[Marvel]Fictober: Cage

Standard
#Fictober Cage

 

Title: Cage
Pairing: Sebastian Shaw and Erik Lehnsherr
Movie: X-Men: First Class
Author: Zol Redfox

 

 

ปี 1944 สถานกักกันเอาชวิตซ์ (Auschwitz) ประเทศโปแลนด์คือสถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของพวกเขาทั้งสองคน สถานที่ซึ่งทำให้เด็กหนุ่มเข้าใจความหมายของคำว่า ‘นรกบนดิน’ การเอาชีวิตรอดในสถานกักกันไม่ใช่สิ่งเดียวที่อีริคต้องพยายามต่อสู้ แต่การถูกจับแยกจากผู้เป็นมารดา การได้เห็นผู้เป็นที่รักถูกปลิดชีพต่อหน้าต่อตานั่นคือนรกที่เด็กหนุ่มต้องเผชิญ หัวใจที่แหลกสลายเพียงเพราะความต้องการของบุรุษนามว่า ‘เคลาส์ ชมิดท์’

 

‘อีริค แม็กนัส เลนห์เชอร์’ คือเด็กหนุ่มวัย 14 ปีที่พบว่าตนแตกต่างจากใครคนอื่น ความแตกต่างทำให้มารดาของเขาต้องจากโลกนี้ไป อีริคเกลียดตัวเอง.. เขาเกลียดตัวเอง เกลียดพรสวรรค์ที่ด็อกเตอร์ชมิดท์พยายามยัดเยียด พลังที่เด็กชายไม่เคยได้สัมผัสกลับเป็นเพียงของเล่นสำหรับชายหนุ่มคนนั้น ช่วงเวลาที่เขาอยู่กับชมิดท์คือช่วงเวลาที่เจ็บปวดมากที่สุดในชีวิต เขาอยากหนีออกไปจากตรงนี้..

 

เขาไม่มีความสุข.. ความสุขที่เคยได้รับ แสงสว่างที่คอยนำทางดับวูบลงตั้งแต่วันที่เด็กหนุ่มได้พบกับนักวิทยาศาสตร์ผู้นี้ ความเคียดแค้น ความเกลียดชังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย อีริคไม่ได้แตกต่างจากสัตว์ทดลอง หนูทดลองที่ถูกขังไว้ในกรงไร้ซึ่งทางออก เขาไม่มีวันหลุดออกจากกรงขังนี้ได้.. ทางรอดที่หลงเหลืออยู่ภายในความคิดนั้นแสนริบหรี่หากเขาไม่ถูกกระทำต่างๆ นานาก็คงถูกกำจัดไม่ต่างจากตัวอย่างที่หมดประโยชน์ ทางออกสุดท้ายคงเป็นการจบชีวิตอยู่ในสถานกักกันแห่งนี้

 

“อีริค!”

 

เสียงทักทายแรกของชายนักวิทยาศาสตร์ดังขึ้นเมื่อสายตาเขาสะดุดเข้ากับเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาภายในห้อง รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า แว่นสายตาถูกวางลงบนโต๊ะเคราส์ ชมิดท์รอฟังเสียงที่จะเปล่งออกจากริมฝีปากรูปสวยของเด็กหนุ่มแต่จากท่าทางอีริคคงไม่กล่าวพูดคำใดในตอนนี้

 

“เธอขอร้องผู้ดูแลมาเจอฉันกลางดึกแบบนี้เพื่ออะไรอีริค?”

 

เด็กหนุ่มขยับริมฝีปากขมุบขมิบ มือทั้งสองบีบกำไว้จนแน่น เขาก้มใบหน้ามองพื้นไม่ยอมสบมองนัยน์ตาที่แข็งกร้าวคู่นั้น อีริคพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ เขาอยากต่อรองและเขารู้ว่าตนนั้นสามารถต่อรองได้แม้จุดยืนจะไม่มั่นคงก็ตาม

 

“…….”

 

“เธอพูดว่าอะไรนะอีริค?”

 

ชมิดท์เหยียดยิ้มแสดงความพึงพอใจเมื่ออีกฝ่ายเริ่มคิดจะเรียกร้องอะไรบางอย่าง เด็กหนุ่มคือสมบัติของเขา เด็กหนุ่มคือสิ่งของล้ำค่าที่เขาจะไม่มีวันปล่อยทิ้งขว้างจนกว่าจะได้ครอบครองทุกๆ อย่างที่อีริค เลนห์เชอร์มี

 

ร่างของชายหนุ่มนักวิทยาศาสตร์เขยื้อนเข้าใกล้กับอีริคมากขึ้นกว่าเก่า เคลาส์ปล่อยตัวนั่งลงบนโต๊ะทำงาน นัยน์ตาสีฟ้าพินิจมองเด็กหนุ่มด้วยความสนใจ เขาเริ่มด้วยการกล่าวพูดในเชิงสั่ง

 

“เงยหน้าขึ้นแล้วพูดให้ฉันฟังชัดๆ หนุ่มน้อย.. เธอต้องการอะไร”

 

“การดูแล”

 

อีริคเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบาโดยไม่ยอมเงยใบหน้าดังที่อีกฝ่ายได้กล่าวบอก การขัดคำสั่งทำให้ชมิดท์ส่งเสียงหัวเราะสั้นๆ กับตัวเอง มือข้างถนัดยกขึ้นจับปลายคางเด็กหนุ่มพร้อมกับดันยกขึ้นเนิบช้า นัยน์ตาคู่นั้นสำรวจมองไปทั่วใบหน้าก่อนที่น้ำเสียงที่แข็งกร้าวจะเปล่งดังขึ้น

 

“อีริค อีริค.. ฉันเสียใจที่เธอไม่ยอมทำตามที่บอก ในเมื่อไม่ทำตามเธอก็จะไม่ได้อะไรเลย .. ทหาร!”

 

“!!”

 

เมื่อเสียงที่กล่าวเรียกนายทหารดังก้องกังวานไปทั่วห้อง อีริคกลับขนลุกเกลียวอย่างไม่ทราบสาเหตุ เด็กหนุ่มพยายามสูดหายใจอดกลั้นความกลัวเหล่านั้นไม่ให้เผยแสดงออกมามากกว่าที่เคย นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้าง ยอมสบมองกับด็อกเตอร์ชมิดท์อย่างว่าง่าย

 

นายทหารที่ถูกเรียกก้าวเดินเข้ามาภายในห้องแทบจะทันทีที่เสียงนั้นสิ้นสุดลง แต่เขากลับต้องเดินออกจากห้องโดยไม่ทันได้เอ่ยกล่าวหรือแสดงความพร้อมในการรับคำสั่งเมื่อชมิดท์กล่าวขึ้นว่า ‘ไปพักได้’ คำพูดสั้นๆ ที่ทำให้นายทหารออกจากจุดที่เคยอยู่ หลังจากนี้จะมีเพียงพวกเขาสองคนจริงๆ เสียที

 

“เธอทำให้ฉันผิดหวังอีกครั้ง อีริค.. และฉันไม่ชอบที่เธอทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้น”

 

“ผมขอโทษ….”

 

้”ฉันไม่แน่ใจว่าที่เธอพูดนั่น..”

 

“ผมขอโทษ”

 

มุมปากกระตุกยกขึ้นแสดงความพึงพอใจในทันทีที่ได้รับฟังคำพูดของเด็กหนุ่ม ชมิดท์หัวเราะในลำคอ มือที่เคยบีบปลายคางเลื่อนไปสัมผัสอังข้างแก้ม เขาหัวเราะออกมาอย่างพอใจ รอยยิ้มที่เหยียดกว้างทำให้อีริครู้สึกกลัว

 

“ทำได้ดีมากอีริค ฉันจะเอาเรื่องที่เธอขอกลับไปคิด”

 

ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นจนทำให้อีริคพยายามจะก้าวถอยหนีแต่มือหนากลับบีบรัดรอบข้อแขนไว้จนแน่น ไม่ยอมปล่อยให้เด็กหนุ่มได้หนีห่างแม้แต่ก้าวเดียว

 

ชมิดท์โน้มใบหน้าเข้าหา เปล่งน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู คำพูดที่อีริคจะจดจำไปอีกนาน

 

“เรายังมีเรื่องสนุกให้ทำอีกมากหนุ่มน้อย รับรองได้เลยว่าเธอจะต้องสนุกไปกับมัน”

 

Advertisements