[Marvel]Hawkeye: All my life

Standard
Title: All my life
Pairing: Bruce Banner l The Hulk and Clint Barton l Hawkeye
Comics: Civil War II (Marvel Studio)
Writer: Zol Redfox
Note: เรื่องราวช่วง CWII หลังจากที่ยูลิซิสเห็นนิมิตว่าบรูซ แบนเนอร์จะกลายเป็นฮัล์ค เหล่าฮีโร่เลยยกโขยงกันไปหา โดยมีโทนี่ สตาร์ค (Iron man) ไปเพื่อพิสูจน์ว่าบรูซสบายดีแต่แครอล เดนเวอร์ส (Captain Marvel) เชื่อนิมิตว่านิมิตจะเกิดขึ้นเลยต้องการจะจับกุม

 

 

 

บรูซ แบนเนอร์เคยบอกกับคลิ้นท์ บาร์ตันเรื่องที่เขาไม่ได้กลายเป็นเดอะฮัล์คมานานหลายเดือน นั่นเป็นสัญญาณที่ดี แบนเนอร์เหนื่อยมามากพอแล้ว เขาทำการทดลองกับตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก เขาไม่ต้องการทำร้ายใคร เขาไม่ต้องการฆ่าใคร เขาเลือกที่จะฝากภาระอันแสนหนักอึ้งให้กับคลิ้นท์ .. ภาระที่แม้แต่คลิ้นท์เองก็ต้องการปฏิเสธ เหตุผลของบรูซมันมีอะไรมากเกินกว่าที่เขาบอกกับคลิ้นท์ ตาเหยี่ยวผู้ที่ไม่เคยยิงพลาดแม้สักเป้าเดียว

 

“ฉันไม่ได้กลายเป็นฮัล์คมาเกือบปีแล้ว”

 

“โว้ว?! นั่นเยี่ยมไปเลย เป็นสัญญาณที่ดีมาก”

 

บาร์ตันแสดงสีหน้าประหลาดใจ รู้สึกดีใจกับอีกฝ่ายที่ในที่สุดการควบคุมพลังและอารมณ์ก็เหมือนจะเป็นผล เขาคิดว่าวันนี้อาจจะเป็นการถูกเรียกมาเพื่อเป็นการฉลอง แต่แล้วทำไมถึงมีเขาเพียงคนเดียว? บาร์เล็กๆ ที่แสนไม่สะดุดตาแถมสีหน้าของบรูซกลับแฝงไว้ด้วยความสิ้นหวัง มันเป็นความเหนื่อยอ่อนและคลิ้นท์ก็รู้ดีว่าชายตรงหน้าต้องการพักผ่อน

 

แบนเนอร์ล้วงหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋า ปล่อยลงบนโต๊ะที่มีขวดเบียร์ก่อนจะเลื่อนกล่องใบเล็กมาไว้ตรงหน้า เขาเปิดมันออก ของที่บรรจุภายในเป็นสิ่งที่แม้แต่บาร์ตันก็นึกไม่ออกว่าควรจะทำอย่างไรกับมัน วัสดุที่เป็นโลหะขนาดพอๆ กับหัวธนู

 

“นายอยากให้ฉันทำอะไรกับมัน?”

 

คลิ้นท์เลิกคิ้วแสดงความสงสัย เขาภาวนาในใจว่าขอให้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงแต่จากสีหน้าของด็อกเตอร์แบนเนอร์แล้ว.. คงไม่ใช่เรื่องดี

 

“ฉันอยากให้นายฆ่าฉัน”

 

“บรูซ… ฉันจะไม่ฆ่านาย”

 

ตาเหยี่ยวโพล่งขึ้นในทันที แต่บรูซกลับไม่ยอมฟังและยังกล่าวต่อไปราวกับว่าตนไม่ได้ยินสิ่งที่ชายตรงหน้าพยายามพูดบอก เขาต้องมั่นคงและไม่ยอมใจอ่อน เขารู้มาตลอดว่าบาร์ตันเป็นคนอย่างไร ชายผู้ที่น่านับถือ ชายผู้ที่เขาสามารถวางใจได้ นิสัยที่ทำให้บรูซมักจะยอมอ่อนข้ออยู่บ่อยครั้ง บาร์ตันเป็นที่รักของทุกคนรวมถึงตัวเขาด้วย

 

“ถ้าหากฉันกลายเป็นเดอะฮัล์คหรือกำลังจะกลายเป็นเขา แค่เสี้ยววินาทีนั้น.. ฉันอยากให้นายฆ่าฉัน”

 

“ฉันไม่มีวันฆ่านาย บรูซ”

 

“นายจำเป็นต้องทำ”

 

ด็อกเตอร์แบนเนอร์ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรือมุกตลก เขาเหนื่อยมามากพอแล้วและการมอบหน้าที่อันแสนหนักอึ้งนี้ไว้กับคนที่เขาวางใจ คนที่เขาเชื่อใจมากที่สุดอย่างบาร์ตันมันเป็นทางเลือกที่ทำให้บรูซรู้สึกสบายใจ อย่างน้อยชีวิตของเขาก็อยู่ในมือคนที่เขาต้องการฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้ให้.. คลิ้นท์ บาร์ตันไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลย

 

“ทำไมถึงเป็นฉัน…?”

 

ลมหายใจถูกพ่นออกมาแผ่วเบา สายตาของบรูซ แบนเนอร์หลุบต่ำลง เขาอธิบายเหตุผลมากมาย เหตุผลว่าทำไมถึงต้องเป็นคลิ้นท์ ทำไมถึงเป็นคนที่ใกล้ชิดกับเขาแทนที่จะเป็นคนอื่น .. เหตุผลจากวิสัยทัศน์และความเชื่อที่เขามีให้แก่ฮอคอาย ไม่ว่าใครคงไม่ต้องการรับภาระอันแสนหนักอึ้งนี้ไว้ เหตุผลเดียวที่เขามอบให้แก่คลิ้นท์กลับทำให้ตาเหยี่ยวยอมใจอ่อน

 

“ฉันบอกนายไปแล้วคลิ้นท์… ฉันเชื่อนายด้วยชีวิตของฉัน ชีวิตฉันขึ้นอยู่กับนาย… มันเป็นแบบนั้นมาตลอด เป็นแบบนั้นเสมอมาและฉันก็อยากให้นายเป็นคนตัดสินใจว่าเมื่อไหร่มันคือเวลาที่ฉันต้องไปจากนาย… ไปจากทุกคน”

 

“บางที… บรูซ.. บางทีที่นายทำมามันอาจได้ผล การทดลองของนาย มันต้องได้ผล”

 

เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์มุ่นคิ้วเข้าหากัน นัยน์ตาฉายแววผิดหวัง เขารู้สึกผิดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้าใส่เมื่อทราบว่าสักวันหนึ่งเขาจำเป็นต้องยิงลูกดอกใส่คนสำคัญของตัวเอง บรูซ แบนเนอร์

 

“คลิ้นท์ ฉันรู้ว่าฉันเห็นแก่ตัวที่เอาภาระนี้มาให้นาย แต่ถ้าหากชีวิตฉันกำลังจะจบลงฉันก็อยาก…ให้มันเป็นฝีมือนาย… ความรู้สึกสุดท้ายที่ฉันรู้คือมีนายอยู่ใกล้ๆ เสมอ”

 

บาร์ตันลดสายตาลงมองกับโต๊ะ เขาไร้ซึ่งคำพูดตอบใดๆ  รู้สึกพูดไม่ออกและไม่รู้ว่าควรจะกล่าวคำใดกลับไปกระทั่งมือข้างนั้นเลื่อนมาวางแนบลงกับแขนซึ่งวางค้ำกับโต๊ะ สัมผัสผิวกายของตาเหยี่ยวกระทั่งหยุดลงบนข้อมือ บรูซไม่ได้พูดคำใดต่อ พวกเขาใช้เวลาอยู่ตรงนั้นภายใต้ความเงียบ ปล่อยให้บรรยากาศและสายตาบอกความรู้สึกของกันและกัน คลิ้นท์ยกมือขึ้นวางลงบนหลังมือของนักวิทยาศาสตร์ตรงหน้า เขาสบตามองก่อนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

“ฉันจะทำเพื่อนาย และฉันก็ขอให้มันไม่มีวันเกิดขึ้น..”

 

 

 

… หลายเดือนต่อมา

 

“พวกนายมาที่บ้านฉันแล้วกล่าวหาว่าฉันจะทำในสิ่งที่มันยังไม่เกิดขึ้น?!”

 

“บรูซใจเย็นๆ ก่อน”

 

โทนี่ สตาร์คพยายามพูดปลอบชายในชุดเสื้อกาวน์ ชายผู้ที่ทำการทดลองกับตัวเองตลอดมาเพื่อไม่ให้ตนกลายเป็นเดอะฮัล์ค เขายอมรับว่าไม่พอใจกับการกระทำเหล่านี้ เหล่าเพื่อนพ้อง.. การยกเหล่าฮีโร่ทั้งอเวนเจอร์ส เอ็กซ์เม็น อินฮิวเมนและชิลด์มายังที่พักอันแสนห่างไกลจากตัวเมืองของเขา เพื่อขอคำพิสูจน์ว่าตนจะไม่กลายเป็นฮัล์คอีก ความกดดันและหัวข้อถกเถียง บรูซรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง คำพูดที่ไม่มีมูลเหตุ.. ภาพนิมิตที่ยังไม่เกิดขึ้นแต่แครอล เดนเวอร์สกลับเชื่อว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น สิ่งที่แฮงค์ แม็คคอยทำ.. การแฮ็คข้อมูลงานวิจัยของเขา สิ่งที่มาเรีย ฮิลล์ขอให้ทำ การจับกุมตัวเขา.. ส่วนโทนี่… เขาคงไม่ใจเย็นลงถึงแม้ว่าโทนี่จะพยายามปลอบ

 

“ฉันไม่ได้กลายเป็นฮัล์คมาจะครบปีแล้วเพราะงานทดลองของฉัน”

 

“บรูซ?”

 

“แต่พวกนาย.. พวกนายมาที่นี่และพยายามพิสูจน์ว่าฉันจะกลายเป็นเขา อะไรที่ทำให้คิดว่า…..”

 

 

 

CHUCK!!

 

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบแทบจะทันทีเมื่อร่างของบรูซ แบนเนอร์ล้มลงกับพื้นหญ้า ไร้ซึ่งคำพูดกล่าว ไร้ซึ่งลมหายใจ ไร้ซึ่งคำตอบและเหตุผล.. ลูกธนูที่ทะลุผ่านร่างนักวิทยาศาสตร์คนดัง ลูกธนูที่ถูกทำขึ้นด้วยกระบวนการแสนพิเศษ ชายผู้ซึ่งตัดสินใจในชั่ววินาทีที่แววตาของบรูซ แบนเนอร์เปลี่ยนไป เขาโยนคันธนูลงจากต้นไม้ จุดซ่อนตัวของเขาคือบนต้นไม้สูงห่างออกไปจากที่พักของแบนเนอร์ สายตาอันเฉียบคมของเขาสามารถมองเห็นได้ในมุมมองแบบตาเหยี่ยว…คลิ้นท์ บาร์ตัน… ฮอคอายกำลังรอถูกควบคุมตัว

 

สีหน้าของคลิ้นท์ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดมากนักนอกจากความรู้สึกผิด เขาถูกคุมตัว เขาคิด.. คิดว่าตนจะสามารถยืนอยู่ตรงหน้าของบรูซได้แต่เมื่อเห็นร่างอีกคนนอนอยู่บนพื้นเข่าทั้งสองข้างกลับอ่อนฮวบจนล้มลงไปนั่งในทันที คลิ้นท์ไม่อาจปริปากพูดตอบได้ เขาพูดไม่ได้.. ในตอนนี้เขาไม่สามารถตอบได้ หยาดน้ำตาไหลรินออกจากนัยน์ตาคู่สวยทั้งสองข้าง ตาเหยี่ยวที่มองทุกสิ่งได้อย่างคมชัดและไม่เคยผิดพลาด เขาไม่อยากพูดตอบอะไรทั้งสิ้น แค่ขอได้ใช้เวลาอยู่ใกล้กับบรูซ แบนเนอร์อีกสักครู่หนึ่งเท่านั้น..

 

 ‘บรูซ.. ฉันขอโทษ.. ’

 

 

 

ร่างของฮอคอายถูกหิ้วส่งไปยังห้องคุมขัง เขาต้องถูกสอบสวนและขึ้นศาลเพื่อหาคำตอบจากเรื่องทั้งหมดนี้ หลายชั่วโมงหลายวันที่คลิ้นท์ทนอยู่กับตัวเอง ความเกลียดชังที่เขามอบให้กับตัวเอง ไม่จำเป็นต้องให้ใครมามอบให้.. เขาผิดหวังกับเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกคืน พร่ำบอกกับตัวเองว่า ‘ฉันขอโทษ บรูซ..’

 

หลายคนถูกขึ้นไปเป็นพยานให้แก่ศาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งโทนี่ สตาร์คและแครอล เดนเวอร์สผู้เป็นสาเหตุของเรื่อง สตาร์คไปที่นั่นเพื่อพิสูจน์ว่าแบนเนอร์สบายดีไม่ได้เป็นไปตามนิมิตที่แครอลเชื่อพวกเขาให้การตามความจริงที่พวกเขาเชื่อและรู้สึก… ส่วนบาร์ตัน คำถามที่เขาได้รับเป็นคำถามที่ทุกคนต้องการทราบทั่วทั้งมุมโลก เหตุผลที่เขาฆ่าดร. บรูซ แบนเนอร์

 

“ดร.แบนเนอร์วางใจให้ผมจัดการเขา …. บรูซ… ”

 

คลิ้นท์ทิ้งช่วงพูดไปครู่หนึ่ง สูดหายใจเข้าและพยายามอดกลั้นอารมณ์ไม่แสดงความอ่อนแอให้แก่ใครได้เห็นอีก แต่สีหน้าและแววตาของเขายังเจือด้วยความรู้สึกผิดและความเศร้าโศกอยู่ตลอดเวลา

 

“สายตาที่ผมมองอะไรต่างๆ มันแตกต่างจากที่คนอื่นมองเห็นนั่นเป็นเหตุผลที่ผมไม่เคยพลาด เหตุผลว่าทำไม ดร.แบนเนอร์ถึงวางใจให้ผมเป็นคนจัดการเขา”

 

ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ รอฟังคำพูดอธิบายของอเวนเจอร์คนดังอย่างฮอคอาย

 

“เสี้ยววินาทีที่พวกเขากำลังถกเถียง แค่เสี้ยววินาทีนั้นที่ผมเห็นประกายสีเขียวในแววตาของบรูซ แบนเนอร์ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจ”

 

เสี้ยววินาทีที่บาร์ตันเลือกปลิดชีพเพื่อนคนสนิท ชายผู้เป็นหลายๆ สิ่งสำหรับเขา.. ชายผู้ที่เคยใช้เวลาร่วมกันมาไม่ว่าจะเป็นในร่างของบรูซ แบนเนอร์หรือเดอะฮัล์ค ทุกครั้งคือคลิ้นท์ บาร์ตันนี่เองที่คอยกล่อมให้แบนเนอร์ใจเย็น แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป บรูซสิ้นหวังและบางทีบรูซอาจจะไม่สามารถได้ยินเสียงของบาร์ตันที่คอยขับกล่อมได้อีกแล้ว นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองด้วยฝีมือของนกน้อยที่อยู่เคียงข้างกับเขาเสมอมา

 

 

“ดร.แบนเนอร์ เชื่อผมด้วยทั้งชีวิตของเขา เหมือนที่ผมเชื่อเขาด้วยทั้งชีวิตของผม”

 

 

Advertisements

[Marvel]Iron Man: Coffee or Tea? (1)

Standard
Title:  Coffee or Tea? (1)
Pairing:  Victor Von Doom and Tony Stark
Comics: Invincible Iron Man (Marvel Studio)
Writer: Zol Redfox

 

 

Note : กิจกรรม Week 9 ของ 

 

It’s not a question about do you prefer [Coffee] or [Tea]?

 

It’s about [Red] or [Green]?

 

 

Part 1: Red
‘โทนี่ สตาร์ค’  ซุปเปอร์ฮีโร่ชื่อดัง นักวิทยาศาสตร์สุดชาญฉลาด ชายผู้ซึ่งรวยเป็นมหาเศรษฐี ชายผู้ที่ใครๆ ต่างรู้จักกันในนาม ‘Iron Man’.. เขามีอีกหลายชื่อที่ถูกกล่าวขาน แต่ไม่ว่าจะชื่อใดในตอนนี้ก็คงไม่มีความหมายกับชายตรงหน้าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตัวสบาย ถือแก้วกาแฟพร้อมกับก้มมองตัวหนังสือบนหน้ากระดาษซึ่งกางอยู่บนโต๊ะ

 

ภายในร้านอาหารแสนเรียบง่ายโทนี่ สตาร์คไม่นึกเลยว่าชายผู้นี้จะมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ชายในชุดสูทเรียบหรูดูมีภูมิฐานและราคาแพง แน่นอนว่าโทนี่พูดกับตนเองในใจอยู่หลายครั้งว่า ‘He really looks good. I mean he looks good.’ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดโทนี่กลับจดจ้องบุรุษตรงหน้า คอยสังเกตอากัปกิริยาราวกับกำลังจับผิด

 

สำหรับใครหลายคนที่พบเจอกับชายผู้นี้เป็นครั้งแรกคงได้แต่ทึ่งในรูปลักษณ์และใบหน้าที่แสนคมเข้ม ครั้งแรกที่โทนี่พบกับเขา เขาถึงกับพูดไม่ออก ใครจะไปรู้ว่าบุรุษในชุดเสื้อสูทคล้ายกับหลุดออกมาจากอีกยุคนั้นจะเป็นชายคนนี้ไปได้..  ใครจะจดจำน้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยไปได้มากกว่าเขา… ชายผู้ที่เขาไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะได้มีวันเห็นสภาพนี้ ชายผู้ที่มักจะสวมใส่ชุดเกราะและผ้าคลุมสีเขียว  ใบหน้าซึ่งเคยถูกปกปิดด้วยหน้ากากโลหะ แววตาที่เคยมองผ่านกรอบสี่เหลี่ยมนั้น ในตอนนี้กลับถูกปลดเปลื้องออกจนหมดสิ้น

 

ใครจะรู้ว่าบุรุษตรงหน้าของโทนี่ สตาร์คนั้นคือจอมวายร้ายส่งตรงจากประเทศลัตวีเรียนามว่า ‘Doctor Doom’ หรือที่รู้จักกันในนามของ ‘วิคเตอร์ วอน ดูม’

 

แม้ในตอนนี้พวกเขาทั้งสองจะนั่งอยู่ในร้านมาเกือบชั่วโมงแต่วิคเตอร์ วอน ดูมกลับไม่ได้กล่าวพูดคำใดที่สื่อถึงประเด็นหรือหัวข้อที่เขาต้องการเลยแม้แต่น้อยจะมีก็แต่หัวข้อสนทนาแสนเรื่อยเปื่อยจากข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ การที่จอมวายร้ายอย่างดูมมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเขาเช่นนี้โทนี่ทราบอยู่แก่ใจว่าอีกคนคงต้องการบางสิ่งจากเขา

 

“นายนั่งจ้องฉันอยู่แบบนั้นมาหลายนาทีแล้วสตาร์ค”

 

เสียงทุ้มนุ่มถูกเปล่งขึ้นในท้ายที่สุด แก้วกาแฟถูกยกขึ้นจรดกับริมฝีปาก สัมผัสกลิ่นและรสชาติที่ได้รับจากเมล็ดกาแฟ สายตาของวิคเตอร์ยังคงถูกดึงดูดความสนใจด้วยตัวอักษรบนหน้าหนังสือพิมพ์

 

“ฉันกำลังจะพูดแบบเดียวกัน นายเอาแต่นั่งจ้องหนังสือพิมพ์มาหลายนาทีแล้วตกลงนายต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ดูม?”

 

“แค่มาทานมื้อเช้ากับกาแฟสักแก้ว ได้อ่านข่าวแล้วหรือยังสตาร์ค หุ้นสตาร์คจะตก”

 

“ว่าไงนะ!??”

 

โทนี่ดึงหนังสือพิมพ์บนโต๊ะเข้าหาตัว ไม่ใช่ว่าเขาจะดูข่าวเรื่องหุ้นหรือเศรษฐกิจแต่เขาแค่ต้องการดึงให้พ้นๆ สายตาของวิคเตอร์จะได้เข้าบทสนทนาจริงๆ จังๆ กันเสียที กระดาษหนังสือพิมพ์ถูกขยำกลายเป็นก้อนยับยู่ยี่แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ดูมกลับยกยิ้มแล้วหันมาสนใจมื้ออาหารเช้าตรงหน้าแทน ทำราวกับไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไร บางทีวิคเตอร์ ดูมอาจกำลังปั่นหัวสตาร์คอยู่ก็เป็นได้

 

“ถ้านายยังไม่พูดฉันจะไปแล้ว”

 

เมื่อสิ้นสุดประโยคสตาร์คจึงยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขยับตัวหลบกับขอบโต๊ะแต่กลับถูกขัดขึ้นด้วยเสียงที่คล้ายจะเป็นการออกคำสั่ง ‘Sit down, Stark. I said sit.’ โทนี่ขมวดคิ้ว อาจจะคล้ายกับทำหน้ามุ่ยออกมา .. ‘What’s wrong with him? Grr!!! I wanna hit his face! I will, I swear!!’ ถึงจะบ่นอะไรในใจมากมายแต่สุดท้ายเขากลับปล่อยตัวลงไปนั่งอีกครั้งจนได้

 

“นายมีปัญหาอะไรกันแน่? บอกเลยนะว่าฉันจะไม่เชื่อนายอีกแล้วดูม”

 

“ครั้งก่อนมันเป็นอดีต เชื่อสิว่าตอนนี้คือฉันคนใหม่ ”

 

“สิ่งสุดท้ายที่ฉันจะเชื่อคือคำพูดของนาย”

 

ครั้งสุดท้ายที่โทนี่ สตาร์คเชื่อวิคเตอร์ วอน ดูม อย่าให้เขาได้เล่าเลย..ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะชกหน้าจอมวายร้ายอีกสักหลายๆ หน เรื่องนั้นมันเลวร้ายอย่างแสนสาหัส หากให้วัดระดับความเลวร้ายโทนี่คงจะเลือกร้อยเต็มสิบ แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ต่อยหน้าดูมระบายความอัดอั้นไปแล้วแม้พวกเขาจะต่างอยู่ในชุดเกราะก็ตาม

 

“ถ้าแบบนั้น…นี่คือสิ่งสุดท้ายที่นายควรจะเชื่อเพราะตอนนี้เรา ‘จำเป็น’ ต้องมีกันและกัน ฉันกับนายควรจะช่วยระวังหลังให้กัน เชื่อสิว่ามันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ดูมต้องการ”

 

“นี่ฉันหูแว่วหรือนายกำลังพูดว่าเรา ‘ควร’ มีกันและกัน?”

 

“ฉันพูดว่าเรา ‘จำเป็น’ ต้องมีกันและกัน”

 

วอน ดูมเน้นย้ำคำพูดนั้นอีกครั้ง การที่เขาพูดขึ้นว่าสิ่งนี้จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ตนต้องการมันไม่ใช่เรื่องผิดแม้แต่น้อย ด้วยนิสัยหยิ่งทะนงและยกตนสูงกว่าใครอื่น วิคเตอร์ วอน ดูมไม่เคยก้มหัวให้ใครและจะไม่ยอมขอความช่วยเหลือหรือยื่นมือไปช่วยใครอื่นหากว่าตนไม่ได้รับผลประโยชน์ เรียกว่าเขาเป็นจอมวายร้ายที่มากด้วยแผนการและเล่ห์เหลี่ยมไม่ต่างจากเพื่อนสนิทชาวแอสการ์เดี้ยนเลยแม้แต่น้อย

 

คำพูดที่พยายามเน้นย้ำของดูมทำให้สตาร์คต้องแสดงสีหน้าประหลาดใจ เขาเลิกคิ้วแสดงท่าทีสงสัย กับคำว่า ‘ควร’ และ ‘จำเป็น’ ดูมถึงกับเน้นย้ำมากเพียงนี้เชียวหรือ? ชายผู้นี้จะต้องมีบางสิ่งแอบแฝงอยู่อีกเป็นแน่ หากการที่ดูมมาขอความช่วยเหลือและยื่นข้อเสนอเล็กๆ ด้วยการบอกว่าควรระวังหลังให้กันมันคงจะเป็นเรื่องใหญ่และแน่นอนว่ามันจะต้องเป็นเรื่องเดียวกับที่โทนี่กำลังทำอยู่

 

“ต้องการฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอดูมซี่? รู้ไหมค่าตัวฉันแพงมากนะ”

 

เมื่อเห็นว่าโทนี่ สตาร์คดูจะเริ่มโอนอ่อนให้แก่เขา มุมปากของดูมจึงกระตุกยิ้มในทันที ปากพูดปฏิเสธเสียเต็มประดาแต่สุดท้ายกลับหลงเชื่อคนอย่างวิคเตอร์ ดูมอีกจนได้ ดูมอยากจะหัวเราะออกมาเสียจริง

 

“ค่าตัวนายคงถูกลงตอนหุ้นตก”

 

“เฮ้? นี่พอออกจากชุดเกราะได้ก็ปากเสียใส่เลยรึไง? ใครเติมออพชั่นปากเสียให้นายตอนถอดเกราะ?”

 

“ฉันพูดแล้วว่านี่คือฉันคนใหม่ วิคเตอร์ วอน ดูมคนใหม่”

 

“รู้ไหมฉันชอบนายคนเก่ามากกว่า”

 

โทนี่กลอกตาพร้อมกับส่งเสียงแสดงความหน่าย ที่เขาบอกว่าชอบดูมคนเก่าคงเพราะดูมในตอนนั้นไม่ได้แสดงสีหน้าให้เขาได้เห็นหรือรับรู้ มีเพียงเสียงก้องกังวานและบรรยากาศที่คอยข่มให้รู้สึกกดดัน พอมาเป็นแบบนี้เขาเลยรู้สึกไม่คุ้นชิน แถมเห็นสีหน้าและท่าทางอีกคนอย่างชัดเจนเสียด้วย พอต้องมาประจันหน้ากันแบบนี้หากเป็นคนอื่นเขาคงรับมือได้ง่ายแต่พอต้องมาเห็นรอยยิ้มเห็นสีหน้าของดูม เขารู้สึกไม่คุ้นเอาเสียเลย.. รู้สึกแปลกอยู่ลึกๆ จนไม่ค่อยอยากจ้องมอง

 

“ถ้านายชอบฉันคนเก่าฉันก็จะทำให้นายชอบฉันคนใหม่คนนี้อีกคน”

 

“ไม่ต้องพยายามนักก็ได้ดูมซี่ ยังไงฉันก็ไม่มีทางชอบนาย…”

 

ประโยคนั้นไม่ได้สิ้นสุดเท่าที่สตาร์คกล่าวให้วอน ดูมฟังเพราะแท้จริงแล้วโทนี่ สตาร์คยังมีประโยคสั้นๆ ต่อท้ายเพื่อบอกเตือนกับตัวเองในใจ ‘..because I like you. I always like you.’

 

“เราควรจะมาคุยเรื่องจริงๆ จังๆ กันได้แล้วสตาร์ค เรื่องระหว่างฉันกับนาย”

 

“ฟังดูโรแมนติคเหมือนกำลังพูดว่าเรื่องระหว่างเรา”

 

วิคเตอร์ส่งเสียงหัวเราะขึ้นจมูก สายตาจดจ้องไปยังโทนี่ สตาร์คพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากของตน รอยยิ้มนั้นทำให้โทนี่รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ.. ให้มานั่งมองดูมที่ไม่มีชุดเกราะแบบนี้ไม่ดีเอาเสียเลย

 

“เริ่มจากเรื่องแรก..”

 

“กาแฟหรือชา?”

 

สตาร์คพูดขัดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม เขาทราบดีว่าดูมไม่ชอบให้ใครมาขัดจังหวะถึงออกตัวแทรกไปแบบนั้นเพื่อขอเอาคืนบ้าง เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดีแต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่สะเทือน

 

“กาแฟ.. แล้วนายล่ะสตาร์ค?”

 

“นายรู้ใจฉันอยู่แล้วเพราะงั้นก็ช่วยเลือกให้ฉันหน่อยและอย่าทำให้ฉันผิดหวังนะวิคเตอร์”

 

 

 

“Coffee.”

 

invincible-iron-man-2015-004-015.jpg