[PhoneBooth]The Video

Standard

Title : The Video
Paring : Bobby / Stuart ‘Stu’ Shepard
Movie : Phone Booth
Rate : PG15
Writer : Zol Redfox

 NOTE: มีภาพเพิ่มเติมที่ท้ายเรื่อง
ครั้งแรกที่ได้ยินว่ามีคลิปหลุดของ ‘หมอนั่น’ ออกมา เขาก็แทบจะระเบิดอารมณ์ด้วยหลายๆ เหตุผล .. ไม่สิ.. ความจริงระเบิดอารมณ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้ทำให้หัวเสียจนต้องยกเลิกงานตลอดวัน ถึงจะบอกว่ายกเลิกแต่เขาก็ทำเพียงตั้งค่าการโทรเป็นติดประชุมเพื่อไม่ให้ผู้ใดติดต่อมาได้ ระหว่างที่กำลังจัดการเรื่องวุ่นวายพวกนี้เขาควรส่งต่อภาระให้เป็นหน้าที่ของเด็กฝึกงานแทนคงช่วยผ่อนเบาเรื่องที่พับบลิคซิส (Publicist) เช่นเขาหายตัวไป นั่นเป็นความคิดเห็นของสตู
สจ๊วต ‘สตู’ เชพพาร์ด ผู้คนในสายงานวงการบันเทิงคงเคยได้ยินชื่อของชายผู้นี้มานักต่อนัก ชายผู้ที่ไม่ได้เด่นดังจากชื่อเสียงแต่เป็นเพราะความทะเยอทะยานมุทะลุและนิสัยที่ใกล้เคียงกับคำว่า ‘เห็นแก่ตัว’ คนอย่างสตูอาจเรียกได้ว่ามีนิสัยที่ก้าวร้าว ไม่ใช่ในเชิงการแสดงออกแต่เป็นคำพูดและการกระทำซึ่งมุ่งเป้าไปยังจุดหมายที่ถูกตั้งไว้เพียงเท่านั้น เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นกอบกำ อย่างไรแล้วสำหรับนิสัยเสียของสตูกลับมีข้อยกเว้นและข้อยกเว้นนี้ก็เกิดจากตัวบุคคลซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายที่มีนามว่า ‘บ๊อบบี้’
บ๊อบบี้เป็นนักแสดงและนักร้องที่ใหม่กับวงการ เรียกว่าไม่ได้ดังเท่ากับดาราฮอลลีวู้ด เขากำลังค่อยๆ ไต่เต้าไปที่ละระดับ  งานแสดงนั้นก็ไม่ได้เด่นมากมายที่พอจะทำให้คนจดจำได้คงเป็นบทเพลงที่ขับร้องออกมาอย่างมีเอกลักษณ์ พวกเขาสองคนรู้จักกันได้อย่างไรนั้นไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนมากมาย เหตุผลที่เข้าใจง่ายคือสตูชอบบ๊อบบี้ ถึงจะเหล่สาวอยู่เป็นปกติแต่เมื่อได้พบบ๊อบบี้สิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจกลับบอกว่าชายคนนี้คือคนที่ตนสมควรจะปั้นให้เด่นดังและเหมือนกับว่าจะเป็นคนคนเดียวที่สตูสามารถช่วยเหลือไว้ได้ อาจเป็นเพียงคนเดียวและคนสุดท้ายสำหรับสตู เชพพาร์ด
ในตอนที่เริ่มได้ยินข่าวลือเรื่องคลิปของบ๊อบบี้นั่นถึงกับทำให้เขาหัวเสีย หัวเสียทั้งในฐานะเพื่อน ฐานะคนที่คอยดูแลและในฐานะนักประชาสัมพันธ์ที่พยายามจะดันอีกฝ่ายไปยังแนวหน้าแต่กลับมาสะดุดเพียงเพราะเรื่องจำพวกนี้ อย่างไรแล้วคนเช่นสตูคงไม่ปล่อยให้ข่าวลือนั้นเป็นเรื่องจริงขึ้นมา วันนี้ถึงต้องดั้นด้นโผล่หน้ามาหาจนถึงที่
   “บ๊อบบี้”
น้ำเสียงที่ไม่ต่างจากลูกผสมเปล่งขึ้นหลังจากบานประตูห้องพักถูกดันเปิด สตูเป็นไอริชโดยกำเนิดเสียงไอริชของเขาถึงเป็นเอกลักษณ์แต่เพราะอาศัยอยู่ในนิวยอร์กสำเนียงจึงไม่ต่างจากพวกนิวยอร์กเกอร์ด้วยเช่นกัน หากจะเรียกว่าลูกผสมคงไม่ผิดเสียทีเดียว    ชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีเบอร์รี่คลุมทับด้วยชุดสูทถือวิสาสะก้าวเท้าเข้ามาในห้องพัก เหตุใดเขาถึงสามารถเข้ามาได้น่ะหรือ? เหตุผลเพียงไม่กี่ข้อสามารถเฉลยให้ได้รับฟังหนึ่งในนั้นเนื่องเพราะสตูมีกุญแจห้องพักเก็บไว้ในกรณีฉุกเฉิน  ฉุกเฉินที่ว่านั้นหนีไม่พ้นเรื่องอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเพื่อนชาย
สตูกวาดสายตาไปรอบห้องที่มืดสนิท อา.. เวร.. นี่เหยียบอะไรไปวะเนี่ย? เขาบ่นกับตัวเองในใจเมื่อรองเท้าคู่โปรดดันเหยียบเข้ากับบางสิ่งที่ให้ความรู้สึกลื่นๆ เหมือนเป็นเมือก มือที่มักจะใช้คีบบุหรี่ควานหาสวิตช์เปิดไฟได้อย่างแม่นยำ เขาคุ้นเคยกับที่นี่พอสมควร แม้จะไม่ค่อยได้มาแต่สิ่งที่เกี่ยวข้องกับบ๊อบบี้เขากลับจดจำได้แม่นยำกว่าเรื่องอื่น  เมื่อไม่พบวี่แววเจ้าของห้องเขาถึงก้มลงมองสิ่งที่ตนเพิ่งได้ทำการเหยียบไปเมื่อครู่ก่อน โอเค ให้ตาย… หมอนี่จะเล่นตลกกับเขาหรือยังไง?  อีกครั้งที่สตูต้องบ่นภายในใจ เมื่อทราบว่าเจ้าของลื่นๆ ที่ตนเพิ่งเหยียบไปคืออะไรก็ทำให้อารมณ์ที่ไม่ค่อยพอใจนั่นกลับมาอีกครั้ง
   “ให้ตายสิวะ!”
ครั้งนี้เขาเผลอหลุดสบถออกมา คงเพราะเริ่มหัวเสียจริงๆ เสียแล้ว ของใช้ที่ถูกปล่อยเกลื่อนเต็มพื้นนั่นทำให้รู้สึกขยะแขยงจนอดไม่ได้ที่จะเผลอหลุดปากออกมาด้วยคำว่า ‘Fuck’ อยู่หลายหน  ไม่ใช่สบถด้วยความรู้สึกต่อสิ่งของแต่อย่างใดแต่เป็นความรู้สึกที่มีต่อบ๊อบบี้ในยามนี้ เพื่อนของเขาในตอนนี้คิดสิ่งใดอยู่ นี่ถึงขั้นต้องเยียวยาแล้วใช่ไหม? นั่นสิ.. ต้องถึงขั้นนั้นอยู่แล้ว
   “ถ้านายยังไม่โผล่หัวออกมา..”
ไม่ทันที่ประโยคคำพูดจะสิ้นสุดร่างของนักแสดงหน้าใหม่ก็ปรากฏตัวขึ้น ทั้งที่ปกติบ๊อบบี้จะสวมชุดแจ็คเก็ตหนังและกางเกงเรียบร้อยแต่ในตอนนี้สภาพกลับดูไม่ได้ เรียกว่ายับเยินหรือเละเทะก็คงไม่ผิด…
   “สตู”
ชายหนุ่มสูดจมูกพร้อมกับยกแขนขึ้นกอดตัวเอง ลูบเบาๆ สัมผัสผิวหนังที่ไม่ได้ปกปิดด้วยชุดเสื้อผ้าแขนยาว ใบหน้าสวยที่เคยสดใสในตอนนี้หม่นหมองไปหมด ทรงผมกระเซิงจัดไม่เป็นทรงแถมดูจะซูบผอมไปพอสมควร .. ‘Oh Fuck..’ และเป็นอีกครั้งที่สตูสบถ สภาพของเพื่อนชายนั้นดูแทบไม่ได้เลย
   “อย่าบอกฉันว่านาย..เสพยา..”
   “เปล่า.. ไม่ ฉันไม่ได้ยุ่งกับของพวกนั้น”
เขาเชื่อในคำพูดของบ๊อบบี้อย่างไม่มีข้อกังขา ก็แค่เผื่อใจไว้เล็กน้อย.. สภาพของคนที่เพิ่งเจอเรื่องแย่ๆ มาก็คงทำให้สุดกู่ไปจนหมด
   “แล้วนี่มีใครอยู่กับนายในห้องไหม?”
   “ฉันอยู่คนเดียว”
ครั้งนี้บ๊อบบี้กลับตอบคำถามเร็วกว่าในตอนแรก มันควรเป็นเรื่องผิดปกติแต่สตู เชพพาร์ดกลับเลือกที่จะเชื่อในตอนนี้ เขาสาวเท้าเดินเข้าใกล้จนไปหยุดอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่าย สำรวจมองใบหน้าและนัยน์ตาสีฟ้าใส แม้ปากอยากจะพาพูดถึงอะไรแย่ๆ แต่พออยู่กับชายคนนี้แล้วกลับปิดปากเงียบต่างจากเคย
   “ฉันได้ยินมาบางเรื่องเกี่ยวกับ..”
   “คลิปหลุด ฉันรู้แล้วสตู มันเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ”
   “แต่ยังไม่มีใครเห็นคลิปนั้น”
เวรกรรมจริงๆ พับผ่า! มือข้างถนัดถูกยกขึ้นกระแทกลงเบาๆ ที่หน้าผากของตน ไม่รู้ว่าในตอนนี้เขาควรจะอารมณ์ไหนระหว่าง โกรธ หงุดหงิด ไม่พอใจ หัวเสีย ห่วง หรือ.. หึงหวง..
   “และมันยังเป็นเรื่องที่ดีในระดับหนึ่งเพราะมีแค่คำพูดลอยๆ ไร้หลักฐาน..ตอนนี้ฉันอยากให้นายพูดถึงเรื่องนั้น”
ที่ต้องมาคอยกังวลไม่ใช่เพียงเรื่องอนาคตของบ๊อบบี้แต่เป็นเพราะเนื้อหาในคลิปนั้นมากกว่า.. นี่เขาดูจะทำหน้าที่ได้ดีกว่าผู้จัดการของบ๊อบบี้เสียอีก
   “นั่งลงก่อนแล้วฉันจะพูดให้ฟัง”
ชายหนุ่มเจ้าของห้องลูบแขนตนเองอีกครั้ง พยายามกอดร่างกายให้ความอบอุ่นแก่ตัวเองทั้งที่ห้องพักนั้นร้อนจนสตูเริ่มเหงื่อออก ในระหว่างนั้นเขารออย่างใจเย็น เหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้ว แต่ก่อนจะได้รับฟังใดใดสตูกลับลุกขึ้นเดินไปยังห้องนอนที่เปิดประตูทิ้งไว้ บ๊อบบี้ไม่คิดกล่าวห้ามแต่อย่างใด ปล่อยให้เพื่อนสนิทเดินไปมาตามอำเภอใจ
สิ่งแรกที่สตูเห็นเมื่อก้าวผ่านมายังห้องนอนคือสภาพที่แสนจะเละเทะ ขวดเครื่องดื่มกับเตียงนอนที่หมอนกระจุยกระจาย ผ้าห่มก็ตกลงไปกองกับพื้น เหมือนว่าบ๊อบบี้จะนอนอยู่ที่มุมหนึ่งของพื้นใกล้กับตู้เก็บแผ่นเพลง เขามองสำรวจโดยรอบห้อง ทุกอย่างยังไม่ได้แตกสลายนั่นถือว่าเป็นเรื่องดี กีต้าร์ตัวแพงยังคงวางอยู่ข้างผนัง โปสเตอร์ภาพยนตร์และละครเวทีที่เจ้าตัวชอบก็ยังคงแสดงเด่นใกล้กับเครื่องดนตรีเช่นเดียวกับโปสเตอร์วงนักร้องที่บ๊อบบี้ชื่นชอบ
สตูใช้เวลาอยู่ภายในห้องนั้นไม่นาน .. ก็ตั้งใจไว้เช่นนั้นแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นอัลบั้มภาพถ่ายที่เปิดทิ้งไว้ จะไม่ให้สนใจได้อย่างไรกัน? เขาถือวิสาสะจับเปิดไปทีละภาพ แอบยิ้มเล็กๆ เมื่อเห็นวัยเด็กของอีกฝ่าย หลายเหตุการณ์หลายช่วงเวลา ไม่นึกว่าจะยังเก็บภาพของเขาอยู่ด้วย ตลกจริงๆ .. นี่ควรถ่ายภาพคู่กันดีๆ หน่อยแล้วสิ  แต่แล้วรอยยิ้มนั้นกลับจางหายไป เหมือนว่าสตูจะเข้าใจและเดาบางสิ่งออก
   “ห่มไว้ให้อุ่น ฉันไม่อยากเห็นนายเข้าโรงพยาบาล”
ผืนผ้าห่มถูกห่อคลุมร่างชายหนุ่ม สตูผละไปหยิบยาจากชั้นวางที่ห้องครัวพร้อมกับน้ำดื่ม รอให้ชายหนุ่มนักร้องจัดการตัวเองเสร็จสิ้นแล้วถึงกล่าวพูด
   “นายกำลังทำให้ฉันหัวเสียจริงๆ แล้วนะเพื่อน ฉันกำลังหาทางออกให้นายอยู่”
   “ฉันขอโทษสตู ฉันไม่ระวังเอง”
   “ช่างมัน.. ฉันจะหาทางแก้ไขให้นายไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น เข้าใจไหม? ฉันทำให้นายได้ทุกอย่างบ๊อบบี้”
อย่างที่สตูพูด คนเช่นเขาจะทำเรื่องนี้เพื่อบ๊อบบี้ คนเช่นสตู เชพพาร์ดที่ไม่เคยทำเรื่องใดให้กับใครเลยสักคน ทุกสิ่งที่เขาทำมักมีผลประโยชน์และผลตอบแทนกลับตอบมาเสมอแต่ครั้งนี้นั้นต่างกัน
   “เอาเบอร์ ‘เขา’ มา”
บ๊อบบี้สะอึกไปชั่วครู่ การที่ประโยคนั้นเจาะจงว่า ‘เขา’ แสดงว่าสตูรู้เรื่องนี้แล้วหรือ? แววตาที่จ้องมองมาหาไม่ได้แสดงอาการตำหนิ ไม่แม้แต่แสดงออกถึงอารมณ์อื่นๆ นอกจากความกังวล แล้วทำไมถึงต้องถามสตูกลับไปว่า “เขาไหน?” ด้วยนะ
   “เทรนเนอร์ของนาย”
สตูพ่นลมหายใจออกยาวๆ แล้วกล่าวต่อ
   “รีบส่งมาแล้วฉันจะไปจัดการ ไม่กี่วันทุกอย่างจะเรียบร้อยโอเคไหม? ฉันรับประกันได้”
บ๊อบบี้ใจอ่อนในท้ายที่สุด ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนดูจะคล้ายเพื่อนแต่ก็เหมือนลูกค้าผู้ว่าจ้างสตูเสียมากกว่า บางทีก็ดูคลุมเครือมากเกินไปจนนักแสดงหนุ่มไม่อาจวางใจได้มาก ท้ายที่สุดแล้วสตูก็ได้รับเบอร์โทรของเทรนเนอร์ชายคนนั้น เขาถนัดนักกับการใช้โทรศัพท์ในการโทรและติดต่อใครต่อใครเพราะนั่นเป็นหนึ่งในหน้าที่ของอาชีพ
   “รอฉันติดต่อมาตกลงไหม? ตอนนี้นายควรหาอาหาร แล้วเลิกพาใครเข้าบ้านได้แล้ว ทั้งผู้หญิงผู้ชาย อย่าดื่ม พยายามทำตัวให้สดใสเพราะไม่แน่ว่านายอาจต้องมีถูกสัมภาษณ์แถมช่วงนี้ยังมีงานอยู่ บอกฉันทีว่านายเข้าใจ”
เสียงตอบรับกลับมาเพียงสั้นๆ “ฉันเข้าใจ” เช่นเดียวกับสตูที่กล่าวว่า “เก่งมาก” พร้อมทั้งส่งมือไปลูบศีรษะของอีกฝ่าย เรือนผมสีสวยนั้นไม่ว่าจะมองกี่ครั้งกลับทำให้ชื่นชอบเสียทุกที สตูประคองใบหน้าเพื่อนชายไว้เต็มสองมือ จับเบาๆ ให้แหงนมาตามแรง ตัวเขาที่ยืนอยู่ในตอนนี้โน้มใบหน้าลงใกล้ จุมพิตลงกับหน้าผาก ทำราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง เขาวาดแขนสวมกอดร่างตรงหน้าและกล่าวขึ้นอีกครั้ง
   “ทุกอย่างจะเรียบร้อย..”
   “ฉันรู้สตู”
   “พอฉันออกไปแล้วจะโทรสั่งอาหารเข้ามาให้ นายทำตัวหล่อๆ แล้วรอรับอาหารด้วย”
เขาผละออกห่างอย่างรวดเร็ว จัดชุดให้ดูดีสมกับราคาที่ซื้อมา เมื่อทุกอย่างดูจะลงตัวมากขึ้นสตูถึงก้าวเท้าเดินกลับไปยังประตูห้องและหันกลับมาเมื่อตะขิดตะขวงใจจนอยากจะพูดถึงสิ่งของใช้แล้วที่เกลื่อนอยู่เต็มพื้นห้องจนต้องเดินหลีก  “อ้อ.. แล้วก็ถ้าว่างแล้วหยิบถุงยางนายไปทิ้งด้วย เดี๋ยวคนส่งอาหารตกใจ”  ถึงจะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้แต่นิสัยเสียที่มาพร้อมกับปากเสียๆ นั่นก็อดจะกล่าวไปไม่ได้ นั่นไม่ได้สร้างความไม่สบายใจให้แก่บ๊อบบี้เลย เจ้าตัวกลับขยับยิ้มเล็กๆ เสียอีก สุดท้ายบานประตูบานนั้นจึงปิดลงอีกครั้ง
สตูจัดการเรื่องเหล่านี้หลังจากกดสั่งอาหารให้กับบ๊อบบี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การติดต่อไปยังเทรนเนอร์ไม่ใช่เรื่องยากแต่เรื่องที่นัดออกมาน่ะสิค่อนข้างยากอยู่พอตัว ถึงจะต้องใช้เวลาและถึงแม้สตูจะถนัดการใช้โทรศัพท์มากกว่าการเจอหน้าแต่เรื่องนี้อย่างไรแล้วก็ต้องออกมาให้เห็นกัน.. เขาต้องการเห็นหน้า ต้องการพบคนที่ทำให้บ๊อบบี้มีสภาพเช่นนั้น ต้องการเห็นคนที่บ๊อบบี้รู้สึกดีๆ ด้วย ความใกล้ชิดเป็นพิษร้ายอยู่เสมอ สองคนนั้นคงอยู่ใกล้กันตลอดเวลา ก็อย่างว่า.. เป็นเทรนเนอร์ส่วนตัว จะเจอกันประจำไม่เห็นแปลก สตูถอนใจยาวๆ ตัวเขาหากเป็นไปได้ก็อยากจะเจอเพื่อนชายคนนี้ทุกวันอยู่หรอก แต่ที่ทำได้ก็แค่โทรหาอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นเอง
Fuck.. อีกครั้งที่เขาสบถ Fuck Fuck Fuck! และอีกหลายๆ ครั้งที่สบถเมื่อการพบเจอเทรนเนอร์ชายของบ๊อบบี้ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว คิดสิสจ๊วต สมองแสนปราดเปรื่องกับวาจาที่หว่านล้อมใครต่อใครนั่นมันทำให้ผ่านมาได้หลายเรื่องแล้วนะ ที่สตูกำลังกังวลนั่นไม่ใช่เพราะเทรนเนอร์ชายคนนั้นไม่คิดออกมาพบ แต่เพราะพบตัวอยู่ตรงหน้าตอนนี้ต่างหาก! เวร!! เวรของแท้! ก็คิดอยู่ว่าหุ่นจะต้องดีแต่นี่มันจะดีเกินไปหน่อยไหม? บ๊อบบี้.. นายชอบแบบนี้เหรอวะ?
เขาหงุดหงิดและลนลานจนต้องยัดมวนบุหรี่เข้าปาก ร่างของเทรนเนอร์ที่สูงกว่าเขาแถมมัดกล้ามใหญ่ๆ ดูอย่างไรแล้วเพียงตบเขาทีเดียวก็น็อคยาวไปเป็นปีแล้วมั้ง! อา.. หัวเสียชะมัดให้ตายเถอะ อารมณ์เหล่านั้นแสดงออกมาทางสีหน้าจนต้องเงยหน้าทำทีเป็นพ่นควันบุหรี่ เขาจะไม่รีรออีกแล้ว ไม่ควรช้าเกินกว่านี้เพราะไม่ทราบว่าชายตรงหน้าได้ทำอะไรไปบ้าง
   “ฉันจะเข้าประเด็นเลยตกลงไหม? เรื่องคลิปของนายกับคนของฉัน”
– – – – – – – – – – – – – – – – –
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นหลังจากผ่านไปหนึ่งวัน บ๊อบบี้ที่เริ่มขยับเขยื้อนร่างกายตามที่สตูขอดูมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย คงเพราะได้พบกับเพื่อนสนิทแทนที่จะพบคนอื่น แถมได้รับฟังเรื่องดีๆ จากปลายสายเสียด้วย
   “เฮ้ สุดหล่อ.. ฉันจัดการเรื่องให้นายเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างเคลียร์ จบ ไม่มีอะไรต่ออีก”
นั่นเป็นเรื่องที่ดีทีเดียวหลังจากผ่านไปเกือบสัปดาห์ สตูจัดการให้เขาได้ในทุกเรื่องไม่เคยผิดหวังเลย บ๊อบบี้ดูสดใสขึ้นเมื่อได้รับฟังสิ่งเหล่านี้ ทั้งที่ตนควรจะจัดการได้ด้วยตัวเองแต่กลับต้องพึ่งสตูอยู่เสมอ เหตุผลนั้นมีหลายประการทีเดียว มันซับซ้อนสำหรับบ๊อบบี้และเทรนเนอร์คนนั้น
   “เงียบแบบนี้กำลังร้องไห้ตื้นตันอยู่ใช่ไหม?”
   “ไอ้บ้าสตู..”
   “อ้าว.. ก็ยังอยู่ดีนี่หว่านึกว่าจะสูดน้ำมูกหลังจากร้องไห้ด้วยความดีใจ”
   “ขอบคุณ..ฉันจะตอบแทนนายยังไงดี?”
   “แค่อย่ามีคลิปหลุดออกมาอีกยกเว้นกับฉันแบบนั้นโอเค อยากลองดูหน่อยไหม?”
   “เงียบไปเลย” เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงดุๆ พอทุกอย่างดูผ่านไปอย่างราบรื่นสตูก็กลับมาพูดจาแบบนี้อีกเสียได้ บ๊อบบี้รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาเลย เรื่องนี้ทำให้อีกฝ่ายพอจะรู้รสนิยมของเขาแล้วล่ะมั้ง
   “ฉันอยากรู้ว่านายจัดการเรื่องนี้ยังไง ถ้านายบอกฉันได้..”
   “มันอาจจะทำให้นายนอนไม่หลับเลยก็ได้นะบ๊อบบี้… ล้อเล่น.. ฉันก็ทำอย่างที่ฉันถนัด ให้นายเข้าใจว่าตอนนี้นายไม่ต้องกังวลอีกก็พอ”
   “ถ้านายว่างก็แวะมาหาก็ได้”
   “ฉันจะดูอีกที ส่วนนายรีบๆ จัดการมื้อค่ำแล้วเข้านอน พรุ่งนี้มีงานโปรโมทละครเวที”
   “สตู นี่นายปริ้นท์ตารางงานฉันรึไงวะ?!”
   “อะไรนะไม่ได้ยิน สัญญาณไม่ดีเลย ตู๊ดๆ”
แล้วเขาก็วางสายไปในที่สุด พอเห็นว่าบ๊อบบี้กลับมาตั้งตัวได้อีกครั้งก็พอจะวางใจได้ แต่ก็คงยังไม่เต็มร้อยทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย เขาไม่อยากจะให้อีกฝ่ายรู้เลยว่าตนทำสิ่งใดไป มือข้างถนัดยกขึ้นขยี้ผมที่จัดทรงจนตอนนี้ลงมาปรกใบหน้า สตูถอนใจยาวๆ พร้อมหยิบมวนบุหรี่ขึ้นจุดสูบ ใบหน้าหันไปยังโต๊ะทำงานที่มีม้วนเทปวีดีโอวางทิ้งไว้พร้อมกับชื่อบนกล่อง ‘Bobby’
   “เวรจริงๆ”

บ๊อบบี้คนน่ารัก
tumblr_inline_nwt4ehxi2j1qz9244_540
คงต้องบอกว่าเล็งเขียนคู่นี้มานานแล้วครับ ถึงแม้จะมีแค่ Deleted scene แต่กลับกลายเป็นว่ามีอะไรมากกว่านั้นเยอะเลย ชอบบ๊อบบี้มาก ผมสวยมาก รัก ♥ ส่วนสตูนี่มาชอบตอนดูหนังล้วนๆ เลยครับ คาแร็คเตอร์สตูนี่ลูกหมาชัดๆ เหมือนแกร่งแต่ความจริงแล้วไม่ได้แกร่งถึงขนาดนั้น แค่สร้างเกราะไว้ให้กับอาชีพตัวเอง แถมในเรื่องนี่ช่างเป็นตัวละครที่เรียกว่า ‘ซวย’ มากจริงๆ ฮา
ที่มาเขียนประเด็นนี้เพราะตรงส่วนเนื้อหาที่ถูกตัดไปครับ มีประโยคตรงส่วนหนึ่งที่สตูพูดกับบ๊อบบี้ว่า ‘… tapes of you and YOUR MALE TRAINER’ แล้วด้วยที่ความสัมพันธ์ของตัวละครที่สนิทกันมากแถมเหมือนคอลินกับจาเร็ดมากๆ เลยคิดไปแล้วครับว่าเทปนั่นจะต้องเป็นอะไรที่ทำร้ายบ๊อบบี้เพราะดูหัวเสียมากตอนที่สตูพูดขึ้นมา ถึงขั้นเดินชนไหล่หนี ด้วยอำนาจแห่ง Farrelleto เลยคิดไปแล้วว่าเทปแบบนั้น ฮา

112

ส่วนเทรเนอร์หนุ่มคนนั้นใช่ว่าจะไม่มีนะครับ มีภาพเลย เหมือนจะคัดนักแสดงไว้แล้วด้วย *แปะ*

tumblr_inline_nwt4eptVNA1qz9244_500.jpg

ส่วนอันนี้เป็นเบื้องหลังตอนอยู่ด้วยกันครับ แต่ไม่มีในส่วนตัดเลยสงสัยว่ายังไงกันนะแบบนี้..?
tumblr_inline_nwt4dhasdB1qz9244_500.jpg
ครั้งหน้าหวังว่าจะเขียนอะไรที่เป็นตัวเองมากกว่านี้ครับ (?) หาโทนดาร์คของคู่นี้สักคู่ ความจริงก็แอบมองโจ๊กเกอร์กับเกรฟส์ไว้เหมือนกัน แต่พอเจอแฟนวิดคู่เรย์ (True Detective) กับโจ๊กเกอร์เลยคิดว่าคู่นี้ก็ไม่เลว ฮา