทุกอย่างยังคงกลับเป็นเหมือนเดิม  มีเพียงเสียงของเครื่องมือแพทย์กับนาฬิกา มีเพียงกลิ่นของยากับกลิ่นไหม้..

 

      แจ็ค  โรลลินส์ ปล่อยตัวลงนั่งข้างเตียงคนไข้ในที่สุด เขานิ่งเงียบอยู่สักพักใหญ่ฟังเพียงเสียงลมจากเครื่องช่วยหายใจและไม่ละสายตาไปไหน  ตอนนี้มันเป็นความรู้สึกที่บอกได้ยาก …หากทำได้เขายอมที่จะนอนอยู่ตรงนั้นแทนรัมโลว์ แม้อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้นั่งเฝ้าอย่างที่เขาทำอยู่ แต่มันคงดีกว่าหากเขาไม่รับรู้อะไรอีก

 

 “ฉันมีเรื่องจะพูดกับนาย อยากจะฟังไหม?”

 

       มุมปากยกขึ้นยิ้มเล็กๆ ด้วยความรู้สึกหลายอย่าง … ความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้าใส่จนไม่สามารถอธิบายออกไปได้   มือของเขาในตอนนี้จับกับอีกฝ่ายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ กระชับแผ่วเบาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน  ลมหายใจเหมือนกับหายไปครู่หนึ่งก่อนจะถูกสูดกลับมาเต็มปอดและผ่อนออกช้าๆ

 

      หลังมือของคนไข้ถูกวางแนบลงบริเวณหน้าผากของตนในตอนนี้  โรลลินส์สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่มาจากมืออีกฝ่าย  เขาหันใบหน้าไปทางรัมโลว์และพร้อมที่จะพูดบางอย่างออกมา

 

     มันเป็นคำง่ายๆ ที่แสดงความรู้สึก… คำง่ายๆ ที่กล่าวออกมายากเสียเหลือเกิน.. ยาก…จนต้องปล่อยให้ล่วงเลยมาหลายปี  และยาก… จนทำให้โรลลินส์ตัดสินใจไม่พูดออกไป.. แต่หากผ่านวันนี้ไปแล้วและเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นจนเขาไม่มีโอกาสได้บอกสักครั้งมันคงจะเป็นสิ่งที่ทำให้เสียใจไปชั่วชีวิต  …

 

     แม้ว่าเพื่อนคู่หูของเขาจะนอนไม่ได้สติอยู่ตรงหน้า…แม้ว่าจะมีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วๆ … แม้จะมีแค่เขาเพียงคนเดียวที่ได้ยิน… แต่แจ็ค โรลลินส์กลับพูดในสิ่งที่เขาเก็บไว้เป็นเวลาเนิ่นนาน…

 

“รัมโลว์….ที่จริงแล้วฉัน…..”

 

 

– END –