[Marvel]Fantastic Four : Bedtime

Standard

Title : Bedtime
Paring : Valeria Richards and Victor Von Doom
(Doctor Doom)
Comics : Fantastic Four (Marvel Studio)
Writer : Zol Redfox

หลายคนเข้าใจว่า วิคเตอร์ วอน ดูม คือ วายร้ายตัวฉกาจของจักรวาล
หลายคนเข้าใจว่า วิคเตอร์ วอน ดูม คือ ผู้ชายซึ่งสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตนต้องการ
หลายคนเข้าใจว่า วิคเตอร์ วอน ดูม คือ ผู้ที่ต้องการเป็นพระเจ้า
แต่หลายคน.. ไม่มีโอกาสได้เห็นตัวตนของ วิคเตอร์ วอน ดูม ในรูปแบบอื่น
ด็อกเตอร์ดูมคือผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งซึ่งพยายามไขว่คว้าสิ่งที่ตนถูกดูแคลน เหตุผลมากมายสำหรับดูมแสดงออกมาเพียงคำคำเดียว ‘พระเจ้า’
ทำไมเขาจึงต้องการเป็นพระเจ้า? ทำไมเขาถึงมองเห็นมนุษย์ในแบบที่แตกต่างจากคนอื่น? ทำไมเขาจึงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ? แต่ทำไมเขาถึงรักประชาชนของลัตวีเรีย? ทำไมเขาถึงรักผู้หญิงคนหนึ่งได้เช่นเดียวกับผู้ชายทั่วไป? หากใครมองว่าดูมคือปีศาจ  วอน ดูม คงไม่ปฏิเสธเพราะนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการให้ทุกคนได้รับรู้ พลังและอำนาจที่สามารถควบคุมได้ด้วยมือสองข้างของดูม
นานมากแล้วที่ด็อกเตอร์ดูมไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่ นั่นผ่านมานานจนตัวเขาเองก็ไม่อาจนึกออก ทุกสิ่งรอบตัวมีเพียงความมืดมิด  ความมุมานะ ความริษยาและความถือตัว  วิคเตอร์เป็นผู้ชายที่ถูกแปะฉลากไว้ตั้งแต่ต้นว่าเป็นวายร้ายและเมื่อใครเห็นต่างต้องยำเกรงและหวาดกลัว
พวกเขาไม่เคยได้เห็นอีกมุมของผู้ชายคนนี้ .. พระราชาผู้ปกครองประเทศลัตวีเรีย เขารักลัตวีเรียและประชาชนมากกว่าสิ่งใด เหตุผลนั้นอาจเพราะทำให้รู้สึกว่าตนมีอำนาจ แต่สิ่งสิ่งเดียวที่วิคเตอร์ วอน ดูมรักและยอมได้ไม่ว่าจะเป็นเมื่อใดนั่นก็คือเด็กหญิงตัวน้อยๆ นามว่า ‘วัลเลเรีย ริชาร์ดส์’ ลูกสาวคนเล็กของรี้ด ริชาร์ดส์และซูซาน สตอร์ม
วิคเตอร์ตกหลุมรักเด็กหญิงตั้งแต่เกิด ร่างเล็กๆ ที่ถูกอุ้มอยู่ในอ้อมกอดของดูม ไม่มีครั้งใดที่เขารู้สึกอบอุ่นและรักใคร่ได้เท่ากับครั้งนี้ เขาบอกกับตัวเองว่าจะไม่ให้เด็กสาวคนนี้เป็นอะไรไปตราบใดที่ดูมยังมีชีวิตอยู่ และเขาก็ได้มอบชื่อแสนวิเศษให้กับเธอ.. ชื่อของผู้หญิงคนสำคัญที่จากไปนานแสนนาน ‘วัลเลเรีย’
เหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นก่อนที่วัลเลเรียจะเกิด สิ่งที่ดูมทำคือการช่วยเหลือ.. อย่างไรก็ตามไม่ว่าด้วยเหตุผลใดในตอนนี้ เด็กสาวตัวน้อยๆ คนนี้.. คือคนของด็อกเตอร์ดูม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เขาเฝ้ามองวัลเลเรียเติบโต จากเด็กทารกที่อยู่ในอ้อมกอดกลายมาเป็นเด็กหญิงตัวเล็กที่นั่งเล่นอยู่ภายในบ้าน ดูมหาเหตุผลให้กับตัวเองว่าทำไมวัลเลเรียจะต้องอยู่กับริชาร์ดส์ตลอดเวลา แม้มิสเตอร์แฟนแทสติกจะคือพ่อแต่ลูกสาวที่ไม่ได้ถูกดูแลตลอดเวลาก็ควรได้รับการเอาใจใส่จากเขา
วิคเตอร์ไม่ปฏิเสธว่าความสัมพันธ์ของเขากับรี้ดไม่ค่อยดีนักพวกเขาทั้งสองเปรียบเสมือนกระจกซึ่งสะท้อนกันและกันการแสดงออกของดูมค่อนข้างจะแสดงให้ผู้คนรับรู้แตกต่างจากรี้ดที่เก็บไว้ภายในส่วนลึกของจิตใจ ซึ่งเหตุผลนี้อาจเป็นคำตอบว่าทำไมวัลเลเรีย ริชาร์ดส์จึงรักดูมไม่ต่างจากพ่อของเธอ.. พวกเขาทั้งสองคนต่างเติมเต็มกันและกันโดยไม่รู้ตัว
วัลเลเรียมีโอกาสได้ไปอยู่ที่ลัตวีเรียบ่อยครั้ง เธอไปอย่างเต็มใจและวิคเตอร์ก็แสดงออกให้หลานสาวเห็นว่าตนนั้นดีใจเช่นกันที่เธอชอบลัตวีเรีย … ทุกสิ่งที่ดูมทำคือการตามใจเด็กหญิงคนนี้แม้เขาจะทำเช่นนั้นแต่วัลเลเรียก็ไม่ได้เติบโตมาเป็นเด็กเอาแต่ใจ การที่มีพ่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ทำให้เธอได้กรรมพันธุ์มาเต็มๆ .. ความเฉลียวฉลาดและช่างสังเกต เธอเป็นอัจฉริยะตัวน้อยๆ ที่ทำให้วิคเตอร์ ดูม ภูมิใจ แม้ว่าเด็กหญิงจะเก่งเกินเด็กทั่วไปแต่เธอก็ยังคงเป็นเด็กอยู่ดี
“Uncle Victor, why you are still here?”
เจ้าของชุดเกราะสีเงินอร่ามซึ่งถูกปกคลุมด้วยผืนผ้าสีเขียวหันใบหน้ามายังต้นเสียงที่เอ่ยทัก เด็กหญิงตัวเล็กผมบลอนด์ทองกำลังยกหลังมือขึ้นขยี้เปลือกตา เธอแสดงท่าทางงัวเงียอย่างเห็นได้ชัด
“You must go to sleep, Valeria.”
“But you don’t.”
“I’m not a child like you, young lady. Children get  a good night’s sleep.”
“I want a good night’s sleep but you’re still here. I’ll sleep when you sleep, Uncle Victor.”
คำตอบของวัลเลเรียทำให้ดูมส่ายใบหน้าแผ่วเบา เด็กหญิงในชุดนอนสีฟ้าเดินเข้ามาใกล้ชายร่างใหญ่ซึ่งอยู่ในชุดเกราะ เธอยกมือเล็กขึ้นจับโลหะสีเงินที่ปกคลุมมือของอีกฝ่าย กระชับไว้แน่นพร้อมกับดึงเบาๆ
“It’s time to sleep. Tomorrow will be back to work.”
“Doom demands you to go to bed but it’s not work because it’s you.”
“You know that then.. come here, Uncle Doom.”
วัลเลเรียคลี่ยิ้มน้อยๆ เธอมักจะชนะดูมอยู่เสมอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความสามารถในการชักจูงคนหรือเป็นเพราะดูมให้ความเอ็นดูเด็กหญิงมากกว่าใครอื่น แต่ที่แน่ๆ .. หากไม่มีข้อตกลงดีๆ สักข้อดูมจะไม่ยอมทำตาม
วิคเตอร์จูงเด็กหญิงตัวน้อยไปตามทางเดินเงียบสงัด แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างวาบเมื่อเดินผ่าน พวกเขาทั้งสองใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงห้องนอนเป็นที่เรียบร้อย มือซึ่งถูกปกปิดด้วยโลหะคลายออกเป็นสัญญาณบอกแก่วัลเลเรียว่าถึงเวลาที่เธอต้องขึ้นเตียงนอน
วัลเลเรีย ริชาร์ดส์ไม่ปฏิเสธ เธอทราบอยู่เต็มอกว่าชายผู้นี้จะต้องกลับไปทำงานเมื่อเธอนอนหลับ คงจะห้ามไม่ได้ เช่นเดียวกับที่เธอเคยบอกกับพ่อ ทั้งสองคนไม่ได้แตกต่างกันมากนัก มุมานะทำงานเพื่อให้ตนรู้สึกพึงพอใจ.. เด็กหญิงปฏิเสธไม่ได้เลย ในตอนนี้อย่างน้อยขอให้ได้อยู่ด้วยกันกับดูมอีกสักพักก็พอ
“Good night, Uncle Victor”
เธอเอ่ยแผ่วเบา ผืนผ้าห่มถูกเลื่อนขึ้นมาชิดแนบอกโดยการกระทำของดูม มือหนาวางลงสัมผัสเรือนผมสีบลอนด์ทองอย่างนุ่มนวล นัยน์ตาที่จ้องมองเด็กหญิงแฝงไว้ด้วยความรู้สึกมากมาย ไร้ซึ่งความเกลียดชัง ไร้ซึ่งความริษยา มีเพียงความรู้สึกอื่น.. ความรู้สึกที่หลายคนไม่เคยได้สัมผัส กระนั้นแล้วยังคงเปี่ยมด้วยอำนาจ
“Valeria”
“Yes?”
วิคเตอร์ผ่อนลมหายใจแผ่วเบา แต่กลับได้ยินชัดเจนเมื่อลอดผ่านชุดเกราะ เขาปล่อยตัวลงนั่งบนเตียงแล้วเงียบไป
“…?”
เด็กหญิงแสดงสีหน้าสงสัยแต่ไม่นานเธอกลับยิ้มแล้วหลับตาลงนอน ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดตอบของด็อกเตอร์ดูมเธอก็แทบจะเข้าใจทั้งหมดแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าเธอเก่งแต่เป็นเพราะเธอเข้าใจและเชื่อมั่นในตัวชายคนนี้
“Good night, Valeria.”

[SabreWolf]Parallel

Standard

Title : Parallel
Paring : James ‘Logan’ Howlett l Wolverine / Victor Creed l Sabretooth
Comics : Wolverine (Marvel Studio)
Writer : Zol Redfox

Note : กิจกรรม Week 16 ของ 

 

 

 

‘เส้นตรง’ คือจุดหลายๆ จุดเชื่อมต่อกันจนเกิดเส้นเส้นหนึ่ง
เส้นแนวนอน เส้นแนวตั้ง เส้นแนวขวาง เส้นตะแคง
แต่สำหรับ ‘เส้นขนาน’ แล้วนั้น เส้นขนานคือเส้นตรงสองเส้น
ที่ห่างกันด้วยระยะทางที่เท่ากันตลอดแนวเส้น
หากให้เปรียบเทียบแล้วล่ะก็คำว่าเส้นขนานคงไม่ต่างจากชีวิตของ
‘วูล์ฟเวอรีน’ และ ‘เซเบอร์ทูธ’ เลย

 

         ชีวิตของผู้ชายสองคนซึ่งแตกต่างราวกับฟ้าและเหว วูล์ฟเวอรีนเป็นที่ยอมรับจากใครหลายคน เขามีครอบครัว เขามีพวกพ้องมิวแทนท์ มีคนรักมากกว่าคนเกลียดชังในทางทฤษฎี.. ด้วยเหตุผลเดียวคือคำว่า ‘ฮีโร่’ สำหรับเซเบอร์ทูธซึ่งไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างวูล์ฟเวอรีน เรื่องราวในอดีตเป็นแรงผลักดันทำให้เขาเติบโตขึ้นในแบบที่เป็นอยู่…  ‘วายร้าย’

 

         พวกเขาทั้งสองไม่มีทางเข้าใจตัวตนและบทบาทกันและกันเลยแม้แต่น้อย วูล์ฟเวอรีนหรืออีกชื่อหนึ่ง ‘โลแกน’ เคยถามกับตัวเองหลายครั้งว่าความชิงชังที่วิคเตอร์ ครีดมีให้กับตนเป็นเพราะเหตุผลใด? ทำไมชายคนนี้ถึงยึดติดกับตัวเขามากกว่าคนอื่น ทำไมถึงทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่าใครคนอื่น เมื่อใดที่มีความสุข.. เซเบอร์ทูธจะเข้ามาทำลายมันจนย่อยยับ เหลือไว้เพียงบาดแผล เหลือไว้เพียงความเจ็บปวด ความโกรธแค้นของวูล์ฟเวอรีน

 

         เหตุผลของวิคเตอร์ ครีดคงไม่ต่างจากการเป็นคู่ปรับตัวฉกาจ ทำไมเขาจึงต้องตามตัววูล์ฟเวอรีนอยู่แบบนี้? ทำไมเขาถึงยึดติดกับมิวแทนท์ร่างเล็กคนนี้มากกว่าใครอื่น ยิ่งทำลายชีวิตอันแสนสงบสุขของโลแกนเขากลับยิ่งมีความสุข ความสุขที่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายเกลียดชังตนมากเพียงใด เขาต้องการถูกเกลียดมากกว่าถูกรัก ต้องการให้วูล์ฟเวอรีนบรรดาลโทสะและฮึดสู้กับเขามากกว่าใครอื่น

 

         โลแกนเคยคิดว่าเรื่องทุกอย่างจะจบลงเมื่อครีดตายจากไป เขารู้สึกได้.. เขารับรู้ได้ถึงวินาทีที่คมดาบมุรามาสะฟาดฟันลงบนมัดเนื้อของเซเบอร์ทูธ กล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งถูกสะบั้นจนขาด.. ไร้ซึ่งพลังฟื้นตัว วูล์ฟเวอรีนไม่เคยนึกว่าสิ่งนี้จะได้ผลกระทั่งเห็นด้วยตาตัวเองเช่นเดียวกับเซเบอร์ทูธ เขาไม่เคยนึกว่าพลังฟื้นตัวจะไม่สามารถใช้งานได้อีกเมื่อต้องเจอคมดาบของมุรามาสะ

 

         วินาทีที่มุรามาสะสะบั้นลำคอวิคเตอร์ ครีดจนขาดกระเด็นคือวินาทีที่โลแกนเผลอคิดไปชั่ววูบว่าชีวิตของตนจะกลับมาสงบอีกครั้ง  โลหิตสีแดงฉานซึ่งสาดกระเซ็นไปทั่วผืนหิมะสีขาวโพลนเด่นชัดมากกว่าครั้งใดที่เคยได้พบเห็น .. จบลงตรงนี้ เรื่องราวระหว่างวูล์ฟเวอรีนและเซเบอร์ทูธ.. ครั้งนั้น.. คือครั้งสุดท้ายที่วูล์ฟเวอรีนได้พบหน้าเซเบอร์ทูธ แต่นั่นกลับไม่ใช้ท้ายที่สุด

 

         การปรากฏตัวของวิคเตอร์ ครีดหลังจากที่เขาได้สะบั้นคอไปแล้วสร้างความตื่นตะลึงให้กับโลแกนมากกว่าเรื่องอื่นๆ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? เซเบอร์ทูธตายไปแล้วอย่างแน่นอน.. ไม่มีผู้ใดสามารถรอดพ้นจากดาบมุรามาสะได้เขามั่นใจ.. แม้ว่าเขาจะทราบถึงเหตุผลและคำตอบของเรื่องราวหลังจากนี้แต่กลับสายเกินไป  วิคเตอร์ ครีดกลับมามีชีวิตอยู่บนโลกได้อีกครั้งเสียแล้ว

 

         จากความชิงชังที่มีให้แก่วิคเตอร์ ครีด ความคิดของโลแกนค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปทีละน้อย หากว่าตนสามารถทำให้ชายคนนี้กลายเป็นฮีโร่ได้แล้วล่ะก็คงเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจสำหรับตัวเซเบอร์ทูธเอง  ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นสัตว์ป่า.. สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่มาพร้อมกับการกลายพันธุ์คงไม่แตกต่างจากครีด มีเพียงสิ่งเดียวที่พวกเขาทั้งสองแตกต่างกันคือครีดใช้ชีวิตดังเช่นสัตว์ป่า แต่สำหรับโลแกนเขาใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาทั้งสองไม่สามารถเข้าใจกันได้ เส้นทางที่พวกเขาเลือกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและไม่มีวันบรรจบกัน.. ไม่มีทางที่จะมาหยุดอยู่ที่จุดเดียวกันได้

 

         หากว่าสักวันหนึ่งสิ่งที่โลแกนพยายามบอกกับครีดเป็นผลสำเร็จมันคงดีไม่น้อยเลย.. มันคงจะดีหากว่าผู้ชายคนนั้นหยุดฆ่าอย่างไร้เหตุผล หยุดที่จะทำลายชีวิตนับร้อยนับพันนั้นเสียที ยิ่งนึกถึงอดีตที่ผ่านมายิ่งทำให้ต้องทบทวน.. ครีดชิงชังเขาหรือความรักกันแน่ ทุกครั้งที่เขามีความรักครีดมักจะทำลายจนย่อยยับ.. วันเกิดในทุกๆ  ปีของเขาครีดมักจะทำลายจนป่นปี้ ปลิดชีพหญิงสาวที่เขารักมากที่สุดสร้างความแค้นและความเกลียดชังมากขึ้นในทุกๆ ปี ด้วยเหตุผลใด? โลแกนไม่เข้าใจและไม่คิดจะเข้าใจ.. สิ่งเดียวที่เขาเข้าใจคือเรื่องเหล่านี้ควรจะจบลงได้เสียที

 

แต่กลับไม่นึกเลยว่าสิ่งที่ทำให้วิคเตอร์ ครีดหยุดการกระทำเหล่านั้น
สิ่งที่ทำให้วิคเตอร์ ครีดเปลี่ยนแปลงตัวเองคือความตายของวูล์ฟเวอรีน
         ความตายที่เซเบอร์ทูธพร่ำบอกว่าจะเป็นผู้ปลิดชีพด้วยตัวเอง..
แต่เมื่อเหตุการณ์นั้นมาถึงแม้ครีดจะบอกใครต่อใครว่าตนมีความปลื้มปิติ
แต่ความจริงนั้นเขากลับรู้สึก ‘คิดถึง’
ราวกับว่าวูล์ฟเวอรีนคือทั้งหมดของชีวิตเขา

 


 

         เรารักเซเบอร์ทูธกับวูล์ฟเวอรีนครับ คู่ที่ไม่ใช่รัก..แต่เป็นความเกลียดชังล้วนๆ ถึงจะบอกว่าเกลียดชังแต่ว่าคนที่น่าตีมากที่สุดก็คือตัววิคเตอร์ ครีดเอง อยากให้เขาเกลียด อยากสู้กับเขาแต่นอนละเมอถึงโลแกนนี่คืออะไร.. มีแต่คิดถึงมีแต่คิดถึง อยู่ทุกครั้งที่มองดาว #…
         ยิ่งตอน Death of Wolverine ปากบอกฉันแฮปปี้มาก ฉันดีใจที่ Runt ตายไปเสียที แต่สุดท้ายกลับคิดถึงเขา ทำไม.. คืออะไร Love-Hate หรือครับวิคเตอร์
      ปล. ถ้ามีโอกาสคิดว่าคงได้เขียนเวอร์ชั่นมูฟวี่เหมือนกันครับ

[FIC]Captain America WS : Last Night

Standard

 

 

Title : Last Night
Paring : Jack Rollins + Brock Rumlow
Movie : Captain America : The Winter Soldier 
Writer : Zol Redfox

 

 

     มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากคนสองคนที่สนิทกันจะใช้เวลาร่วมกัน… มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากเพื่อนสนิทสองคนจะออกไปนั่งดื่มและสนทนากันตอนกลางคืนจนใกล้รุ่งสาง … มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากทั้งสองคนจะกลับมาและนอนร่วมห้องกัน……และมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากคนสองคนจะปล่อยตัวนอนลงบนเตียงเดียวกัน

 

 

   นับเป็นเวลาหลายชั่วโมงกว่าที่เจ้าหน้าที่ทีมสไตร์คจะกลับมารู้สึกตัว สมองหนักอึ้งไปหมด กลิ่นของแอลกอฮอล์คลุ้งไปทั่วห้องจนรู้สึกสะอิดสะเอียน ทั้งที่รสชาติกลับพิสมัยน่าลิ้มลองกว่าหลายเท่า …

 

 

     เปลือกตาหนักอึ้งเสียจนไม่อยากพาตัวเองลุกออกจากเตียง เขาอยากนอนอยู่ตรงนี้และหลับเงียบๆ จนกว่าใครสักคนมาปลุก แน่นอนว่าต้องเป็นเพื่อนร่วมทีมสักคนมาลากเขาออกจากห้องเพื่อไปทำภารกิจ.. แต่กลับทำไม่ได้เมื่อความรู้สึกหนักอึ้งซึ่งกำลังกดทับร่างของตนจนทำให้หายใจไม่สะดวกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

     มือกร้านยกขึ้นเพื่อจะเสยเรือนผมของตนเอง…… ‘ติด’ .. คือความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัว ท่อนแขนของเขาขยับได้ไม่สะดวกอย่างที่ควรเป็น มันถูกกดทับเอาไว้ด้วยอะไรบางอย่าง …อะไรซึ่งหนักจนเขาไม่สามารถเดาได้ ดังนั้นแล้วชายหนุ่มจึงพยายามฝืนให้ตัวเองเปิดเปลือกตาขึ้น.. .. และก็ต้องพบสิ่งที่คาดไม่ถึง…

 

 

     ‘บร็อค รัมโลว์’ เจ้าหน้าที่ไฮดร้า…. หัวหน้าทีมสไตร์คกำลังนอนทับเขาอยู่ด้วยสภาพที่ไม่สวมเสื้อ.. ใช่…เขาเองก็ด้วย… โรลลินส์ไม่ได้แตกตื่นเมื่อเห็นว่าทั้งเขาและรัมโลว์อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน…..หรือหากจะพูดให้ถูกคือไม่ได้คิดอะไรเลย.. หรือควรจะคิด? ..

 

 

     วินาทีต่อมาผ้าห่มที่คลุมปิดท่อนล่างของหัวหน้าทีมจึงถูกดึงขึ้น เสียงร้องครางอย่างรำคาญดังออกมาเบาๆ เมื่อตนกำลังถูกรบกวนการนอน   รัมโลว์ขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับขยับตัวและกดศีรษะลงใกล้ข้างลำคอจนโรลลินส์สามารถสัมผัสได้ถึงไอร้อน…สัมผัสได้ถึงลมหายใจต่อเนื่องที่อยู่ใกล้กับตน
“ตื่นได้แล้วโดเบอร์แมน”

 

     ในที่สุดแจ็ค โรลลินส์จึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยากจะอธิบาย นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกอยากเลิกดื่มพวกแอลกอฮอล์เสียให้ได้.. อาการขาดสติอย่างรุนแรงคงไม่ได้ชักนำให้เขากับรัมโลว์ทำอะไรพิเรนๆ ไปเมื่อคืนหรอกนะ…

 

“รัมโลว์…”

 

     ไม่ใช่แค่เสียงที่พยายามปลุกเพื่อนร่วมเตียงแต่ในตอนนี้มือข้างที่ว่างกลับยกขึ้นตบใบหน้าเพื่อเรียกสติคนที่นอนหลับเป็นตายอยู่ข้างๆ อีกด้วย… หัวหน้าทีมสไตร์คขมวดคิ้วพร้อมส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจแถมยังใช้ใบหน้าดันมือที่มาตบกลับไปเสียอีก

 

“…เงียบน่ะ….โรลลินส์..”

 

     เมื่อความพยายามเบื้องต้นไม่เป็นผลคงต้องกลับมาใช้ไม้แข็งกันอีกครั้ง โรลลินส์ออกแรงชันเข่าของตนเองขึ้นหวังจะดันร่างซึ่งทับตนอยู่ให้พลิกกลับไปแต่ดูเหมือนไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อรัมโลว์ใช้ท่อนแขนของตนดันให้ขานั้นเบี่ยงไปด้านข้าง

 

“ถ้านายตื่นแล้วก็ลุกสักที ฉันจะได้ไม่ต้องออกแรง”

 

“ทั้งที่เมื่อคืนนายออกแรงไม่ยั้งแท้ๆนะแจ็ค โรลลินส์”

 

     ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องโดยทันทีเมื่อคำพูดของรัมโลว์ทำให้เขาแทบจะหยุดหายใจไปชั่วครู่.. โรลลินส์รู้สึกพูดไม่ออกกับคำล้อเล่นที่ได้รับกลับมา… แม้จะถูกหยอกอยู่หลายเรื่อง… แม้จะมีการแกล้งแซวกันไปมาตามประสาเพื่อนสนิทแต่ทำไมครั้งนี้เขาจึงรู้สึกแปลกกว่าครั้งไหน… นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่..

 

“ฉันทำอะไร?”

 

     เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นเดิมแม้ว่าในตอนนี้จะรู้สึกหน่วงไปหมด ยิ่งตื่นมาเจอรัมโลว์ปั่นหัวแต่เช้าก็ยิ่งรู้สึกอยากจะกลับไปนอนให้รู้แล้วรู้รอด… แต่ความคิดของโรลลินส์ก็ต้องถูกขัดขวางเมื่อเพื่อนร่วมทีมที่ทำตัวงัวเงียเมื่อครู่ลุกมานั่งทับร่างของตนจนได้

 

“แล้วนั่นนายจะทำอะไร”

 

     โรลลินส์เอ่ยถามขึ้นอีกครั้งขณะมองหัวหน้าทีมสไตร์คซึ่งยิ้มออกมานิดๆ ให้แก่เขา.. แม้จะไม่มีเสียงตอบรับหรือคำอธิบายใดใด แค่ทั้งสองคนมองสบสายตากันก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ อาจเพราะความสนิทสนมและช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกันมานานของทั้งคู่.. แต่น่าหน่ายใจที่เจ้าหน้าที่ไฮดร้าอย่างแจ็ค โรลลินส์ไม่ต้องการที่จะรับรู้สาส์นในครั้งนี้เลย

 

     ‘ไม่’ คือคำที่เอ่ยกลับไปแก่ชายที่กำลังนั่งทับร่างของตนอยู่ และหวังว่ารัมโลว์จะเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ไม่’ ที่ตนปฏิเสธออกไป … ไม่ใช่เช้านี้ที่เขาต้องไปออกกำลังหนักๆ … ไม่ใช่เช้านี้ที่เขาจะพาตัวเองออกไปทำภารกิจ…และไม่ใช่เช้านี้ที่เขาจะต้องถูกรัมโลว์ปั่นหัว..แม้จะโดนไปแล้วก็ตาม

 

 

     เสียงถอนใจดังขึ้นแผ่วเบาพร้อมกับใบหน้าที่ส่ายไปมาช้าๆ เพราะดูเหมือนว่าหัวหน้าทีมสไตร์คจะไม่รับฟังคำพูดของตนเลยแม้แต่น้อย
     ไม่นานนักรอยยิ้มของรัมโลว์กลับเปลี่ยนไป เขายกตัวขึ้นเล็กน้อยเหนือบริเวณที่ตนกำลังนั่งทับอยู่และชะงักไปชั่วครู่เหมือนเกิดบางอย่างขึ้น แม้ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมามาก แต่โรลลินส์สามารถสังเกตเห็นสีหน้าได้อย่างชัดเจนและเขาก็พอจะรู้แล้วว่านั่นเป็นเพราะอะไร

 

“มาออกกำลังตอนเช้ากันหน่อยดีกว่าโรลลินส์ ฉันรู้สึกว่าแอร์ในห้องจะเย็นไปสำหรับนาย”

 

“ถ้าแอร์มันเย็นสำหรับฉัน มันคงเย็นสำหรับนายด้วยรัมโลว์”

 

     ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง.. ไม่มีเสียงเอ่ยพูดอะไรอีกนอกจากความเงียบและการมองสบตากันเพียงเท่านั้น… ไม่มีใครสามารถทราบได้ว่าโรลลินส์และรัมโลว์คิดอะไร… ไม่มีใครสามารถทราบได้ว่าทั้งคู่กำลังสนทนาอะไรภายใต้ความเงียบ … ไม่มีใครสามารถเข้าใจถึงความสนิทสนมของทั้งสองคนได้ดีเท่ากับตัวของพวกเขาเอง

 

 

     แม้จะไม่มีคำตอบสำหรับโรลลินส์เรื่องเมื่อคืน… แม้จะไม่มีคำตอบเรื่องที่เสื้อผ้าถูกถอดอย่างเป็นปริศนา…. แม้จะไม่มีคำตอบอะไรเลยสำหรับเรื่องทั้งหมดนี้… แต่อย่างเดียวที่เขารู้คือตอนนี้เขามีสติต่างจากเมื่อคืน

 

– END –

 

>–)O ขอคนมีเมตตาพาเราไปเก็บทีครับ พีค 2RL ไม่ไหวแล้ว ชอบความสัมพันธ์เพื่อนๆ แบบนี้
ส่วนเรื่องที่เขียนข้างบนนี่ให้คิดเอาเองครับ แอบเอามาจากบอทด้วยเรื่องที่เขาคุยกันว่า ‘แอร์ไฮดร้าหนาวมาก’ แล้วก็มีแท็กข้างหลังเรื่องหนาวจนแข็ง #สวัสดีครับ

[FIC]Captain America WS : Silence

Standard

 

Title : Silence
Paring : Jack Rollins + Brock Rumlow
Movie : Captain America : The Winter Soldier 
Writer : Zol Redfox

 

…..เสียงนาฬิกา… เข็มนาฬิกาที่กำลังเดินบอกเวลา…. เสียงชีพจร… เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ…. หยดน้ำ… หยดน้ำเกลือที่กำลังหยดเป็นจังหวะเชื่องช้า… กลิ่นของยา กลิ่น..คละคลุ้งไปทั่วห้อง….. เสียงของลมหายใจ…ที่แทบไม่ได้ยิน

 

     นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ต้องมาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมภายใต้แสงไฟสลัวๆ นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วกับการนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยสภาพสะบักสะบอม.. นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วกับการมองเพื่อนร่วมรบที่กำลังถูกทีมแพทย์เข้ารักษา… แต่ไม่ใช่ครั้งนี้…

 

     ร่างของชายหนุ่มในชุดเสื้อทีมสไตร์คเยื้องย่างเข้าใกล้เตียงคนไข้ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตนอย่างช้าๆ  นัยน์ตาสีเข้มจับจ้องไปยังชายอีกคนซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง.. แน่นอนว่านี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเงียบขนาดนี้  ไม่มีคำเอ่ยพูดหยอกล้อ  ไม่มีคำเอ่ยกล่าวล้อเลียน  ไม่มีมุกตลก ไม่มีคำสบถหรือกนด่าออกจากปากของบร็อค  รัมโลว์หัวหน้าทีมสไตร์ค เอเจนท์ของไฮดร้า

 

     เวลา…ช้าเหลือเกิน … เวลา…เหมือนไม่เดินไปข้างหน้า เหมือนกับหยุดอยู่ตรงนี้และแสดงให้เขาเห็นภาพเพื่อนคู่หูซึ่งยังหลับไม่ได้สติ  เวลา… 3 ชั่วโมงไม่ต่างจาก 3 เดือนที่ผ่านเข้ามา …ทรมานเสียยิ่งกว่าการถูกกระสุนยิงทะลุร่าง ..ทรมานเสียยิ่งกว่าคมมีดปักทะลุอก…ทรมานไม่ต่างจาก…การสูญเสียสิ่งสำคัญ

 

     เขาทราบดีว่ามันก็เป็นแค่สภาพชั่วคราวที่ไม่นานคนไข้จะต้องหาย โรลลินส์เข้าใจดี… เขาผ่านสมรภูมิมามาก เพื่อนในทีมล้วนเคยตกอยู่ในสภาพแบบนี้กันมาก่อนแต่ความรู้สึกที่มีกลับต่างกัน… มันต่างกันเมื่อเพื่อนคนนั้นคือรัมโลว์  แรงระเบิดครั้งนี้ทำให้เพื่อนคู่หูนอนไม่ได้สติ อีกทั้งได้รับบาดเจ็บสาหัส … แน่นอนว่าเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้อาการของรัมโลว์ดีขึ้น ระหว่างนี้ก็ทำได้แค่ลุยภารกิจและรับตำแหน่งหัวหน้าทีมชั่วคราว

 

     โรลลินส์ไม่ได้ต้องการตำแหน่งนี้ แม้จะพูดหยอกอยู่บ่อยๆ ว่าสักวันเขาจะได้มาทำหน้าที่นี้แทน แต่เหตุผลที่เขายังอยู่ที่นี่… ยังคงทำงานกับไฮดร้า …เหตุผลเดียวของเขาคือรัมโลว์ … รัมโลว์เป็นทั้งเพื่อน คู่หู ครอบครัว คนสำคัญ… เขาคือทุกอย่างที่แจ็ค โรลลินส์ไม่สามารถทิ้งไปได้  และจะไม่มีวันทิ้งไปไหน..

 

“นายจะนอนไปถึงเมื่อไหร่”

 

      เสียงเอ่ยดังขึ้นในจังหวะที่ปลายนิ้วถูกวางลงบนหลังมือของคนเจ็บอย่างเชื่องช้า โรลลินส์ไม่ละสายตาไปจากคนตรงหน้า เขาหวังแค่ว่าบทสนทนาจะถูกต่อด้วยคำพูดกวนๆ จากน้ำเสียงเดิมๆ  แต่ทุกอย่างยังคงกลับเป็นเหมือนเดิม  มีเพียงเสียงของเครื่องมือแพทย์กับนาฬิกา มีเพียงกลิ่นของยากับกลิ่นไหม้..

 

      แจ็ค  โรลลินส์ ปล่อยตัวลงนั่งข้างเตียงคนไข้ในที่สุด เขานิ่งเงียบอยู่สักพักใหญ่ฟังเพียงเสียงลมจากเครื่องช่วยหายใจและไม่ละสายตาไปไหน  ตอนนี้มันเป็นความรู้สึกที่บอกได้ยาก …หากทำได้เขายอมที่จะนอนอยู่ตรงนั้นแทนรัมโลว์ แม้อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้นั่งเฝ้าอย่างที่เขาทำอยู่ แต่มันคงดีกว่าหากเขาไม่รับรู้อะไรอีก

 

 “ฉันมีเรื่องจะพูดกับนาย อยากจะฟังไหม?”

 

       มุมปากยกขึ้นยิ้มเล็กๆ ด้วยความรู้สึกหลายอย่าง … ความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้าใส่จนไม่สามารถอธิบายออกไปได้   มือของเขาในตอนนี้จับกับอีกฝ่ายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ กระชับแผ่วเบาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน  ลมหายใจเหมือนกับหายไปครู่หนึ่งก่อนจะถูกสูดกลับมาเต็มปอดและผ่อนออกช้าๆ

 

      หลังมือของคนไข้ถูกวางแนบลงบริเวณหน้าผากของตนในตอนนี้  โรลลินส์สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่มาจากมืออีกฝ่าย  เขาหันใบหน้าไปทางรัมโลว์และพร้อมที่จะพูดบางอย่างออกมา

 

     มันเป็นคำง่ายๆ ที่แสดงความรู้สึก… คำง่ายๆ ที่กล่าวออกมายากเสียเหลือเกิน.. ยาก…จนต้องปล่อยให้ล่วงเลยมาหลายปี  และยาก… จนทำให้โรลลินส์ตัดสินใจไม่พูดออกไป.. แต่หากผ่านวันนี้ไปแล้วและเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นจนเขาไม่มีโอกาสได้บอกสักครั้งมันคงจะเป็นสิ่งที่ทำให้เสียใจไปชั่วชีวิต  …

 

     แม้ว่าเพื่อนคู่หูของเขาจะนอนไม่ได้สติอยู่ตรงหน้า…แม้ว่าจะมีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วๆ … แม้จะมีแค่เขาเพียงคนเดียวที่ได้ยิน… แต่แจ็ค โรลลินส์กลับพูดในสิ่งที่เขาเก็บไว้เป็นเวลาเนิ่นนาน…

 

“รัมโลว์….ที่จริงแล้วฉัน…..”

 

 

– END –